จับตาทิศทางลมการเมือง “อนุทิน-อันวาร์” ร่วมเปิดด่านสะเดา-บูกิตกายูฮิตัม ผลักดันเป็นศูนย์กลางการค้าและเศรษฐกิจในภูมิภาค ฟุ้งการค้าไทย-มาเลย์ทะลุ 1 ลล. ปัดภาพ “ทักษิณ” ควง “ยิ่งลักษณ์-แพทองธาร” เข้าพบ “ปราโบโว ซูเบียนโต” ปธน.อินโดฯ ที่บ้านพักส่วนตัว ไม่มีวัดพลังการเมือง ชี้เป็นอิสระไปไหนก็ได้ ก่อนลงตรวจงานซ่อมคลอง ร.1 ที่หาดใหญ่ กำชับต้องทันฤดูน้ำหลาก “ภราดร-นายกแป้น” โต้กันเดือด ปมจัดซื้อเจ็ตสกี-งบฟื้นฟูน้ำท่วม “ดนุชา” หนุนใช้เงินกู้ 4 แสนล้าน ให้ตรงจุด ตัดจบโครงข่ายสมาร์ทกริดใช้เงินก้อนนี้ไม่ได้ “ลิซ่า” จี้ “วรศิษฎ์” ถอนตัวหลังพบลุงมีเอี่ยวทุจริตสอบท้องถิ่น เจ้าตัวรีบปัดไม่คิดแทรกแซงปกป้อง ไม่ต้องแสดงสปิริตจับตาทิศทางการเมือง เมื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว.มหาดไทย ร่วมกับนายอันวาร์ อิบราฮิม นายกฯมาเลเซีย เปิดด่านศุลกากรสะเดา แห่งใหม่กับด่านบูกิตกายูฮิตัม ผลักดันเป็นศูนย์กลางการค้าภูมิภาค ขณะที่นายทักษิณ ชินวัตร น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร 3 อดีตนายกฯ ของไทย เข้าพบนายปราโบโว ซูเบียนโต ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย ที่บ้านพักส่วนตัวในกรุงจาการ์ตา“อนุทิน–อันวาร์” ร่วมเปิดด่านใหม่เมื่อเวลา 10.35 น. วันที่ 10 ก.ค. ที่อาคารรับรอง ด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่ จ.สงขลา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เป็นสักขีพยานในพิธีรับมอบความช่วยเหลือแบบให้เปล่า จากธนาคารพัฒนาเอเชีย (Asian Development Bank : ADB) จำนวน 2 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยกระทรวงการคลังลงนามรับความช่วยเหลือแบบให้เปล่าจาก ADB เพื่อนำไปฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ จากอุทกภัย จ.สงขลา เมื่อปี 2568 จากนั้นนายอนุทิน พร้อมนายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ร่วมเป็นประธานเปิดถนนเชื่อมต่อด่านศุลกากรสะเดา แห่งใหม่กับด่านบูกิตกายูฮิตัมอย่างเป็นทางการ ก่อนที่นายอันวาร์จะเชิญนายอนุทินข้ามไปฝั่งมาเลเซียเพื่อร่วมเปิดแผ่นจารึกและรับประทานอาหารกลางวัน ที่ทางมาเลเซียเป็นเจ้าภาพ มีเมนูอาหารหลัก คือ ข้าวบาสมาตี แกงเนื้อวัวต้นกล้วยแบบดั้งเดิม ไก่อบ ซัมบัลแปร์ซิก ปลาหมึกผัดพริก ปลากะพงแดงเสิร์ฟพร้อมซอสเปรี้ยวหวาน สลัดผักรวมแบบดั้งเดิมท้องถิ่น ของหวานเป็นทุเรียนเซนดอล ของหวานสไตล์มาเลเซียยกเป็นประตูศูนย์กลางเศรษฐกิจนายอนุทินกล่าวว่า ด่านสะเดาใหม่นี้ไม่ได้เป็นเพียงโครงสร้างพื้นฐาน แต่เป็นประตูเศรษฐกิจเชื่อมโยงผู้คน การค้า และการลงทุนของสองประเทศให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น จากการหารืออย่างเป็นทางการกับนายอันวาร์ ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องเร่งพัฒนาเชื่อมโยงพื้นที่ชายแดน ทั้งในพื้นที่สงขลา-เคดาห์ สตูล-เปอร์ลิส และนราธิวาส-กลันตัน ควบคู่กับการผลักดันเขตเศรษฐกิจ ชายแดน อำนวยความสะดวกด้านศุลกากรและการตรวจ คนเข้าเมือง เพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจของประชาชนทั้งสองประเทศ และช่วยดึงดูดการลงทุนใหม่ สร้างงาน เพิ่มรายได้ให้ผู้ประกอบการท้องถิ่น และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ชายแดน พร้อมสร้างความแข็งแกร่งให้สองประเทศเป็นศูนย์กลางการค้าและโลจิสติกส์ของภูมิภาคในระยะยาวมั่นใจซ่อมคลอง ร.1 ทันฤดูน้ำหลากต่อมาเวลา 13.15 น. นายอนุทินพร้อมคณะ ประกอบด้วย นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและ รมว.คมนาคม นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.คลัง นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ตรวจสภาพคันคลองระบายน้ำ ร.1 (คลอง ร.1) ที่ถูก กระแสน้ำกัดเซาะได้รับความเสียหาย และรับฟังสรุป การจัดการน้ำในพื้นที่ ดูจุดที่ได้รับความเสียหายจาก มหาอุทกภัยที่ผ่านมา นายอนุทินให้สัมภาษณ์ว่าการซ่อมแซมคลอง ร.1 ที่เสียหาย อธิบดีกรมชลประทานยืนยันว่าทันน้ำที่จะมาในปีนี้ วันนี้มาดูพื้นที่จริงเพราะ กรมชลประทานของบกลางมา เราต้องเร่งให้เสร็จสิ้น ก่อนสิ้นปีงบประมาณนี้ เมื่อถามว่า มีการตั้งคำถามงบกลางจำนวน 99 ล้านบาท ในพื้นที่ที่ไม่มี สส.พรรค ภูมิใจไทย นายอนุทินตอบว่า คิดแต่เรื่องการเมือง ตรงนี้เป็นหน้าที่ของส่วนราชการของรัฐบาล ไม่เกี่ยวกับ เรื่องการเมือง ไม่มีพรรคไหนทั้งนั้น มีแต่ประชาชนให้เชื่อมั่นไม่ซ้ำรอย “มหาอุทกภัย”ช่วงบ่ายที่วัดท่าช้าง อ.บางกล่ำ จ.สงขลา นาย อนุทินและคณะ ลงพื้นที่พบปะประชาชน นายอนุทินกล่าวว่า อีกไม่กี่เดือนน้ำจะมาถึง ปีที่แล้วเกิดความเสียหายมากที่ จ.สงขลา รัฐบาลถอดบทเรียนและเตรียมตัวเต็มที่ไม่ให้ความเสียหายเกิดซ้ำอีก วันนี้เรามาด้วยความกลัวว่าถ้าหากทำไม่ได้จะทำอย่างไร จึงนำจำเลยทั้งหมดมาด้วย ตนเป็นจำเลยที่ 1 รัฐมนตรีทุกคนที่อยู่ตรงนี้ ตอนน้ำท่วมหาดใหญ่ทุกคนลงพื้นที่ เห็นความเสียหายเกิดขึ้น กลับไปคิดแผนงานป้องกันไม่ให้มาทำร้ายพวกเราอีก เราป้องกันไม่ให้ฝนตกไม่ได้ เรารู้ว่าน้ำหลั่งไหลมาจากทุกสารทิศ แต่ไม่ว่า น้ำจะมามากขนาดไหน เราต้องบอกประชาชน ขอให้ มั่นใจรัฐบาลไม่เคยทอดทิ้งฟุ้งการค้าไทย–มาเลย์ทะลุ 1 ล้านล้านนายอนุทินกล่าวอีกว่า ขอให้เชื่อมั่นว่า จ.สงขลา เป็นจังหวัดสำคัญของประเทศ ยิ่งไปเยือนมาเลเซียพบว่า การค้าขายสองประเทศมีมูลค่ากว่า 8 แสนล้านบาท เราตั้งเป้าภายในปี 2570 ต้องถึง 1 ล้านล้านบาท ฉะนั้นสงขลาคือส่วนสำคัญที่ทำให้การค้า ขายมีความคล่องตัวขึ้น ส่วนที่อนุมัติได้รับรองว่าอนุมัติแน่นอน ส่วนที่ต้องใช้ ครม.