“อนุทิน” ปลื้มกระชับความสัมพันธ์ไทย-จีน จับมือชื่นมื่นผู้นำจีนยกระดับความร่วมมือทางเศรษฐกิจ “สี จิ้นผิง” ยาหอมมิตรภาพสองประเทศคือครอบครัวเดียวกัน แจงยิบส่งรถถังให้กัมพูชาเป็นคำสั่งซื้อเก่า ก่อนเกิดเหตุสู้รบ เผยจีนพร้อมเป็นกาวใจหย่าศึกความขัดแย้งไทย-กัมพูชา คณะกรรมการสรรหา กสทช.ลงมติเอกฉันท์ ฟัน “นพ.สรณ” กระเด็นพ้นตำแหน่งประธาน กสทช. ชี้ขาดมีลักษณะต้องห้าม ขัด พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ “ภคมน” บี้นายกฯเร่งกระบวนการปลดพ้นเก้าอี้โดยเร็ว “ณัฐพงษ์” ประเมินสถานะรัฐบาลเปราะบาง เผชิญปมทุจริตรุมเร้ากระทรวงมหาดไทย “รักชนก” ด่ายับ “ภาวุธ” น้ำเสียงเปลี่ยน ตั้งท่ากลับลำสนับสนุนโครงการ TH-AI Passportนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการ กระชับความร่วมมือการค้า การลงทุนระหว่างสองประเทศ ประธานาธิบดีจีนย้ำความสัมพันธ์ไทย-จีน คือครอบครัวเดียวกัน พร้อมสนับสนุนประเทศไทยทุกด้าน และยกระดับความร่วมมือการเป็นหุ้นส่วนเศรษฐกิจ“อนุทิน” กระชับความร่วมมือไทย–จีนผู้สื่อข่าวรายงานว่าเวลา 22.00 น. วันที่ 16 ก.ค. ตามเวลาท้องถิ่นนครเซี่ยงไฮ้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติเซี่ยงไฮ้หงเฉียว นครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน ในโอกาสเดินทางเยือนอย่างเป็นทางการ มีนายเฉิน เจี๋ย รองนายกเทศมนตรีนครเซี่ยงไฮ้ ให้การต้อนรับ นายอนุทินมีภารกิจครอบคลุม 3 เมืองหลัก ได้แก่ นครเซี่ยงไฮ้ นครเฉิงตู และกรุงปักกิ่ง เพื่อกระชับความร่วมมือระหว่างไทยและจีน ด้านการค้า การลงทุน รวมทั้งนวัตกรรมและเทคโนโลยีชั้นสูง เสนอเวทีโลก 3 หลักธรรมาภิบาล AIต่อมาเวลา 10.00 น. วันที่ 17 ก.ค. ตามเวลาท้องถิ่น ที่ศูนย์การประชุม Shanghai World Reception Hall นครเซี่ยงไฮ้ นายอนุทินกล่าวถ้อยแถลงพิธีเปิดการประชุมปัญญาประดิษฐ์โลก ค.ศ.2026 หัวข้อ “AI Partnership for a Brighter Future” มีนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน พร้อมผู้นำระดับสูงจากหลายประเทศเข้าร่วม ว่าโลกกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีครั้งใหญ่ AI เข้ามาเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตคนทุกด้าน ขอชื่นชมจีนที่ริเริ่มความร่วมมือระหว่างประเทศด้านธรรมาภิบาล AI จัดตั้งองค์การความร่วมมือด้านปัญญาประดิษฐ์โลก สร้างระบบพหุภาคีที่เปิดกว้างและครอบคลุม AI ควรตั้งอยู่บนหลักการสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ 1.คุ้มครองประชาชน สิทธิ มนุษยชน ความเป็นส่วนตัว และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ 2.ปลดล็อกศักยภาพ AI ที่ดีต้องไม่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนา 3.