กสถ.มีมติเอกฉันท์โละยกแผง “ยกเลิกบัญชีเดิมทั้งหมด” และเตรียมประกาศบัญชี ใหม่สัปดาห์หน้า ส่งผลผู้ที่โกงคะแนนทั้ง 5,924 คน พ้นสภาพจากข้าราชการทันที ปลัด มท. ลั่น สิ้นสุดการรอคอย ไม่มีการวิ่งเต้น ทุกอย่าง จบแล้ว ชี้ไม่ใช่การจัดสอบใหม่แต่จะใช้คะแนนดิบที่แท้จริงมาเรียงลำดับใหม่ทั้งหมด “นิรัตน์” เผย กสถ. มีอำนาจเพิกถอน เตรียมชี้แจงศาลปกครองหากโดนฟ้อง ผบช.ก.สั่งกองปราบฯล่าตัวการใหญ่ หากพบ จนท.รัฐ เอี่ยวฟันไม่เลี้ยง พร้อมเตรียมแผนระดมพนักงานสอบสวนทั่วประเทศเค้นปากคำผู้สอบ ผ่าน 5 พันกว่าคน จ่อออกหมายเรียกผู้เกี่ยวข้องเพิ่มอีก 15 ราย ด้าน มศว ตั้ง กก.สอบวินัยร้ายแรง 1 ราย เอี่ยวโกงกรณีการสืบสวนคลี่คลายคดีทุจริตสอบเข้ารับราชการสังกัดกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ปี 68 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี สั่งตั้งกรรมการสอบหลายชุด ล่าสุดการสาวไส้ผู้อยู่เบื้องหลังเริ่มเห็นเค้าลาง เมื่อกองปราบปรามจับนายวิน ธนพชรโภคิน หรือ ดร.อัศวิน โชติพนัง ที่ปรึกษาผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมและฝึกอบรม มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ น.ส.ศตพร ธนพชรโภคิน น้องสาวนายวิน และ จ.ส.ต.ดร.พิชิต ทั้งพรม หรือจ่าพิชิต ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และงบประมาณ เทศบาลเมืองวิเชียรบุรี จ. เพชรบูรณ์ 3 ผู้ต้องหาร่วมกันทุจริตหลังมีหลักฐานทั้งหมดเป็นตัวการร่วมวางแผนรวบรวมข้าราชการท้องถิ่นมาแก้ไขไฟล์ข้อสอบ ด้าน พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป.เผย นายวินและน้องสาวให้การเป็นประโยชน์ เตรียมออกหมายเรียกรับทราบข้อหาเพิ่ม 15 คน ล่าสุด คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น หรือ กสถ. มีมติส่งรายชื่อ 5,814 คน ที่พบทุจริตสอบส่งให้คณะกรรมการกลางข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น หรือ ก.กลาง เพิกถอนวันที่ 23 ก.ค. จ่อตัดสิทธิ์บรรจุกลุ่มแรก 3,621 คน จาก 5,814 คน ส่วนที่เหลือนับคะแนนใหม่ ตามที่เสนอข่าวไปนั้นความคืบหน้าในการกระชากผู้อยู่เบื้องหลังโกงคะแนนสอบเข้าเป็นข้าราชการท้องถิ่นปี 68 หลังมีการจับกุมผู้ต้องหาสำคัญได้ 3 คน เมื่อวันที่ 17 ก.ค. ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. เผยความคืบหน้าคดีโกงข้อสอบข้าราชการท้องถิ่น หรือ สถ.ว่า วันนี้ได้เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเพื่อติดตามความคืบหน้า สั่งให้กองปราบฯรวบรวมพยานหลักฐานขยายผลหาผู้เกี่ยวข้อง หากพบมีเจ้าหน้าที่รัฐเกี่ยวข้องจะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมส่งสำนวนในส่วนที่เกี่ยวข้องกับราชการไปให้ ป.ป.ช.ดำเนินการต่อไปผบช.ก.กล่าวต่อว่า ส่วนผู้ที่สอบผ่านและบรรจุเป็นข้าราชการ 5 พันกว่าคนทั่วประเทศ ต้องรอความชัดเจนจากมาตรการปกครองมหาดไทย และแนวทางของ ป.