ผอ.กองบุคคลท้องถิ่น สถ. กับ ผอ.สำนักทดสอบฯ มศว เข้าให้ปากคำ บก.ปปป.คดีทุจริตโกงสอบข้าราชการปกครองท้องถิ่น หลังผู้ต้องหา 1 ใน 3 ที่ถูกจับซัดทอดอ้างว่ามีระดับ ผอ. เกี่ยวข้อง พนักงานสอบสวนเตรียมประชุมร่วมกับ บก.ป.พิจารณาเอาผิด พร้อมทั้งหารือร่วม ป.ป.ช. ออกหมายเรียกเจ้าหน้าที่และผู้ที่เกี่ยวข้องรวม 11 ราย ที่พบกำลังแก้ข้อสอบขณะเข้าตรวจค้นที่บริษัทแห่งหนึ่งใน จ.นนทบุรี มาแจ้งข้อกล่าวหา ด้านนายกฯ ลั่นถอดถอนรายชื่อราชการโกงสอบ แต่ละคณะกรรมการต้องทำอย่างสุดซอยก่อน คนที่ไม่พอใจก็ให้ไปใช้สิทธิอุทธรณ์ร้องเรียน ส่วนการตรวจสอบเส้นเงินเป็นหน้าที่ ปปง.อยู่แล้ว ไม่ต้องสั่งการ สัตว์โลก ต้องเป็นไปตามกรรมถ้าเส้นเงินโยงถึงใครกรณีคดีทุจริตโกงสอบเข้ารับราชการสังกัดกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ทั่วประเทศ ตำรวจกองปราบฯจับกุมนายวิน ธนพชรโภคิน หรือ ดร.อัศวิน โชติพนัง ที่ปรึกษาผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมและฝึกอบรม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ น.ส.ศตพร ธนพชรโภคิน น้องสาวนายวิน และ จ.ส.ต.ดร.พิชิต ทั้งพรม หรือจ่าพิชิต ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และงบประมาณ เทศบาลเมืองวิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์ และเตรียมขยายผลเอาผิดผู้ร่วมขบวนการเพิ่มเติม ความคืบหน้าที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เมื่อวันที่ 21 ก.ค.มีรายงานว่า ช่วงเย็นคณะทำงาน ป.ป.ช.ได้เชิญ พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุปผาสุวรรณ ผบก.ป. พร้อมพนักงานสอบสวนที่เกี่ยวข้องไปประชุมที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จ.นนทบุรี เพื่อหารือเกี่ยวกับการออกหมายเรียกเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นและผู้เกี่ยวข้องรวม 11 ราย ที่ตรวจค้นพบขณะดำเนินการแก้ข้อสอบที่บริษัทแห่งหนึ่งในพื้นที่ จ.นนทบุรี มาให้ปากคำและรับทราบข้อหานอกจากนี้จะหารือเกี่ยวกับการขยายผลเพื่อออกหมายจับกุมตัวผู้เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดเพิ่มเติม สืบเนื่องจากนายวิน ธนพชรโภคิน หนึ่งในสามผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมก่อนหน้านี้ ให้การซัดทอดว่ามีบุคคลระดับผู้อำนวยการสังกัดมหาวิทยาลัย ศรีนครินทรวิโรฒ และผู้อำนวยการสังกัดกรมส่งเสริม การปกครองท้องถิ่น มีส่วนเกี่ยวข้องบงการและอยู่เบื้องหลังการทุจริตสอบดังกล่าว ทั้งนี้ มีรายงานว่า สัปดาห์ที่แล้วพนักงานสอบสวน บก.ปปป.ได้เรียกตัว ดร.