สร้างความเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน ประเทศกำลังพัฒนาควรมีบทบาทเป็นผู้ร่วมสร้างอนาคต AI ไม่ใช่เพียงผู้ใช้เทคโนโลยีที่พัฒนาโดยประเทศอื่น ประเทศไทยพร้อมมีส่วนร่วมผ่าน AI Governance Practice Center เป็นพื้นที่ทดลองเชิงปฏิบัติที่ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ นำหลักการธรรมาภิบาล AI ระดับสากลไปพัฒนาเป็นแนวปฏิบัติที่เกิดผลจริงไทย–คาซัคฯขยายความร่วมมือจากนั้นเวลา 11.15 น. ที่ศูนย์การประชุม Shanghai World Reception Hall นครเซี่ยงไฮ้ นายอนุทินหารือทวิภาคีกับนายคาซีม-โยมาร์ต โตคาเยฟ ประธานาธิบดีคาซัคสถาน น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สรุปสาระสำคัญการหารือว่า นายอนุทินขอบคุณประธานาธิบดีคาซัคสถาน สำหรับคำเชิญเยือนคาซัคสถานอย่างเป็นทางการปี 2570 ในวาระครบรอบ 35 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์การทูตไทย-คาซัคสถาน พร้อมเชิญประธานาธิบดีคาซัคสถานเยือนไทยอย่างเป็นทางการ คาซัคสถานเป็นประเทศคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของไทยในเอเชียกลาง ไทยพร้อมเป็นประตูสู่ตลาดอาเซียน โดยสองฝ่ายเห็นพ้องขยายความร่วมมือในสาขาที่มีศักยภาพร่วมกัน อาทิ การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ การแพทย์ ความมั่นคงทางอาหาร การบริการการโรงแรม ปัญญาประดิษฐ์ พลังงาน และแร่หายากสำคัญ นายกรัฐมนตรีเสนอให้หารือกันอย่างใกล้ชิดต่อไปทึ่งเทคโนโลยีหุ่นยนต์จีนสุดลํ้าต่อมานายอนุทินเข้าเยี่ยมชมบริษัท Zhiyuan Innovation (Shanghai) Technology (AgiBot) ที่เป็นบริษัทเทคโนโลยีหุ่นยนต์ชั้นนำของจีน โดยผู้บริหารบริษัทนำหุ่นยนต์ AGIBOT A3 สวมชุดไทยประจำชาติกล่าวต้อนรับนายอนุทินเป็นภาษาไทย และหุ่นยนต์ AGIBOT X2 สาธิตศิลปะการต่อสู้มวยไทย สร้างความประทับใจให้นายอนุทินและคณะ นายอนุทินกล่าวว่า เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ และหุ่นยนต์มีบทบาทสำคัญขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเป้าหมายที่ไทยให้ความสำคัญ รัฐบาลมุ่งส่งเสริมการลงทุนอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง การวิจัยและพัฒนา การพัฒนาบุคลากรด้านดิจิทัลและ AI เพื่อยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันประเทศ เชื่อมั่นว่าความร่วมมือระหว่างไทยกับบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำจีนจะสนับสนุนการถ่ายทอดองค์ความรู้ พัฒนาบุคลากร การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีหุ่นยนต์ในภาคอุตสาหกรรมและบริการของไทยในอนาคตนายกฯหารือ “สี จิ้นผิง” ชื่นมื่นเวลา 16.00 น. ที่ Xijiao State Guest Hotel นายอนุทินเข้าเยี่ยมคารวะนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน การหารือเป็นไปอย่างกว้างขวางและลึกซึ้ง โดยประธานาธิบดีจีนเน้นย้ำความสัมพันธ์ไทย-จีน คือครอบครัวเดียวกัน จีนพร้อมสนับสนุนการบริหารงานของรัฐบาลไทย เพื่อยกระดับความเป็นหุ้นส่วนความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์อย่างรอบด้าน โดยมุ่งสร้างโอกาสใหม่ให้ประเทศไทยผ่านความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การลงทุน นวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์ อุตสาหกรรมแห่งอนาคต และความมั่นคงของภูมิภาคจีนแจงปมส่งรถถังให้เขมรกระทั่งเวลา 17.00 น. นายอนุทินให้สัมภาษณ์ถึงการหารือทวิภาคีกับนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีนว่า รัฐบาลจีนให้เกียรติรัฐบาลไทยมาก ย้ำถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นของ 2 ประเทศ จีนยืนยันสนับสนุนและร่วมมือกับประเทศไทยด้านต่างๆ ต่อเนื่อง ทั้งความมั่นคง เศรษฐกิจ การถ่ายทอดเทคโนโลยี ส่วนเรื่องความสัมพันธ์และปัญหาความมั่นคงในภูมิภาคนั้น ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง พร้อมเสนอตัวเป็นผู้อำนวยความสะดวกให้ 2 ประเทศรื้อฟื้นความสัมพันธ์ที่ดี แสวงหาทางออกร่วมกัน ขณะที่ไทยเน้นย้ำจุดยืนว่าไม่ได้แสวงหาความขัดแย้ง แต่จำเป็นต้องปกป้องอธิปไตย ความปลอดภัยของประชาชน และยังได้พูดคุยอย่างตรงไปตรงมาบนโต๊ะเจรจากรณีการส่งยุทธภัณฑ์ โดยเฉพาะรถถังจากจีนไปกัมพูชา จีนชี้แจงว่าเข้าใจความกังวลรัฐบาลและประชาชนไทยเป็นอย่างดี แต่คำสั่งซื้อดังกล่าวเกิดขึ้นนานแล้ว ก่อนจะมีการสู้รบ ในช่วงการสู้รบ จีนทราบถึงความอ่อนไหวจึงชะลอการส่งมอบไว้ แต่ท้ายที่สุดต้องปฏิบัติตามสัญญา จีนให้ความมั่นใจว่าในเงื่อนไขที่มีต่อกันได้ตกลงกันว่า จะไม่นำยุทธภัณฑ์เหล่านี้มาก่อให้เกิดความเสียหายต่อประเทศไทยแน่นอนดึงจีนตั้งฐานลงทุน AI ในไทยน.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายก รัฐมนตรี กล่าวว่า การหารือของผู้นำทั้งสองมุ่งเป้าสู่อนาคตที่มั่นคงยั่งยืนของสองประเทศ ยืนยันเจตนารมณ์สานต่อมิตรภาพอันยาวนานระหว่างกัน เพื่อสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจ นายอนุทินกล่าวว่า ไทยให้ความสำคัญกับจีนในฐานะมิตรเก่าที่ไว้วางใจได้ พร้อมสานต่อความร่วมมือทุกมิติ โดยเฉพาะการขับเคลื่อนเศรษฐกิจแห่งอนาคต ไทยและจีนควรร่วมพัฒนาเทคโนโลยี บุคลากร และธรรมาภิบาลด้าน AI ให้เทคโนโลยีสร้างประโยชน์ต่อประชาชนอย่างทั่วถึง โดยเสนอให้ไทยและจีนร่วมเปิดโอกาสทางเศรษฐกิจรอบใหม่ ส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต อาทิ AI เซมิคอน ดักเตอร์ เทคโนโลยีสุขภาพ พลังงานสะอาด และอุตสาหกรรมสีเขียว พร้อมเชิญชวนผู้ประกอบการเทคโนโลยีขั้นสูงของจีนมาลงทุนในไทย ใช้ไทยเป็นฐานการผลิต และสำนักงานใหญ่ประจำภูมิภาค