ป.ช.ก่อน หากมีความจำเป็นต้องสอบปากคำทั้ง 5 พันกว่าคน ตำรวจสอบสวนกลางได้เตรียมเสนอ ตร. ออกคำสั่งให้พนักงานสอบสวนทั่วประเทศเป็นผู้สอบในประเด็นเดียวกัน หลังเสร็จสิ้นจะส่งข้อมูลกลับมาที่ส่วนกลาง หรือ ป.ป.ช. แต่ขณะนี้ยังไม่มีคำสั่งลงมาอย่างเป็นทางการ หลังการประชุมจะมาสรุปอีกครั้งว่าขณะนี้สามารถรวบรวมพยานหลักฐานอะไรที่เป็นประโยชน์กับรูปคดีได้บ้าง ถ้ามีความคืบหน้าจะกำหนดแถลงให้ทราบอีกครั้งวันเดียวกัน ที่กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์กรณีมีการเผยแพร่เอกสารคำสั่งกระทรวงสาธารณสุข ที่ 541/2569 เรื่องแต่งตั้งคณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ลงนามโดยนายพัฒนา เมื่อวันที่ 29 เม.ย.2569 โดยหนึ่งในคณะทำงานคือ นายวิน ธนพชรโภคิน ซึ่งตกเป็นผู้ต้องหากรณีโกงสอบท้องถิ่นว่า นายวินเคยเป็นหัวหน้าคณะทำงานจริงช่วงเวลาสั้นๆในรัฐบาลอนุทิน 1 และลาออกไปนานแล้ว เมื่อถามย้ำว่า แต่มีหนังสือลงนามแต่งตั้งเดือน เม.ย.2569 นายพัฒนากล่าวสั้นๆว่า “เขาออกไปนานแล้ว”อีกด้านหนึ่ง เมื่อเวลา 14.00 น. ที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วน ท้องถิ่น (กสถ.) พิจารณาเพิกถอนสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น กลุ่มแรก 3,621 คน หลังผลการประชุม กสถ. วันที่ 15 ก.ค. พบคะแนนที่มีความผิดปกติชัดเจน มีนายวันชัย จันทร์พร ประธาน กสถ. นายบุญประสงค์ นวลสายย์ รองอธิบดี สถ. และนายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรักษาราชการแทนอธิบดี สถ. เข้าร่วมกระทั่งเวลา 16.50 น. หลังการประชุม นาย อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า เป็นการประชุมพิจารณาเพิกถอนคนที่มีคะแนนผิดปกติ โดยวันที่ 16 ก.ค.ได้ข้อมูลสำคัญมาตรวจสอบ โดยนำผลตรวจสอบเข้าสู่ที่ประชุมวันที่ 17 ก.ค. ได้เห็นข้อมูลทั้งหมดของผู้เข้าสอบกว่า 279,000 คน จากผู้สมัครกว่า 400,000 คน และเข้าสอบกว่า 200,000 คน เห็นความผิดปกติทั้งหมด 5,924 คน เมื่อเห็นความผิดปกติของคะแนนที่ถูกปรับ กรรมการรับทราบข้อมูลจากที่ได้นำเสนอ มีมติว่า ยกเลิกผลการสอบครั้งที่ผ่านมา และมีมติยกเลิกประกาศการขึ้นบัญชีข้าราชการท้องถิ่นที่ได้ขึ้นบัญชีไปแล้วทั้งหมด ประธาน กสถ.จะลงนามประกาศในบัญชีใหม่ที่ได้ตรวจสอบคะแนนใหม่ทั้งหมด และขึ้นบัญชีใหม่ให้ทุกคนรับทราบต่อไป ตอนนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบรายละเอียดให้รอบคอบมากที่สุด คาดว่าต้นสัปดาห์หน้าจะลงนามยกเลิกประกาศฉบับเดิม และลงนามประกาศผู้สอบแข่งขันฉบับใหม่ ทั้งนี้ ไม่ใช่การสอบใหม่ เพราะมีคะแนนที่ถูกต้องตามที่ผู้เข้าสอบทั้งหมดได้สอบไว้แล้ว โดยโละบัญชีทั้งหมด และบัญชีมีการนับคะแนนจากบัญชีใหม่ นำมาเรียงลำดับใหม่ทั้งหมด 5,924 คน ตอนแรกที่ตรวจไปแล้ว เห็นความผิดปกติในช่วงแรกเยอะมาก แต่ก็มีช่วงหลังที่เห็นความผิดปกติอยู่บ้างเมื่อถามว่าการยึดรายชื่อที่จะประกาศใหม่ จะเทียบข้อมูลกับแฟลชไดรฟ์ ป.