ความถูกต้องกับความถูกใจมักไปกันคนละทาง การคัดกรองคนยากจนจริงๆ เพื่อได้สิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเป็นหลักการที่ถูกต้อง แต่การตัดรายชื่อผู้ลงทะเบียนขอรับสิทธิจาก 18.8 ล้านคน เหลือ 9.5 ล้านคน เป็นหลักเกณฑ์ที่ไม่ถูกใจ ทำให้ประชาชนอีก 9.3 ล้านคน ที่ถูกตัดชื่อออกไปต้องออกมาทวงสิทธิกันทั่วบ้านทั่วเมือง!!“แม่ลูกจันทร์” ชี้ว่าหลักเกณฑ์ที่เพิ่มเติมใหม่เพื่อสกรีนให้เหลือคนยากคนจนที่รัฐบาลจำเป็นต้องสงเคราะห์จริงๆ เป็นแนวทางที่ถูกต้องแน่นอนเพียงแต่มีประเด็นปลีกย่อยที่รัฐบาลต้องแก้ไขปรับปรุงข้อมูลไม่ให้คนยากจนตัวจริงต้องถูกเททิ้งกลางทางโดยเฉพาะ 4 กลุ่มใหญ่ที่ถูกตัดรายชื่อออกไปประมาณ 3.5 ล้านคน1, ผู้ถูกตัดสิทธิ 1.4 ล้านคน เนื่องจากข้อมูลพบว่ามีกรรมสิทธิ์ครอบครองรถยนต์ หรือรถจักรยานยนต์เกิน 1 คันรัฐบาลต้องแก้ไขหลักเกณฑ์ใหม่ให้ผู้ครอบครองรถยนต์เก่าเกิน 20 ปี หรือรถจักรยานยนต์ไม่เกิน 300 ซีซี อายุเกิน 15 ปี ได้รับคืนสิทธิบัตรสวัสดิการ แห่งรัฐตามเดิม2,ผู้ถูกตัดสิทธิกว่า 6 แสนคน ที่พบว่ามีสินเชื่อ ธ.ก.ส.เกิน 1 แสนบาทสามารถอุทธรณ์คืนสิทธิรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐตามเดิม3,ผู้ถูกตัดสิทธิกว่า 1.3 แสนราย ที่ตรวจพบว่าถูกอ้างชื่อไปเป็นผู้ถือหุ้นบริษัท หรือห้างหุ้นส่วนจำกัด หรือเป็นกรรมการบริษัทสามารถยื่นอุทธรณ์คืนสิทธิรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเช่นกัน4,ผู้ถูกตัดสิทธิอีก 53,000 ราย ที่มีข้อมูลเป็นนักเรียนนักศึกษานอกระบบ ก็สามารถยื่นอุทธรณ์ขอคืนสิทธิรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพราะไม่มีสภาพเป็นนักเรียนหรือนักศึกษาเต็มเวลา“แม่ลูกจันทร์” มองว่าปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความผิดพลาดของข้อมูลหน่วยราชการแต่ความผิดพลาดเกิดจากคำสั่งตรวจสอบข้อมูลไม่ได้แยกแยะราย ละเอียดให้ชัดเจนเช่น ไม่สั่งให้ตรวจสอบว่าผู้ถือกรรมสิทธิ์รถยนต์ รถจักรยานยนต์ ยังเป็นคนเดิมหรือไม่? สภาพรถยนต์และรถจักรยานยนต์ยังมีสภาพดี หรือผุพังเป็นเศษเหล็กหรือไม่? หรือขายโอนลอยไปแล้ว? หรือถูกไฟแนนซ์ยึดไปนานแล้ว เป็นต้นส่วนผู้ถือบัตรคนจนที่ดันมีชื่อเป็นผู้ถือหุ้นบริษัท หรือมีชื่อเป็นกรรมการบริษัท ท่านต้องทบทวนความจำว่า เคยให้ใครเอาบัตรประชาชนไปยื่นจดทะเบียนตั้งบริษัทหรือไม่ เมื่อไหร่? อย่างไร??สรุปว่า การหาหลักฐานไปยื่น อุทธรณ์เพื่อพิสูจน์ความยากจนของตัวเองเป็นเรื่องยุ่งยากพอสมควรแม้รัฐบาลจะเปิด “วันสต็อปเซอร์ วิส” รับอุทธรณ์ทั่วประเทศ 878 อำเภอก็ไม่ใช่เรื่องง่ายอยู่ดี“แม่ลูกจันทร์” เชื่อว่ากลุ่มที่ถูกตัดสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 9.3 ล้านคน จะไปยื่นอุทธรณ์ขอสิทธิคืนไม่ถึง 50 เปอร์เซ็นต์หรือจะมีผู้นำหลักฐานไปยื่นอุทธรณ์ไม่เกิน 4.75 ล้านคนและจะมีคนยื่นอุทธรณ์ผ่านได้คืนสิทธิรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐไม่เกิน 50 เปอร์เซ็นต์หรือไม่เกิน 2.3 ล้านคนรวมเบ็ดเสร็จผู้ท่ีได้รับสิทธิอยู่แล้ว 9.5 ล้านคน บวกผู้ยื่นอุทธรณ์ผ่านอีก 2.3 ล้านคน รวมกันจะไม่เกิน 11.8 ล้านคนงบอัดฉีดที่เตรียมไว้ 4 หมื่นล้านบาท คงไม่พอซะแล้วโยม.“แม่ลูกจันทร์”คลิกอ่านคอลัมน์ “สำนักข่าวหัวเขียว” เพิ่มเติม