สร้างงานคุณภาพ และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันเศรษฐกิจไทยเปิดประตูรับการลงทุนคุณภาพช่วงค่ำที่โรงแรม Radisson Collection Hotel นครเซี่ยงไฮ้ นายกง เจิ้ง นายกเทศมนตรีนครเซี่ยงไฮ้ เยี่ยมคารวะนายอนุทิน ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องยกระดับความร่วมมือด้านการค้า การลงทุน เทคโนโลยี นวัตกรรม ปัญญาประดิษฐ์ และการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนสองประเทศ นายอนุทินกล่าวว่า ไทยพร้อมร่วมมือกับจีนพัฒนา AI อย่างมีธรรมาภิบาล ให้เทคโนโลยีสร้างประโยชน์ต่อประชาชนและเศรษฐกิจ ไทยพร้อมเปิดรับการลงทุนคุณภาพ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเทคโนโลยี AI ดิจิทัล และนวัตกรรม พร้อมใช้จุดแข็งของไทยด้านความมั่นคงทางอาหาร พลังงาน และทำเลยุทธศาสตร์ เป็นฐานรองรับการลงทุนและเชื่อมโยงเศรษฐกิจในภูมิภาค“เท้ง” ประเมินรัฐบาลเปราะบางที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี จ.ปัตตานี นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลว่า ยังไม่สามารถยืนยันชัดเจนได้จะเป็นช่วงใด แต่จะทำหน้าที่ฝ่ายค้านในการซักฟอกเต็มที่ และเข้มข้นแน่นอน จะเป็นช่วงใด ใกล้เวลาจะบอก หากจังหวะบริบทการเมืองเหมาะสม มองว่าการจัดตั้งรัฐบาลระบอบสีน้ำเงินไม่ได้เป็นรัฐบาลที่มีเสถียรภาพอยู่ได้นาน แม้กลไกรัฐจะอยู่ในเครือข่ายเดียวกัน แต่มีความเปราะอยู่ในตัวเอง เช่น กรณีทุจริตสอบท้องถิ่น อาจไม่ได้เป็นประเด็นที่เพิ่งเกิดยุคนี้ แต่นายอนุทินเป็น รมว.มหาดไทยมานาน อาจมีกลุ่มก้อนการเมืองที่เริ่มแดงออกมา ประชาชนจะเริ่มเห็นมากขึ้นทุกประเด็น ตั้งแต่เรื่องทุจริตสอบท้องถิ่น ช่วยน้ำเงินด้วย หรืองานทะเบียนราษฎร ปัญหาทุกอย่างรายล้อมกระทรวงมหาดไทย นี่คือความเปราะบางที่สุดของรัฐบาลป้อง “ภาวุธ” ไม่อุ้ม AI Passportนายณัฐพงษ์กล่าวถึงกรณีนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. โพสต์เฟซบุ๊กมีเนื้อหาคล้ายการสนับสนุนโครงการ TH-AI Passport จนถูกตั้งข้อสังเกตทำไปเพื่อแลกกับคดีความหรือไม่ว่า เชื่อว่านายภาวุธไม่ได้เจตนาแลกกับผลกระทบที่ได้รับเรื่องคดี แต่การสื่อสารอาจไม่ได้ระมัดระวังมากพอ เราเสนอมาตลอดว่า โครงการดังกล่าวมีการล็อกสเปก ทราบจากคนในแวดวงสายเทคที่ไปรีวิวแอปพลิเคชัน บอกว่าแอปดูใช้ได้ แต่ใจความสำคัญคือ การล็อกสเปกนำงบประมาณรัฐที่เป็นเงินนอกงบประมาณไปเอื้อให้กลุ่มทุนที่มีความใกล้ชิดรัฐบาล ฝ่ายค้านจะเดินหน้าตรวจสอบเข้มข้น ขณะนี้ กมธ.หลายคณะ โดยเฉพาะ กมธ.ติดตามงบประมาณฯ ยังติดตามเรื่องนี้อยู่ ส่วนที่นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ไม่ได้เข้าชี้แจงตามคำเชิญของ กมธ. ถือเป็นตัวอย่างที่ฝ่ายบริหารไม่รับผิดชอบต่อสภาฯ ไม่เห็นว่าสภาศักดิ์สิทธิ์ต้องมาชี้แจงใน กมธ.