ป.ช.ด้วยหรือไม่ นายอรรษิษฐ์ตอบว่านี่คือสิ่งที่อยู่ตรงนั้น วันเวลาที่เขาบันทึกในใบประกาศรายชื่อ ห่างกันไม่เกิน 4 นาที จากการทำสอบคือคนที่ได้รับการบันทึกข้อมูลในกระดาษคำตอบ ตรงนี้มีตัวเลขวันเวลากำหนดไว้ชัดเจน เมื่อถามว่าจากมติ กสถ.ที่ยกเลิกบรรจุข้าราชการ 5,924 คน จะต้องนำเข้าสู่ที่ประชุมกลางในวันที่ 23 ก.ค.หรือไม่ นายอรรษิษฐ์ตอบว่าจะเป็นการแจ้งเพื่อทราบว่า ได้ตรวจสอบทั้งหมดแล้ว เป็นสิ่งที่สังคมรอคอย ถือว่าสิ้นสุดกระบวนการตรวจสอบ เมื่อถามว่ามติคณะกรรมการ กสถ. วันนี้ถือเป็นเอกฉันท์หรือไม่ นายอรรษิษฐ์ตอบว่าไม่มีการโต้แย้ง ทุกคนเห็นร่วมกันว่าต้องยกเลิกการบรรจุข้าราชการที่มีปัญหาทั้ง 5,924 คน เมื่อถามว่ามีกระแสข่าวว่ามีการวิ่งเต้นเพื่อถอนชื่อข้าราชการที่ถูกเพิกถอนการบรรจุออกจากบัญชีผู้กระทำผิดหรือไม่ นายอรรษิษฐ์กล่าวว่า ขณะนี้ไม่ทันแล้ว จะวิ่งเต้นกับใครก็ไม่ได้ ทุกอย่างจบแล้ว และต้องเป็นไปตามมตินายอรรษิษฐ์ยังกล่าวถึงกรณีการดำเนินคดีกับผู้ที่นำคะแนนอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบว่า กสถ. มีมติให้ดำเนินการกับผู้ที่นำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ กสถ. ทั้งผู้รับจ้าง ผู้จัดทำข้อมูลและนำข้อมูลอันเป็นเท็จมาเสนอ ก็ต้องรับผิดชอบ จะมอบให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นไปแจ้งความดำเนินคดี เมื่อถามย้ำว่าแสดงว่าคณะกรรมการ กสถ.จะไม่ถูกดำเนินคดีใช่หรือไม่ นายอรรษิษฐ์ตอบว่าขณะนี้รายชื่อคณะกรรมการ กสถ.อยู่ในรายชื่อที่ ป.ป.ช.เรียกตรวจสอบ หากตรวจสอบแล้วไม่เกี่ยวข้อง หรือไม่นำไปสู่การแก้ไขคะแนน ป.ป.ช.จะพิจารณาไปตามข้อเท็จจริง เมื่อถามว่าพบความผิดปกติของคะแนนในพื้นที่ใดมากที่สุด นายอรรษิษฐ์กล่าวว่าหากคิดเป็นเปอร์เซ็นต์โดยเฉลี่ยจะพบว่าอยู่ในพื้นที่ภาคใต้ด้านนายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรักษาราชการแทนอธิบดี สถ. กล่าวว่า ยืนยันว่า กสถ.มีอำนาจหน้าที่ในการเพิกถอนการสอบ หน่วยงานใดเป็นคนผูก หน่วยงานนั้นต้องเป็นคนแก้ ถ้ามตินั้นเกิดจาก กสถ.ที่พบว่า ข้อมูลไม่ถูกต้อง กสถ.มีอำนาจหน้าที่พิจารณามติตัวเองให้ถูกต้อง กสถ.มีอำนาจหน้าที่ทำตรงนี้ส่วนนายวันชัย จันทร์พร ประธาน กสถ. กล่าวถึงกรณีมีข้อท้วงติง กสถ.มีอำนาจอะไรมาเพิกถอนว่า เราใช้กฎหมายวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองเกี่ยวกับเรื่องเจ้าหน้าที่ที่ไปออกคำสั่งทางปกครอง เมื่อเห็นว่าข้อมูลหรือคำสั่งที่ออกไปมีข้อบกพร่อง ไม่สมบูรณ์ ผู้ออกคำสั่งทางปกครองต้องแก้ไขคำสั่งทางปกครองนั้นๆ เรื่องนี้เป็นข้อยุติในส่วนฝ่ายปกครอง เมื่อมีการยกเลิกบัญชีและขึ้นบัญชีใหม่ต้องส่งบัญชีนี้ไปให้คณะกรรมการข้าราชการท้องถิ่นประจำจังหวัดดำเนินการว่ามติครั้งที่แล้วไม่ชอบด้วยกฎหมาย ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีคำสั่งให้ข้าราชการออกจากข้าราชการดังกล่าว เมื่อถามว่าผู้เสียโอกาสสามารถไปร้องศาลปกครองได้หรือไม่ นายวันชัย กล่าวว่าร้องได้ แต่ต้องเข้ากระบวนการอุทธรณ์ตามกฎหมายวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง หากไม่พอใจผล ไปฟ้องศาลปกครองได้ ส่วนศาลจะสั่งคุ้มครองชั่วคราวหรือไม่ เป็นดุลพินิจศาล เมื่อถามว่า กสถ.มีแผนสำรองหรือไม่หากมีการฟ้องศาล นายวันชัยตอบว่า ปลัดกระทรวงมหาดไทยมอบให้ฝ่ายกฎหมาย สถ.เตรียมการชี้แจงกับศาลปกครองแล้วนายวันชัยกล่าวว่าผู้สมัครสอบ 438,277 คน มาสอบ 279,949 คน สอบผ่าน และขึ้นบัญชี 55,753 คน เรียกบรรจุเป็นข้าราชการ 3 รุ่น จำนวน 14,988 คน ในจำนวนนี้พบผู้กระทำผิด 5,924 คน จะเหลือในบัญชี 49,829 คน ในสัปดาห์หน้าจะลงนามในบัญชียกเลิก และบัญชีประกาศใหม่ พร้อมกำหนดหลักเกณฑ์แจ้งไปยังคณะกรรมการข้าราชการท้องถิ่นประจำจังหวัดว่าจะมีการยกเลิก และแจ้งไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้ผู้มีรายชื่อกระทำผิดพ้นจากราชการ นอกจากนี้ กสถ.จะกำหนดแนวทางว่า ผู้ได้รับการบรรจุไปแล้วจะให้อยู่ที่เดิมหรือให้เลือกที่ใหม่ เพราะลำดับคะแนนอาจเปลี่ยนแปลง อย่างไรก็ตามรายชื่อ 5,924 รายชื่อไม่สามารถเปิดเผยได้เพราะผิดกฎหมาย PDPAวันเดียวกัน มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ได้ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 3 แจ้งความคืบหน้าการดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีที่มหาวิทยาลัย ศรีนครินทรวิโรฒ ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบหาข้อเท็จจริง เพื่อดำเนินการตรวจสอบกรณีที่ปรากฏข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการดำเนินโครงการจัดสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นของกรมส่งเสริมการปกครองนั้น บัดนี้ คณะกรรมการสอบหาข้อเท็จจริงได้ดำเนินการแล้วเสร็จและได้รายงานผลการดำเนินการต่อมหาวิทยาลัยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ผลปรากฏว่ามีพยานหลักฐานและข้อเท็จจริงในเบื้องต้นที่มีมูลเพียงพอในการดำเนินการทางวินัยกับบุคลากรของมหาวิทยาลัย ศรีนครินทรวิโรฒ 1 ราย มหาวิทยาลัยจึงได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรง เพื่อสอบสวนตามขั้นตอนต่อไป ทั้งนี้ เปิดโอกาสให้ผู้ถูกกล่าวหาได้ใช้สิทธิชี้แจงและแสดงพยานหลักฐานอย่างเต็มที่ ดังนั้น การดำเนินการในขั้นตอนนี้ยังไม่ถือว่าบุคคลดังกล่าวกระทำผิดทางวินัย จนกว่าคณะกรรมการสอบสวนจะดำเนินการแล้วเสร็จ หากผลการสอบสวนพบว่ามีการกระทำผิด มหาวิทยาลัย จะดำเนินการตามกฎหมายและระเบียบอย่างเด็ดขาดโดยไม่มีข้อยกเว้น โดยคำนึงถึงประโยชน์สาธารณะเป็นสำคัญอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่