ลากคอได้แล้วโจรสวมวิกผมบุกเดี่ยวควงปืนปาระเบิดควันบุกจี้ ร้านทองห้างดังเมืองชายแดนอรัญประเทศจ.สระแก้ว ได้ทองหนัก 72 บาท กองปราบฯนำทีม ประสานท้องที่ไล่เช็กกล้องวงจรปิดตามแกะรอยจากรถ จยย.ไฟฟ้าที่คนร้ายนำไปจอดทิ้ง ก่อนบุกตะครุบตัวได้คาบ้าน หิ้วไปค้นหาทองที่นำไปซ่อนไว้ ริมทางรถไฟพร้อมรถและอุปกรณ์ที่ใช้ก่อเหตุไปทิ้งทำลายหลักฐาน ชุดสืบสวนตามยึดของกลางคืนได้ครบ ก้มหน้าสารภาพอ้างหาเงินปิดหนี้ไฟแนนซ์กรณีคนร้ายใส่วิกผมสวมหมวกปกปิดใบหน้าพกปืนขว้างระเบิดควัน บุกเดี่ยวเข้าจี้ร้านทองเยาวราชกรุงเทพ สาขาโลตัสอรัญประเทศ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว เมื่อวันที่ 27 ส.ค.ที่ผ่านมา ได้ของกลางสร้อยคอทองคำและสร้อยข้อมือทองคำน้ำหนัก 72 บาท มูลค่ากว่า 5 ล้านบาท แล้วขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีลอยนวล หลังเกิดเหตุตำรวจตรวจสอบภาพวงจรปิด คาดว่าคนร้ายน่าจะเป็นคนพื้นที่ วางแผนไว้ล่วงหน้า รู้เส้นทางหลบหนีเป็นอย่างดี อยู่ระหว่างระดมกำลังชุดสืบสวนไล่ล่าอย่างกระชั้นชิดความคืบหน้า เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 30 ส.ค. พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. สั่งการให้ พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป. พ.ต.อ.พงศ์ปณต ชูแก้ว รอง ผบก.ป. ว่าที่ พ.ต.อ.เนติวิทย์ ธนาสิทธิ์นิติกุล ผกก.2 บก.ป. พ.ต.ต.อดิศร อินทิยศ ตำรวจภูธรจังหวัดสระแก้ว ประสาน พล.ต.ต.ถาวร ดุลยวิทย์ ผบก.ภ.จ.สระแก้ว พ.ต.อ.จตุรภัทร สิงหัษฐิต รอง ผบก.ภ.จ.สระแก้ว และ พ.ต.อ.วีพงษ์ กงแก้ว ผกก.สภ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว นำกำลังเข้าจับกุมนายอานนท์ อุดธิรัมย์ อายุ 36 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสระแก้ว ที่ 233/2569 ลงวันที่ 30 ส.ค.2569 ข้อหาชิงทรัพย์โดยมีอาวุธ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิดหรือพาทรัพย์นั้นไป หรือให้พ้นจากการถูกจับกุม ขณะพักผ่อนอยู่ในบ้านเลขที่ 177 หมู่ 9 ต.ท่าข้าม อ.อรัญประเทศสอบสวนเบื้องต้น นายอานนท์ให้การรับสารภาพว่า วางแผนเตรียมการล่วงหน้า ทั้งจัดหารถจักรยานยนต์ไฟฟ้ามาใช้ในการก่อเหตุ จากนั้นนำรถไปพ่นสีใหม่เพื่อเปลี่ยนลักษณะภายนอก รวมถึงหาซื้อเสื้อผ้า และวิกผมเพื่อใช้ปกปิดอำพราง หลังก่อเหตุนำสร้อยทองรูปพรรณทั้งหมดไปทิ้งในป่าริมทางรถไฟบ้านใหม่หนองไทร ต.บ้านใหม่หนองไทร อ.