“ไอซ์” เดือดด่าแรงเปลี่ยนสีวันเดียวกัน น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์เฟซบุ๊กกรณีนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน แสดงความเห็นในทำนองสนับสนุนโครงการ TH-AI Passport ระบุว่า “ค.เหอะ เข้าใจยัง ทำไมประเทศนี้ถึงแก้ปัญหาทุจริตไม่ได้สักที อยากด่าหยาบๆ ที่สุดในชีวิต เพราะงานที่หลายคนเอาชีวิตเป็นเดิมพัน จะพังเพราะมีคนอยากเอาตัวรอด” ทำให้นายธนารัตน์ กัววัฒนาพันธ์ ซีอีโอของ DomeCloud ผู้เชี่ยวชาญด้านซอฟต์แวร์และเทคโนโลยีบล็อกเชน เข้าไปแสดงความเห็นว่า “หัวหน้าไอซ์ใจเย็นน้า โปรดักโอเคไม่ได้แปลว่า จัดซื้อจัดจ้างสะอาด” จากนั้น น.ส.รักชนกเข้ามาตอบกลับว่า “พี่ป้อมเค้าน่าจะลืมแล้วว่า เคยถามกระทู้ ตั้งข้อสังเกตอะไรไว้ ตอนนี้เน้นพูดแต่เรื่องคุ้มค่า ติดคอเรื่องล็อกสเปก พร้อมแสดงความเห็นเพิ่มเติมว่า เป็นประชาชนคนธรรมดาจะพูดวิจารณ์อย่างไรก็ได้ ยินดีรับฟัง แต่เป็นฝ่ายการเมืองที่วิจารณ์โครงการมาตลอด พอโดนคดีแล้วน้ำเสียงเปลี่ยนไป ไม่อายตัวเองหรือไง”งงคนจนจริงวืดสิทธิบัตรคนจนน.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวถึงการประกาศผลการลงทะเบียนผู้ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่มีประชาชนจำนวนมากถูกตัดสิทธิ ไม่ผ่านหลักเกณฑ์ว่ากระทรวงการคลังวางแผนลดจำนวนผู้ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ สังเกตได้จากตัวงบประมาณปีนี้ตั้งไว้แค่ 42,000 ล้านบาท จากที่ปกติใช้อยู่ 50,000 กว่าล้านบาท รัฐบาลคิดไว้ตั้งแต่ต้นว่า ต้องลดจำนวนผู้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐให้เหลือ 9-10 ล้านคน จึงมีการปรับเกณฑ์ให้เข้มงวดมากขึ้น เพื่อลดจำนวนคนที่ได้รับบัตร แต่วิธีลดจำนวนทำให้หลายคนที่เป็นคนจนจริงเดือดร้อนจริง รายชื่อตกหล่น ได้ข่าวตั้งแต่เช้าว่า คนที่ตกหล่นคุณสมบัติเป็นคนเดือดร้อนจริง เป็นคำถามตัวโตๆว่า ความพยายามรัฐบาลที่ต้องการกรองคนออกไปให้มากที่สุด วันนี้กลับกลายเป็นกรองคนเดือดร้อนจริงออกไปด้วยหรือไม่ ต้องรอดูว่ากระบวนการอุทธรณ์จะมีผลรวดเร็วแค่ไหน แต่สำนักงานปลัดกระทรวงการคลังและหน่วยงานอื่นยังไม่ได้เตรียมความพร้อมรองรับการอุทธรณ์ จึงกลายเป็นความสับสนอลหม่านอยู่ในตอนนี้ อยากให้ทางรัฐบาลรีบเร่งแก้ปัญหาให้ได้ปชป.เหน็บพูดแล้วทำได้ไม่จริงนายพิทักษ์เดช เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การที่รัฐบาลตั้งเงื่อนไขซับซ้อน กลายเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้คนจนและเกษตรกรฐานรากตกหล่นจากระบบการช่วยเหลือ จะนำเรื่องเข้าสู่กลไกสภาผู้แทนราษฎร ขอเรียกร้องรัฐบาลให้เร่งทบทวน ปรับปรุงกฎเกณฑ์ให้ยืดหยุ่น ปลดล็อกเงื่อนไขที่เป็นอุปสรรคโดยด่วน เพื่อให้งบประมาณและความช่วยเหลือส่งถึงมือผู้เดือดร้อนตัวจริงอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม ปากบอกพูดแล้วทำ แต่ในทางปฏิบัติกลับทำไม่ได้จริงถกเครียดคุณสมบัติ “นพ.