เรืองเดช ศิริกิจ ผู้อำนวยการสำนักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) และนายพนมเทียน เส้งวั่น ผู้อำนวยการกองบุคคลท้องถิ่น กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) มาสอบปากคำไปแล้ว คณะพนักงานสอบสวนปฏิเสธที่จะให้รายละเอียด ระบุว่าจะต้องนำคำให้การประชุมร่วมกับชุดสืบสวนสอบสวนคลี่คลายคดีพิจารณาการดำเนินคดีต่อไปพล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. สั่งการให้ พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ พร้อมด้วยชุดสืบสวนสอบสวนกองปราบฯ เร่งรวบรวมหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อเอาผิดกับบุคคลทั้งคู่วางแนวทางคดีไว้ 2 ทาง พนักงานสอบสวนกองปราบปรามเสนอต่อศาลออกหมายจับ และรวบรวมหลักฐานส่งให้ ป.ป.ช. หรือพนักงานสอบสวนของกองปราบฯจะส่งหลักฐานทั้งหมดให้ ป.ป.ช. ขออนุมัติศาลออกหมายจับเอง เพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่กฎหมาย ป.ป.ช.ที่ทำเนียบรัฐบาล เวลา 12.15 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย กล่าวถึงการตรวจสอบทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่นว่า วันที่ 23 ก.ค. จะไปเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกลางข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น (ก. กลาง) ด้วยตัวเองหรือไม่ว่า เขามีขั้นตอนอยู่แล้วไปก้าวก่ายไม่ได้ ส่วนตนจะไปเป็นประธานเองหรือไม่คงต้องดูเอกสาร คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) เขามีมติมา แต่ตอนนี้ตนยังไม่เห็นอย่างเป็นทางการ มอบให้นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย ดูแล ถามว่าเคยบอกว่าจะเป็นประธานการประชุม นายอนุทินกล่าวว่า ถ้ามีปัญหา แต่รู้สึกว่าตอนนี้เริ่มกระจ่างในหลายเรื่อง ปล่อยให้เป็นตามกระบวนการ ทุกอย่างจะได้ถูกดำเนินการด้วยความโปร่งใสยุติธรรม ยึดข้อกฎหมายเป็นหลักไม่มีการเข้าไปก้าวก่ายแทรกแซงใดๆถามว่ามีการตั้งข้อสังเกต กสถ.สามารถเพิกถอนข้าราชการท้องถิ่นที่มีปัญหาได้เลยโดยไม่ต้องรอมติกรรมการกลาง นายอนุทินกล่าวว่า ตรงนี้คนนึงก็พูดอย่างอีกคนก็พูดอย่าง ต้องให้นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯ ปรึกษาเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา แต่ละคณะกรรมการต้องดำเนินการทุกอย่างไปสุดซอยก่อน การตีความเป็นเรื่องของคนที่ได้รับผลกระทบ ถ้าเขาไม่พอใจก็ใช้สิทธิ์ร้องเรียนอุทธรณ์ก็ว่ากันไป ถามว่าตัวการใหญ่ที่ดำเนินการเรื่องนี้มีมากกว่าที่ถูกจับกุมไปแล้ว 3 คนหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ตอนนี้มีสืบสวนสอบสวนโดยตำรวจสอบสวนกลาง มีการแจ้งความเพิ่ม โดย สถ. ประชาชนไม่ต้องกังวลเลย เพราะหน่วยงานที่ติดตามเรื่องนี้ เพื่อเอาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษให้ได้ก่อให้เกิดความเป็นธรรมเกิดขึ้นและเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีกถามว่าจะอธิบายสังคมอย่างไร เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพุ่งเป้าไปที่นักการเมืองและพรรคการเมือง นายอนุทินกล่าวว่า นี่คือรัฐบาลไม่ใช่พรรคการเมือง ข้อสั่งการที่รัฐบาลแจ้งไปยังทุกหน่วยงานต้องไม่มีเรื่องการทุจริต รัฐบาลไม่สามารถให้มีข้าราชการเพิ่มใหม่เข้ามาด้วยการสอบที่ทุจริต ถามว่าจะสาวถึงตัวการใหญ่ได้หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ถึงใครก็ถึงคนนั้น สาวถึงใครก็ต้องโดน รัฐมนตรีเดี๋ยวนี้กล้ากระทำผิดหรือไม่ ถามต่อว่า ปปง.