อรัญประเทศ ก่อนกลับไปหลบซ่อนตัวภายในบ้าน หลังสอบปากคำตำรวจนำผู้ต้องหาไปชี้จุดซ่อนทอง พบทองของกลาง ทั้งสร้อยคอและสร้อยข้อมือทองคำซุกซ่อนอยู่บริเวณดังกล่าวต่อมา พล.ต.ต.ถาวร ดุลยวิทย์ ผบก.ภ.จ.สระแก้ว เดินทางมาสอบปากคำนายอานนท์ ผู้ต้องหาพร้อมทั้งตรวจสอบทองของกลางที่เจ้าหน้าที่ยึดคืนมาได้ แยกเป็นสร้อยคอทองคำน้ำหนัก 2 บาท จำนวน 24 เส้น สร้อยคอทองคำน้ำหนัก 1 บาท จำนวน 17 เส้น สร้อยข้อมือทองคำน้ำหนัก 2 บาทอีก 7 เส้น เศษทองคำชำรุด รวมทองคำหนัก 1,113.4 กรัม นอกจากนี้ยังยึดของกลางที่ใช้ก่อเกตุ มีรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า 1 คัน รถกระบะ 1 คัน รถเก๋ง 1 คัน เสื้อผ้า หมวกติดวิกผม กางเกง ถุงมือ แว่นตา ถุงเท้า รองเท้า ปืนบีบีกันพร้อมเครื่องกระสุนและระเบิดแสวงเครื่องประกอบเองอีก 3 ลูกหลังสอบปากคำตำรวจคุมตัวนายอานนท์ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพในร้านทองที่เกิดเหตุ ผู้ต้องหาให้การอ้างแรงจูงใจในการก่อเหตุมาจากต้องการหาเงินปิดไฟแนนซ์ เกิดความคิดที่จะชิงทองไปใช้หนี้ ก่อนวางแผนสั่งซื้อรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าทางออนไลน์ ขี่ไปดูลาดเลาที่ร้านและสำรวจเส้นทาง และเตรียมจะก่อเหตุมาแล้ว 1 ครั้ง แต่วันนั้นพบตำรวจสายตรวจเข้ามาตรวจตราในห้าง กระทั่งวันเกิดเหตุไม่มีตำรวจ ตัดสินใจนำอุปกรณ์ที่เตรียมมาทั้งหมดสวมใส่อำพราง จากนั้นขี่รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าไปจอดไว้ด้านหลังห้างแล้วเดินเข้าทางหน้าห้าง นำระเบิดประกอบเองปาเพื่อให้เกิดควันและสร้างความชุลมุนวุ่นวาย แล้วฉวยโอกาสบุกเข้าไปจี้ร้านทอง ก่อนเผ่นออกจากห้างไปคว้ารถขี่หนี นำทองไปซุกซ่อนริมทางรถไฟ นำรถ เสื้อผ้า และวิกผมไปทิ้งไม่ไกลกันเพื่อทำลายหลักฐานพล.ต.ต.ถาวร ดุลยวิทย์ ผบก.ภ.จ.สระแก้ว เปิดเผยว่า คดีนี้ตำรวจหลายหน่วยทำงานอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันเกิดเหตุ ชุดสืบสวนตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด ไล่เส้นทางหลบหนี ตรวจสอบรถที่ใช้ก่อเหตุ รวบรวมพยานวัตถุและข้อมูลต่างๆ เจ้าหน้าที่แกะรอยจากรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าสีดำที่คนร้ายนำไปทิ้งริมคลองส่งน้ำถนนท้ายหมู่บ้านหนองเทา-วัดโนนป่าว่าน หมู่ 3 ต.บ้านใหม่หนองไทร อ.อรัญประเทศ ใต้เบาะรถพบพยานวัตถุสำคัญที่ใช้ก่อเหตุถึง 11 รายการ ก่อนสืบสวนจนนำไปสู่การติดตามจับกุมผู้ต้องหาได้อย่างรวดเร็วภายใน 3 วันอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่