สรณ”เมื่อเวลา 09.00 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมการสรรหาคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) มีนายเกียรติพงศ์ อมาตยกุล ผู้พิพากษาอาวุโส ศาลแรงงานภาค 7 ในฐานะประธานกรรมการสรรหา เป็นประธานการประชุม โดยเป็นการประชุมลับเพื่อพิจารณาชี้ขาดคุณสมบัติ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ต้องพ้นจากตำแหน่งประธาน กสทช.หรือไม่ หลังถูกร้องเรียนมีคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามการดำรงตำแหน่ง กสทช. ตาม พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม กรณียังมีสถานะเป็นลูกจ้างชั่วคราว และรับค่าตอบแทนในฐานะแพทย์รายชั่วโมงของมหาวิทยาลัยมหิดล“หมอสุภัทร” ยื่นหลักฐานมัดเพิ่มก่อนการประชุม นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ที่ปรึกษาประธานกรรมาธิการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร ยื่นหนังสือพร้อมพยานหลักฐานต่อคณะกรรมการสรรหาฯ ระบุว่า แม้ นพ.สรณจะลาออกจากมหาวิทยาลัยมหิดล แต่ยังมีสถานะเป็นลูกจ้างชั่วคราว ตำแหน่งแพทย์ มีค่าตอบแทนรายชั่วโมง ตั้งแต่วันที่ 8 ม.ค.-12 เม.ย.2565 มีหลักฐานเสียภาษี ภ.ง.ด.90 การรับรายได้จากมหาวิทยาลัย ชี้ชัดว่า ยังเป็นลูกจ้างชั่วคราวมหาวิทยาลัย มีค่าตอบแทนรายชั่วโมง การเป็นแพทย์โรงพยาบาลรามาธิบดี ต้องได้รับอนุญาตตรวจรักษาผู้ป่วยในโรงพยาบาล ไม่สามารถเป็นแพทย์จิตอาสารักษาผู้ป่วยได้ และมีหลักฐานว่า นพ.สรณมีคนไข้ประจำ ทำการรักษาทุกวันจันทร์ วันพฤหัสบดี ขณะที่เว็บไซต์โรงพยาบาลสมิติเวช ระบุว่า นพ.สรณตรวจทุกวันอาทิตย์ เว็บไซต์โรงพยาบาลพระราม 9 ระบุเข้าตรวจวันเสาร์ แต่ปัจจุบันเว็บไซต์เหล่านี้ไม่สามารถเข้าไปหาดูได้แล้ว ดังนั้น นพ.สรณต้องเลือกอยากเป็นหมอหรือประธาน กสทช. นอกจากนี้พบว่า นพ.สรณได้รับคัดเลือกเป็นกรรมการอิสระธนาคารกรุงเทพ ก่อนได้รับการแต่งตั้งเป็นประธาน กสทช.ในวันรุ่งขึ้น แต่ไม่แสดงความบริสุทธิ์ใจลาออก กลับทำ หนังสือขอชะลอ สอบถามคณะกรรมการกฤษฎีกาจะควบตำแหน่งได้หรือไม่ ก่อนจะดึงเรื่องกลับ เข้าใจว่าคณะกรรมการกฤษฎีกาคงตีความทางไม่เป็นประโยชน์ จึงชิงถอนเรื่องออกมามติเอกฉันท์ฟันพ้นเก้าอี้ ปธ.กสทช.ต่อมาเวลา 11.15 น. นายวิษณุ วรัญญู รองประธานศาลปกครองสูงสุด เลขานุการคณะกรรมการสรรหา กสทช. เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์ว่า ตำแหน่งประธานกรรมการ กสทช.ของ นพ.สรณมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 8 (2) พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ พ.