ผบช.น.แถลงจับหนุ่มวัย 50 บัญชี ม้าแก๊งยาเสพติดข้ามชาติ หลังพบ ชื่อโอนเงินจ้างสาวรับจ้างหิ้วกระปุก มะขามเปียกเข้าญี่ปุ่น แต่สาวนักหิ้วเกิดเอะใจหนักผิดปกติ เปิดดูเจอยาไอซ์ 2 กก. อยู่ข้างใน โร่แจ้ง ตำรวจ ขยายผลเป็นฝีมือ “แก๊งเวียดนาม” ใช้มุกอวตาร สั่งตัดตอนผ่านไรเดอร์ พบปลายทางส่งที่โตเกียว ล่าสุดออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องแล้ว 4 ราย ด้านหนุ่มบัญชีม้าผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ อ้างแค่เปิดบัญชีให้แฟนสาวชาวเวียดนามที่คบหากันมาปีกว่าใช้ขายของ ออนไลน์ตำรวจนครบาลจับทันควันหนุ่มเจ้าของบัญชีจ้างสาวหิ้วยาไอซ์ 2 กก.ซุกกระปุกมะขามเปียกไปญี่ปุ่น เปิดเผยเมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 17 ก.ค. ที่ สน.บางยี่ขัน พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.วาที อัศวุตมางกุร ผบก.พฐก. พล.ต.ต.ชัยยะ เพ็ชรปัญญา ผบก.น.7 ร่วมแถลงผลการขยายผลจับกุมเครือข่ายลักลอบซุกยาไอซ์ในกระปุกมะขามเปียกส่งประเทศญี่ปุ่นพล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. เผยว่า เมื่อบ่ายวันที่ 13 ก.ค. พ.ต.ท.มังกร พันธุระศรี สว.สส.สน. บางยี่ขัน รับแจ้งจาก น.ส.พัชรนันท์ บรมเกษมสุข อายุ 43 ปี อาชีพรับหิ้วสินค้าจากประเทศไทยไปประเทศญี่ปุ่น และหิ้วสินค้าจากประเทศญี่ปุ่นเข้ามาในประเทศไทย คิดราคาเป็นกิโลกรัม กิโลกรัมละ 450 บาท โดยเมื่อวันที่ 3 ก.ค.ที่ผ่านมา มีบุคคลผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อบัญชี “Chayamin Pai” ว่าจ้างให้ส่งสินค้าจากประเทศไทยไปญี่ปุ่น ก่อนว่าจ้างไรเดอร์ให้นำสินค้าดังกล่าวบรรจุกล่องกระดาษมาส่งให้ที่พักคอนโดฯ แห่งหนึ่งย่านปิ่นเกล้า เขตบางกอกน้อย กทม.ผบช.น.กล่าวว่า แต่ผู้แจ้งเอะใจ กระปุกน้ำมะขามเปียกขนาด 1,500 กรัม 6 กระปุก ของลูกค้าหนักผิดปกติ เปิดดูพบว่ามีมะขามเปียกเหลวอยู่ด้านบน ล้วงเข้าไปในกระปุกพบวัตถุของแข็งสีขาวบรรจุในถุงพลาสติกใส เก็บใส่กระปุกเช่นเดิมใส่กล่องกระดาษ ยกกลับไปวางไว้ใต้คอนโด จากนั้นเดินทางไปประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 11 ก.ค. เดินทางกลับมาประเทศไทย และวันที่ 13 ก.ค. แจ้งความตำรวจให้ไปตรวจสอบ พบยาไอซ์กว่า 2 กก.แยกใส่ในกระปุกมะขามเปียกทั้ง 6 กระปุกจากนั้น พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น./ รอง ศอ.ปส.บช.น. นำชุดจับกุมสืบสวนขยายผลตรวจสอบเลขที่บัญชีธนาคารของผู้จ้างส่ง ก่อนจับกุม นายสมพงษ์ แก้วผาดี อายุ 50 ปี ชาวสกลนคร ที่อยู่ 24/408 ม.2 ต.คลองห้า อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ข้อหา “มีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ” จับกุมได้ที่บ้านเลขที่ 138 ถนนรังสิตนครนายก ต.บึงสนั่น อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ในฐานะเป็นเจ้าของบัญชีที่ใช้โอนเงินให้กับ น.ส.พัชรนันท์ เป็นค่าหิ้วของไปประเทศญี่ปุ่นพล.ต.ท.สยาม เปิดเผยต่อว่า พฤติการณ์เคสนี้มีความคล้ายคลึงกับกรณี น.