จะเข้ามาตรวจสอบด้วยหรือไม่ เพราะบอกว่ายังไม่มีสั่งการ นายอนุทินกล่าวว่า ต้องสั่งด้วยหรือ เขามีหน้าที่ตรวจ หากมีพฤติกรรมอะไรเกิดขึ้น เดี๋ยวชื่อก็โผล่ที่ ปปง.เอง มันไม่ต้องสั่งเป็นหน้าที่ที่เขาต้องดำเนินการเองอยู่แล้วถามว่านายไทกร พลสุวรรณ นักเคลื่อนไหวทางการเมืองบอกว่ามีเส้นเงินไปถึงรัฐมนตรีตึกสีขาวได้ตรวจสอบหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า จะตึกสีขาว ตึกสีครีมถ้าไปถึงสัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรมแค่นั้นเองด้านนายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการแทนอธิบดีกรม ส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) กล่าวว่า ในวันอาทิตย์ที่ 26 ก.ค. มีการจัดสอบพนักงานท้องถิ่น สายงานบริหาร 5 สนาม 5 ภูมิภาค ได้แก่ จ.เชียงใหม่ อุดรธานี ขอนแก่น ปทุมธานี ชลบุรี และนครศรี ธรรมราช มีผู้เข้าสอบ 37,359 คน ม.ธรรมศาสตร์ เป็นผู้จัดสอบ สถ.จะปิดกั้นการทุจริตสอบให้เข้มงวดที่สุด ขอให้ผู้เข้าสอบทุกท่านอย่าหลงเชื่อ อย่าจ่าย อย่าซื้อขายคะแนนสอบใดๆทุกกรณี หากพบเห็นหรือมีเบาะแสบุคคลที่ชักชวนให้ทำ หรือจะกระทำทุจริต ขอให้เร่งแจ้งข้อมูลและหลักฐานมาที่ สถ. ศูนย์ดำรงธรรมท้องถิ่น โทร. 0-2241-9014 หรือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ ป.ป.ช.ได้ทันที ข้อมูลที่ส่งมาทั้งหมดถือเป็นความลับของทางราชการขณะที่นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย ชี้แจงถึงเหตุผลการเลื่อนการประชุม ก.กลาง เพื่อพิจารณาการยกเลิกบัญชีบรรจุ 5,924 คน และจัดทำบัญชีใหม่ว่า เนื่องจากรอกระบวนการของคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) กำลังทำงานอยู่ และใกล้ที่จะเสร็จเรียบร้อย แต่เนื่องจากยังไม่ทันวันที่จะนัดประชุมวันที่ 23 ก.ค. จึงมีการขยับการประชุมออกไป เพื่อรอให้ กสถ.ดำเนินการให้เสร็จสิ้น และกำหนดวันประชุมอีกครั้งหนึ่ง เพื่อส่งเรื่องเข้ามายังที่ประชุม ก.กลาง ส่วนข้อกังวลของประชาชนที่มองว่าการเลื่อนการประชุม ก.กลาง ออกไปอาจเป็นการส่งสัญญาณมวยล้มต้มคนดูนั้น ยืนยันว่าไม่เพียงระยะเวลาที่ กสถ.ยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ และไม่ได้เลื่อนออกไปไกล และหาก กสถ.ทำเรื่องเสร็จเรียบร้อยจะนัดวันประชุมอีกครั้ง และในเชิงข้อเท็จจริงไม่มีอะไรที่เปลี่ยนแปลงอยู่แล้ว เพราะการตรวจตามข้อเท็จจริง ตัวเลขก็เห็นอยู่แล้วว่ามี 5,000 กว่าคน ทุกการตรวจสามารถพิสูจน์ได้ ว่าใครมีความผิดปกติอย่างไร และไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องกังวลอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่