ร่วมกันอนุมัติ แนะนำรัฐมนตรีที่มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงลงมาเห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วน อนุมัติงบฯเพื่อช่วยเหลือพี่น้องชาวสงขลา รวมถึงทุกจังหวัดที่ได้รับผลกระทบกระตุ้นใช้จ่ายไทยช่วยไทยพลัสนายกฯกล่าวว่า ช่วงที่ผ่านมานักท่องเที่ยวจีน เกิดปัญหาทางเศรษฐกิจ รวมถึงนโยบายต่างๆ ทำให้นักท่องเที่ยวในแถบจังหวัดภาคใต้ลดลง มากที่สุด คือ จากมาเลเซีย ดังนั้นต้องอำนวยความสะดวกในทุกด้าน และรัฐบาลเห็นถึงความสำคัญการสร้างความ สงบสุขในพื้นที่สามจังหวัดชายแดน รัฐบาลนี้โชคดี ได้นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา มาเป็นประธานที่ปรึกษา นายกฯ สามารถใช้ประสบการณ์หาทุกวิถีทางให้เกิด สันติสุขโดยเร็วที่สุด พร้อมตะโกนถามชาวบ้านที่มาต้อนรับ “โครงการไทยช่วยไทยพลัสเดือนนี้ใช้หมดแล้วหรือยัง” มีชาวบ้านตะโกนตอบกลับว่า “หมดแล้ว” นายกฯถึงกับร้อง “โอ้โห เศรษฐกิจดีใช้หมดแล้ว ไม่ต้องห่วงยังมีอีก 2 เดือน ให้ได้ใช้ จะมีเม็ดเงินอัดเข้าไปสร้างรายได้ให้กับประชาชนในวงกว้างและ รัฐบาลได้ภาษีกลับคืนมาพัฒนาประเทศ”เป็นสิทธิ “ทักษิณ–ปู–อิ๊งค์” เดินสายนายอนุทินให้สัมภาษณ์ก่อนขึ้นเครื่องกลับ กทม. กรณีปรากฏภาพนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เดินสายไปพบผู้นำประเทศอาเซียนว่า เห็นข่าวอยู่ในโซเชียลมีเดีย ท่านมีอิสระจะไปไหนได้อยู่แล้ว เมื่อถามว่า ไปทั้งมาเลเซีย อินโดนีเซีย มีนัยอะไรหรือไม่ นายอนุทินตอบว่า เคยคุยกับท่านในอดีตบอกเป็นเพื่อนสนิทกับผู้นำ สมัยท่านกลับมาเมืองไทย ใหม่ๆ ก่อนที่นายปราโบโว ซูเบียนโต ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย จะรับตำแหน่งก็บินมาเยี่ยมท่านที่ กทม. วันนี้ท่านจะไปพบปะใครที่ไหนสามารถไปได้ ไปใน เรื่องส่วนตัวไม่ได้ไปในฐานะรัฐบาล เมื่อถามว่า แต่ปรากฏภาพ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ถือเป็นการรวมตัวอดีตนายกฯ ตระกูลชินวัตร มีนัยอะไรหรือไม่ นายอนุทินตอบว่า คนหนึ่งเป็นน้องสาว อีกคนเป็นลูกสาวท่าน เป็นเรื่อง ภายในครอบครัว พวกตนไม่เห็นมีใครสงสัยสักคน ทำไมผู้สื่อข่าวต้องสงสัยท่านจะไปไหนก็มีอิสระ เมื่อถามว่า มองว่าเป็นการวัดพลังการเมืองหรือไม่นายอนุทินตอบว่า “ก็ถามอย่างนี้” ไม่ได้มองมุมการเมือง ทั้งสามท่านไปด้วยความเป็นมิตรกันของผู้นำ“ภราดร” โต้ “จูรี” ใส่ไฟตัดงบน้ำท่วมด้านนายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โพสต์คลิปวิดีโอลงเพจเฟซบุ๊ก กรณีถูกพาดพิงจากนายจูรี นุ่มแก้ว สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ที่ระบุว่า “ต้องอำมหิตขนาดไหน ถึงตัดงบฯของหาดใหญ่” และมีนายณรงค์พร ณ พัทลุง นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ “นายกแป้น” ออกมาโวยวายว่างบประมาณที่ประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) วาระพิเศษ เพื่อแก้ไขปัญหาพื้นที่หาดใหญ่ จ.