ดูท่าจะกลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียว เพราะคดีตำรวจทางหลวง 2 กก.7 บก.ทล. (ตรัง) จับกุมทหารพรานพกปืน 9 มม. ซุกซ่อนอยู่ใต้เบาะพร้อมแมกกาซีน 3 อัน เครื่องกระสุน 41 นัด ดำเนินคดีข้อหาไม่มีใบพกพา (ใบ ป.12)อ้างว่า อยู่ระหว่างลาพัก เพิ่งเดินทางจากพื้นที่สีแดงใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ กลับบ้านที่ จ.นครศรีธรรมราชหลายคนสงสัยสาเหตุการตัดสินใจดำเนินคดี เพราะดูเหมือนเหตุผลการพกพาอาวุธปืนของเจ้าหน้าที่ที่ทำงานในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มันมีเพียงพอถ้าไม่มีอาวุธก็เหมือนเดินตัวเปล่าฆ่าตัวตาย หลากเรื่อง หลายประการ เลยใช้หลักรัฐศาสตร์เข้ามาพิจารณาอะลุ้มอล่วย เหมือนหลับตาข้างนึง?เพราะถ้าไม่หลับตาข้างนึง คงถูกจับดำเนินคดีกันกราวรูด!และที่ทำให้เสียหายอย่างแรงอีกอย่างคือ การปล่อยภาพจับกุมประชาสัมพันธ์ผลงานผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ อันนี้แหละที่ทำให้หลายคนไม่พอใจ เพราะถ้าจับส่งดำเนินคดีไปเงียบๆไฟคงไม่ลุกขนาดนี้หลังเกิดเรื่องหลายคนออกมาถล่ม สว.ทล.2 กก.7 กันชนิด สาดเสีย เทเสีย!เวลาผ่านไปยิ่งขุดลึก ทั้งประวัติ ชื่อ รูป ตำแหน่ง เหมือนเป็นตำรวจเลวมีความผิดร้ายแรง รับส่วย ฉ้อราษฎร์บังหลวง หรือไปฆ่าใครตายมา?ทั้งที่เรื่องนี้ เป็นการตัดสินใจปฏิบัติหน้าที่ตามตัวบทกฎหมายอย่างเคร่งครัด ชนิดตงฉินจนเกินไป ไม่ใช้หลักรัฐศาสตร์มาประกอบเหตุผลการพิจารณาเรื่องนี้ผู้บังคับบัญชาทหารและตำรวจถึงกับนัดคุยกันทางลับเลยนะครับ บก.ทล.เองก็ตั้งกรรมการสอบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะไม่อยากให้เกิดความขัดแย้งระหว่างหน่วยงานความมั่นคงและรักษากฎหมายงานนี้ให้ระวังมือคีย์บอร์ดให้ดี ถึงวันนี้ยังเปิดหวูดเสี้ยมให้รบกันอยู่!ทุกฝ่ายต้องหนักแน่น ถือเป็นบทเรียนราคาแพงให้แต่ละฝ่ายเอากลับไปพิจารณาตัวเอง?สหบาทคลิกอ่านคอลัมน์ “ส่องตำรวจ” เพิ่มเติม