ศ.2553 ถือว่าได้สละสิทธิ์เข้ารับตำแหน่งกรรมการ กสทช. ตามมาตรา 18 พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ ส่วนการกระทำที่ผ่านมาของ นพ.สรณ เป็นเรื่องหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะหยิบยกแต่ละเรื่องไปพิจารณาว่าจะมีผลอย่างไร ส่วนจะเสนอให้นายกรัฐมนตรีนำขึ้นทูลเกล้าฯหรือไม่ ฝ่ายสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภารับเรื่องมาจากช่องทางไหน ก็ส่งกลับไปช่องทางนั้นกมธ.เผย 2 หลักฐานเด็ดมัดผิดน.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ในฐานะประธาน กมธ.พัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า กมธ.พัฒนาการเมือง พิจารณาคุณสมบัติประธาน กสทช. รวบรวมเอกสารยื่นต่อกรรมการสรรหาจนนาทีสุดท้าย เมื่อเช้านี้นายอนุสรณ์ แก้ววิเชียร สส.นนทบุรี พรรคประชาชน รองประธาน กมธ. และ นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ที่ปรึกษาประธาน กมธ. ยื่นเอกสารสำคัญเพิ่มต่อคณะกรรมการสรรหา กสทช. ประกอบด้วย 1.หนังสือที่สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาส่งให้คณะ กมธ.แนบสำเนาเอกสารที่ นพ.สรณ ลงนามวันที่ 8 ม.ค.2565 รับรองต่อคณะกรรมการสรรหาว่า ได้ลาออกหรือเลิกประกอบอาชีพที่กฎหมายกำหนดแล้ว และมีคุณสมบัติพร้อมเข้ารับการสรรหาเป็นกรรมการ กสทช. 2.หนังสือจากกระทรวง อว. พร้อมหนังสือยืนยันจากมหาวิทยาลัยมหิดล ลงวันที่ 3 ต.ค.2568 ระบุว่า ช่วงวันที่ 8 ม.ค.2565 ถึง 12 เม.ย.2565 นพ.สรณยังปฏิบัติงานเป็นแพทย์ค่าตอบแทน (รายชั่วโมง) มหาวิทยาลัยมหิดลจี้นายกฯเร่งทูลเกล้าฯปลด “สรณ”น.ส.ภคมนระบุว่า สาระสำคัญของเอกสารดังกล่าวคือ หากข้อเท็จจริงเป็นไปตามที่มหาวิทยาลัยมหิดลยืนยัน อาจสะท้อนว่า ในช่วงเวลาที่เข้ารับการเสนอชื่อเป็นกรรมการ กสทช. นพ.สรณยังมีสถานะเป็นบุคลากรหรือผู้ปฏิบัติงาน สังกัดมหาวิทยาลัยมหิดล เป็นประเด็นที่ กมธ.เห็นว่า ควรให้คณะกรรมการสรรหา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาเข้าข่ายลักษณะต้องห้าม ตาม พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯหรือไม่ ขั้นตอนหลังจากนี้ขอเรียกร้องไปยังนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นำเรื่องนี้ กราบบังคมทูลให้ถอดถอน นพ.สรณพ้นตำแหน่งประธาน กสทช.ไม่เชื่อข้อกล่าวหาที่ว่า นายกฯช่วยเหลือ นพ.สรณมาตลอด ครั้งนี้จะเป็นตัวพิสูจน์ว่า ทำงานสนองงาน อย่างตรงไปตรงมา ไม่เอียงเข้าข้างใครหน้าไหน หวังว่านายกฯจะพิสูจน์ข้อกล่าวหาด้วยการเร่งทูลเกล้าฯโดยเร็วแจงงบซื้อรถประธานสภาฯถูกต้องอีกเรื่อง นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ชี้แจงกรณีนายภัณฑิล น่วมเจิม สส.