สงขลา โดยเฉพาะคณะกรรมการร่วมภาคเอกชนจังหวัดสงขลา (กกร.) เสนอนายกฯเพื่อแก้ไขปัญหาระยะสั้น กลาง และยาว วงเงิน 99.5 ล้านบาท เพื่อแก้ปัญหาคลองชลประทาน ร.1 ว่าไม่เห็นถึงความสำคัญเทศบาลนครหาดใหญ่ ทั้งที่ประสบอุทกภัยมากที่สุด นายภราดรระบุว่า โจทย์ของนายกฯต้องการให้เสร็จภายในเดือน ต.ค. ก่อนน้ำจะมา โดยจะใช้งบกลาง 457 ล้านบาท เพื่อแก้ปัญหาคลอง ร.1ตบอกเทศบาลหาดใหญ่ขอเจ็ตสกีนายภราดรระบุอีกว่า อยากเรียนพี่น้องชาวหาดใหญ่ ทราบหรือไม่ว่าในร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 ที่เพิ่งผ่านสภาวาระแรกเทศบาลและท้องถิ่นของท่านทำคำขออะไร ไม่ใช่ขอซ่อมแซมหรือขุดลอกคูคลอง แต่ขอทำห้องเรียนอัจฉริยะ 4 ห้อง ขอทำถนน ขอเจ็ตสกีมา 8 ล้านบาท เห็นแล้วตกใจ นี่จะซื้อเจ็ตสกีหรือเรือยอชต์ไม่รู้ เอาข้อมูลทั้งหมดมาเล่าให้ฟังความจริงอีกด้าน สิ่งที่ประชาชนต้องกังวลและกลัว คือนักการเมืองโกหก เอาความจริงไม่หมดมาพูด อีกส่วนเงินสะสมของเทศบาลนครหาดใหญ่ เหลือกว่า 200 ล้านบาท ถามนายกเทศบาลนครหาดใหญ่เอาไปทำอะไร ทำไมเก็บไว้เฉยๆ ไม่กลัวคนเก่งแต่กลัวคนโกหกเก่ง เพราะอันตราย ตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จ ฝากประชาชนในพื้นที่ฟังข้อมูลอีกด้านจากรัฐบาลด้วย“นายกแป้น” โต้กลับได้แค่เรือยางขณะที่นายณรงค์พร ณ พัทลุง นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ ให้สัมภาษณ์ตอบโต้นายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกฯ ว่า ยืนยันงบที่ขอไปถูกตัดหมด ส่วนห้องเรียนอัจฉริยะทำในสมัย พล.ต.ท.สาคร ทองมุณี อดีตนายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ ไม่ใช่ในยุคตน ที่เราขอไปมีรถสิบล้อ 3 คัน ถนน 1 สาย รวมถึงขอจัดซื้อเจ็ตสกี เพราะต้องใช้ ยังไม่ทราบว่าจะได้หรือไม่ได้ แต่เขาตัดหมดได้เรือยางมาแค่ 4 ลำ เมื่อถามว่าการขอซื้อเจ็ตสกีราคา 8 ล้านตามข่าวหรือไม่ นายณรงค์พรตอบว่า ไม่รู้ เราประมูล e-bidding เหลือเท่าไหร่ก็เท่านั้น เสนอไปเขาก็ตัดเหลือแค่เรือยาง 4 ลำ วันนี้ที่ได้เจอนายกฯ ไม่มีการพูดคุยเรื่องนี้ แค่มาต้อนรับตามปกติ “ไม่เป็นไร แล้วแต่เขา ให้อะไรก็เอา เราก็มาบริหารจัดการเพิ่มเติม”สวน รบ.งบสะสมเหลือแค่ 42 ล้านผู้สื่อข่าวถามว่าทางรัฐบาลระบุว่าเทศบาลนครหาดใหญ่เหลืองบสะสมอีกกว่า 200 ล้านบาท นายณรงค์พรตอบสวนทันทีว่า เหลือ 42 ล้านบาทเอง สามารถดูได้เพราะเป็นวิทยาศาสตร์ 2-3 เดือนที่แล้ว 200 ล้านบาทนี้เราใช้ซ่อมโรงเรียนและถนน รวมถึงซ่อมสถานีอนามัยเพราะจมน้ำหมด ยังรวมถึงซื้ออุปกรณ์คอมพิวเตอร์ เพราะเทศบาลจมทั้งหมด นอกจากนี้ยังมีการลอกคูคลอง ซื้อเครื่องสูบน้ำ ตอนนี้เหลือประมาณ 42 ล้านบาท ไปดูได้ เมื่อถามว่าประเมินสถานการณ์อุทกภัยปีนี้อย่างไร นายณรงค์พร ตอบว่า ทำตามหน้าที่ให้เต็มที่ ส่วนความคืบหน้าการขุดลอกคูคลอง ขณะนี้ได้กว่า 200 กิโลเมตรแล้ว“ดนุชา” หนุนใช้เงิน 4 แสน ล.ตรงจุดนายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ให้สัมภาษณ์กรณีศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัย พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ไม่ขัดรัฐธรรมนูญว่า เมื่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยมาแล้วถือว่าดี เรื่องที่เตรียมการไว้จะได้ เดินหน้า เมื่อถามว่าวงเงิน 2 แสนล้านบาทในส่วนของการเปลี่ยนผ่านพลังงานจะทําอย่างไรให้ตรงเป้า นายดนุชาตอบว่า ที่ผ่านมามีการพูดคุยในการสนับสนุนให้ประชาชนติดโซลาร์เซลล์ เพื่อลดค่าไฟฟ้าในแต่ละเดือน ส่วนรูปแบบและวิธีการอยู่ในขั้นตอนหารือ เราต้องมุ่งในเรื่องการประหยัดพลังงาน ส่วนโครงการของกระทรวงคมนาคม ที่จะสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านให้ใช้รถไฟฟ้า ต้องพูดคุยในรูปแบบให้ชัดเจนก่อน ยอมรับว่าการแลกรถเก่ากับรถใหม่ยังมีข้อจํากัดอยู่ เพราะยังไม่รู้ว่ารถเก่านั้นจะนําไปใช้ประโยชน์อย่างไร ต้องหาแนวทางอื่นเป็นทางเลือก เมื่อถามว่า พ.ร.ก.กู้เงินฯ เมื่อนําไปใช้แล้ว จะทําให้ภาพรวมจีดีพีปีนี้โตขึ้นหรือไม่ นายดนุชาตอบว่า งบนี้จะทําให้สถานการณ์เศรษฐกิจในประเทศมีความแน่นอนมากขึ้น ทําให้ภาคเอกชนมั่นใจ เชื่อว่าเศรษฐกิจภาพรวมจะดีขึ้น อยู่ที่ว่างบ 2 แสนล้านบาทนี้จะเบิกจ่ายได้ตรงเป้าจริงหรือไม่โครงข่ายสมาร์ทกริดใช้เงินกู้ไม่ได้เมื่อถามว่า น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน ตั้งข้อสังเกตโครงการของกระทรวงมหาดไทย ทั้งรถเก็บขยะไฟฟ้า รถพยาบาลไฟฟ้า ระบบสูบนํ้าพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อการเกษตร จะเข้าเงื่อนไขเป็นการใช้งบฉุกเฉินหรือไม่ นายดนุชาตอบว่า เรื่องของโครงการรัฐก็ส่วนหนึ่ง แต่ควรพุ่งเป้าไปที่ประชาชน เพื่อให้ลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิล และต้องไปดูวิธีการที่จะดําเนินการต่อไป ส่วนกรณีมีข้อเสนอให้ใช้งบดังกล่าวพัฒนาระบบโครงข่าย สมาร์ทกริด หรือโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ โครงการดังกล่าวต้องดําเนินการอยู่แล้ว และขณะนี้มีการเตรียมไว้แล้ว แต่ไม่สามารถใช้งบประมาณจาก พ.ร.ก.กู้เงินฉบับนี้ได้ ติดที่ต้องใช้เงินจากงบปี 2570 โครงการนี้ต้องใช้เวลาระยะยาว ดําเนินการโดย 3 การไฟฟ้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ เพราะหากเป็นงบลงทุนต้องผ่านที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ต้องใช้เวลานานปธน.