ส.มีนา แอร์โฮสเตส ที่ถูกตำรวจประเทศออสเตรเลียควบคุมตัว จากการสืบสวนเชิงลึกพบว่าเป็นแก๊งขนยาเสพติดชาวเวียดนาม มีตัวการใหญ่เป็นผู้สั่งการอยู่ที่เมืองฮานอย สั่งการผ่านบัญชีเฟซบุ๊กอวตารที่มีหน้าเฟซบุ๊กเป็นรูปผู้หญิง ว่าจ้างไรเดอร์ให้ไปรับของจากบ้านพักกลุ่มชาวเวียดนามในประเทศไทย นำไปส่งให้ น.ส.พัชรนันท์ คนไทยที่เป็นคนรับหิ้วของจากการตรวจสอบพบว่าบัญชีที่ใช้โอนเงินค่าจ้างและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เป็นบัญชีของนายสมพงษ์ อ้างว่าเปิดบัญชีให้กับแฟนสาวชาวเวียดนาม 4 บัญชี อ้างว่าจะเอาไปขายของออนไลน์ให้กับชาวเวียดนามที่เข้ามาเที่ยวในไทย แต่บัญชีต่างๆจะมีชาวเวียดนามหมุนเวียนสลับกันมาถอนเงินสดครั้งละ 20,000-50,000 บาท เมื่อถอนเงินแล้วจะเดินทางกลับประเทศเวียดนามทันทีเพื่อหลีกเลี่ยงการจับกุม ทำให้เชื่อว่ามีผู้เกี่ยวข้องมากกว่า 4 คน ขณะนี้ตำรวจออกหมายจับแล้ว 4 คน เป็นคนไทย 1 คน คือนายสมพงษ์ และชายชาวเวียดนาม 3 คน ที่ทำหน้าที่กดเงินและเป็นผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊กอวตาร รวมถึงทำหน้าที่ผู้สั่งการ แต่ใน 4 หมายจับนี้ ยังไม่มีแฟนสาวของนายสมพงษ์ แต่เชื่อว่ามีส่วนรู้เห็นกับกระบวนการดังกล่าว อยู่ระหว่างขยายผลรวมถึงนายสมพงษ์ที่เบื้องต้นให้การปฏิเสธ มีรายงานว่า สำหรับผู้ต้องหาชาวเวียดนาม 3 คน ที่ถูกออกหมายจับ เดินทางออกนอกประเทศไปแล้ว 1 คน ส่วนที่เหลือได้ประสานสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจับตาดูความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิดแล้วส่วนพฤติการณ์ของกลุ่มผู้ต้องหา มีความพยายามตัดตอนโดยสั่งการผ่านไรเดอร์เพื่อไม่ให้สาวถึงตัว และมีการเปลี่ยนกลยุทธ์ตลอดเวลา เช่น แอบใส่ในผลิตภัณฑ์อาหารหรือผงปรุงรสต่างๆ โดยการกรีดซองแล้วแพ็กใหม่ ได้ค่าจ้างขนกิโลกรัมละ 450 บาท เป็นราคาปกติทั่วไป ส่วนปลายทางพบว่าไปส่งที่เมืองโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อถึงปลายทางจะมีคนไทยมารับสินค้าต่อจากผู้รับจ้างไปส่งต่อเป็นทอดๆให้กับชาวเวียดนาม ได้ประสานสถานทูตญี่ปุ่นให้ช่วยตรวจสอบแล้ว กำลังขยายผลต่อว่าชาวเวียดนามกลุ่มนี้ไปรับยาไอซ์มาจากที่ไหน รวมถึงตรวจสอบเส้นทางการเงินทั้งหมดเพราะเชื่อว่าไม่ได้ทำแค่เรื่องยาเสพติดเพียงอย่างเดียว อาจมีขบวนการทำผิดกฎหมายอื่นๆร่วมด้วย หากยาไอซ์หลุดผ่านไปถึงประเทศญี่ปุ่นได้จะมีมูลค่ามากถึงกว่า 5 ล้านบาทส่วนนายสมพงษ์กล่าวกับผู้สื่อข่าวระหว่างถูกคุมตัวเดินเข้าห้องสอบสวนว่า แฟนสาวเป็นชาวเวียดนาม ชื่อมะลิ ทำงานอยู่ที่ร้านอาหารใน จ.นครปฐม รู้จักกันได้ปีกว่า ขณะนี้แฟนกลับไปที่เวียดนาม บอกว่าจะกลับมาไทยเดือน ส.ค.นี้ ยืนยันว่าไม่มีส่วนรู้เห็นกับการขนยาเสพติดครั้งนี้ เพียงแค่เปิดบัญชีธนาคารให้แฟนไป 4 บัญชีเท่านั้น ชุดจับกุมอยู่ระหว่างขยายผลจับกุมสาวเวียดนาม คาดเป็นผู้ว่าจ้างยาเสพติดดังกล่าว ก่อนนำผู้ต้องหาส่ง สน.บางยี่ขัน ดำเนินคดีอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่