กทม. พรรคประชาชน ตั้งข้อสังเกตค่าเช่ารถประจำตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร ปีละ 1 ล้านบาท ในร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 ว่า รถประจำตำแหน่งประธานสภาฯคันปัจจุบัน สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรจัดซื้อตั้งแต่วันที่ 4 ม.ค.2564 ส่วนรถประจำตำแหน่งรองประธานสภาฯ 2 คน และผู้นำฝ่ายค้านคันปัจจุบัน ซื้อตั้งแต่วันที่ 16 เม.ย.2564 ทั้ง 4 คัน ได้มาสมัยนายชวน หลีกภัย เป็นประธานสภาฯ ใช้มาตลอด จะครบอายุใช้งาน 6 ปี วันที่ 5 ม.ค.2570 และวันที่ 16 เม.ย.2570 ตามลำดับ ในสมัยนายโสภณ ซารัมย์ เป็นประธานสภาฯ แต่นายโสภณแจ้งว่า ประสงค์ใช้รถส่วนตัวปฏิบัติภารกิจ ไม่ขอใช้รถประจำตำแหน่ง ส่วนรองประธานสภาฯอีก 2 คน และผู้นำฝ่ายค้านขอใช้รถประจำตำแหน่ง เมื่อรถประจำตำแหน่ง 4 คันเดิม ครบการใช้งาน 6 ปี ตามระเบียบราชการต้องขอตั้งงบจัดหารถประจำตำแหน่งใหม่ทดแทนคันเดิม เป็นการจัดหาตามระเบียบราชการปกติ ส่วนการเปลี่ยนจากจัดซื้อเป็นจัดเช่า เพื่อลดภาระดูแลรักษา ซ่อมบำรุงระยะยาว โดยทำคำของบปี 2570 ไว้ 5,421,600 บาท เป็นค่าใช้จ่ายผูกพันงบปี 2570-2575 รวม 5 ปี ตามหลักเกณฑ์กระทรวงการคลังพล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ที่ปรึกษาประธานสภาฯ กล่าวว่า ผู้วิจารณ์เรื่องนี้มีความคิดหรือสิ้นคิดหรือไม่ นายโสภณปฏิบัติหน้าที่ประธานรัฐสภาไม่เคยใช้รถหลวงแม้แต่ครั้งเดียว ไม่เคยเบิกน้ำมันหลวงผบ.ทร.ย้ำทัพเรือไทยเหนือเขมรที่รัฐสภามีการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 เป็นการพิจารณามาตรา 18 กระทรวงกลาโหม มีตัวแทนเหล่าทัพเข้าชี้แจงต่อ กมธ.ถึงการของบประมาณ อาทิ พล.ร.อ.ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผบ.ทร. พล.อ.อุกฤษณ์ บุญตานนท์ ผบ.ทหารสูงสุด โดย พล.ร.อ. ไพโรจน์เข้าชี้แจงและตอบข้อซักถามกมธ.ถึงการเตรียมพร้อมกองทัพเรือ ภายหลังกัมพูชาได้รับมอบเรือคอร์เวตจากจีนว่า กองทัพเรือเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวกองทัพเรือกัมพูชาอยู่ ขอให้มั่นใจว่ากําลังทางเรือของกองทัพเรือเหนือกว่าชัดเจน ทั้งด้านอาวุธยุทโธปกรณ์กําลังพล มีความเชี่ยวชาญและมีหลักนิยมที่ชัดเจน สามารถรักษาอธิปไตยได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนแผนการจัดหาเรือดํานํ้าลําที่ 2 และ 3 ที่ใช้เครื่องยนต์จีนแทนเครื่องยนต์เยอรมัน มีความมั่นใจว่าเครื่องยนต์นี้ทำงานมีประสิทธิภาพ ขณะที่ความคืบหน้าโครงการจัดซื้อเรือฟริเกตของกองทัพเรือนั้น กองทัพเรือมีความประสงค์อยากได้ ระบุในทีโออาร์ว่าเราต้องการอะไร และเขาต้องมอบให้เรา เช่น แบบเรือตามยุทธศาสตร์กองทัพเรือ ต้องการเรือฟริเกตสมรรถภาพสูง 8 ลำ ในปี 2580อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่