หัวไม่ส่ายหางไม่กระดิก ตำแหน่งใหญ่และความรับผิดชอบสูง นั่นคือ ผบ.ตร.ที่ทำหน้าที่ดูแลประชาชนทั้งประเทศ เวลาทำงานคือ 24 ชั่วโมง ไม่มีวันหยุด ถ้าได้ ผบ.ตร.ดีก็สบายไปครึ่งหนึ่งแล้ว พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร.คนที่ 15 ซึ่งจะเกษียณอายุราชการ 30 ก.ย.นี้ ก็ต้องแต่งตั้ง ผบ.ตร.คนใหม่ (คนที่ 16)ปีนี้มีนายตำรวจที่เป็นแคนดิเดต ซึ่งคุณสมบัติครบถ้วนตามหลักเกณฑ์อยู่ 4 คน ไล่ชื่อตามอาวุโส ดังต่อไปนี้1.พล.ต.อ.นิรันดร เหลี่ยมศรี รอง ผบ.ตร.2.พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร.3.พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร.4.พล.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ จเรตำรวจแห่งชาติหลักเกณฑ์การแต่งตั้งนอกจากคุณสมบัติแล้ว ก็ดูเรื่องอาวุโส ความรู้ความสามารถ ผลงานและการยอมรับจากผู้ใต้บังคับบัญชาที่ผ่านมา “การเมือง” จะเข้าไปมีบทบาทสูงด้วยการสนับสนุนคนของตัวเองขึ้นดำรงตำแหน่งนี้ เนื่องจาก“ตำรวจ” นั้นคุมพื้นที่ทั่วราชอาณาจักร มีจำนวนมาก และใกล้ชิดประชาชนมากที่สุดที่สำคัญมือหนึ่งถือ “ปืน” อีกมือหนึ่งถือ “กฎหมาย”ยิ่งไปกว่านั้นระบบราชการไทย ตำรวจถูกจัดให้เป็น “กองทัพที่ 4” นอกเหนือจากกองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพ อากาศหากการเมืองมี “กองทัพที่ 4” อยู่ในมือ ลองคิดดูเองว่า จะขนาดไหน?ต้องยอมรับตำรวจในยุค ผบ.ตร.คนปัจจุบันที่เป็นตำรวจอาชีพ ตรงไปตรงมา จึงไม่ค่อยจะมีปัญหาพูดง่ายๆคือเป็น “ตำรวจน้ำดี”ทำให้ตำรวจส่วนใหญ่ไม่มีปัญหาฉาวโฉ่ หรือสร้างความเสื่อมเสียที่สำคัญคือสามัคคีกันขจัดตำรวจเลวให้ออกจากราชการได้ทำให้ภาพลักษณ์ของตำรวจดีขึ้นมาก ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ ตำรวจถูกมองว่าคือปัญหาของบ้านเมืองที่ทำให้ประเทศเกิดความเสียหายประชาชนไม่ได้รับความเป็นธรรมรับใช้การเมืองอย่างไม่อายฟ้าอายดินแต่ปัจจุบันตำรวจแทบจะไม่มีปัญหาแต่ปัญหาไปเกิดที่ กระทรวงมหาดไทย ที่นักการเมืองเข้าไปควบคุมอย่างเบ็ดเสร็จดังนั้น นายกรัฐมนตรีในฐานะประธาน ก.ตร. และคณะ กรรมการจึงต้องพิจารณากันให้ดีแม้จะต้องยึดหลักอาวุโสแต่ก็ต้องดูความสามารถและปูมประวัติประกอบด้วยหากได้คนดีมีความสามารถ “ตำรวจ” ก็จะเป็นที่พึ่งของ ประชาชนได้ก่อนหน้านี้มีเสียงเรียกร้องกันมากให้ปฏิรูปตำรวจเป็นหัวข้อระดับชาติ แต่ก็ทำไม่ได้จนมาระยะหลังเสียงเงียบหายไปก็เพราะได้ ผบ.ตร.ดีดังนั้น ช่วงนี้ก็ต้องเลือก ผบ.ตร.ให้ดีไว้ก่อนจะปฏิรูปอะไรกัน...ก็ค่อยมาว่ากันอีกที!"สายล่อฟ้า"คลิกอ่านคอลัมน์ “กล้าได้กล้าเสีย” เพิ่มเติม