อินโดฯเปิดบ้านต้อนรับ “ทักษิณ”วันเดียวกัน สำนักข่าวอันตาราของอินโดนีเซียรายงานว่า นายปราโบโว ซูเบียนโต ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย ให้การต้อนรับนายทักษิณ ชินวัตร น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร 3 อดีตนายกรัฐมนตรีของไทย ที่บ้านพักส่วนตัวในกรุงจาการ์ตา เมื่อวันที่ 8 ก.ค. โดยสำนักเลขาธิการประธานาธิบดีอินโดนีเซียเปิดเผยว่า นายทักษิณเดินทางมาพร้อมครอบครัว การพบปะเป็นไปอย่างกันเอง ถือเป็นโอกาสสานต่อมิตรภาพอันยาวนานระหว่างทั้ง 2 ฝ่าย โดยได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์โลก และประเด็นยุทธศาสตร์ เพื่อขยายความร่วมมือระหว่างประเทศ ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเดือน มี.ค.68 นายปราโบโวได้แต่งตั้งนายทักษิณเป็นหนึ่งในคณะที่ปรึกษาของดานันตารา กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติของอินโดนีเซียด้วย“ลิซ่า” จี้ปมลุง มท.4 เอี่ยวโกงสอบที่รัฐสภา น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ โฆษกพรรคประชาชน กล่าวถึงกรณีสำนักงานคณะกรรมการป.ป.ช. มีมติรับคดีทุจริตจัดสอบบรรจุข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น มีผู้ถูกกล่าวหา 6,014 คน ปรากฏหนึ่งในรายชื่อผู้ถูกกล่าวหา คือ นายสัมฤทธิ์ เลียงประสิทธิ์ นายก อบจ.สตูล ลุงของนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย อยู่ด้วยว่า ผู้ถูกกล่าวหาในทางกฎหมายยังถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ และสามารถชี้แจงข้อเท็จจริงกับ ป.ป.ช.ได้ตามกระบวนการ แต่สังคมจะเชื่อหรือไม่ว่าคนที่เป็นหลานรับผิดชอบกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ที่ออกหน้าแถลงข่าวกับสาธารณะว่าต้องเอาให้ถึงที่สุด จะสาวให้ถึงตอ ต้องขุดให้ถึงราก วันนี้คนที่ถูกกล่าวหาคือคนใกล้ตัวมาก คือเป็นลุง เชื่อไหมว่าวันนี้นายวรศิษฎ์จะขุดให้ถึงตอจริงบี้ “วรศิษฎ์” ถอนตัวชุดตรวจสอบน.ส.ภคมนกล่าวว่า เพื่อให้กระบวนการเป็นไปอย่างยุติธรรม ขอเรียกร้องให้นายวรศิษฎ์ถอนตัวออกจากกระบวนการตรวจสอบทุจริตการสอบข้าราชการส่วนท้องถิ่น เพราะตอนนี้สังคมกำลังตั้งคำถามนำไปสู่การไม่เชื่อถือ หากยังอยู่ต่อการปรับ ครม.ครั้งหน้า ตำแหน่งของนายวรศิษฎ์อาจไม่มั่นคง ต่อให้พูดว่าปิดชื่อถือความผิดเป็นที่ตั้ง อย่าลืมว่าปิดชื่อ นามสกุลยังโผล่ ประชาชนเขาไม่เชื่อว่าท่านจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐาน ไม่เชื่อว่าจะไม่เอื้อประโยชน์ให้พวกพ้อง ไม่เชื่อว่ามีเจตนาขุดให้เจอตอ สาวให้ถึงรากจริง เพราะสุดท้ายต่อให้เจอตอก็เป็นรากเดียวกัน ย้ำว่านายวรศิษฎ์ควรแสดงสปิริตถอนตัวเพราะไม่มีความชอบธรรม เนื่องจากมีคนใกล้ตัวเป็นผู้ถูกกล่าวหา เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจให้ประชาชนเชื่อมั่นว่าไม่มีส่วนรู้เห็นเป็นใจเกี่ยวกับการทุจริตสอบในครั้งนี้“วรศิษฎ์” ยันไม่แทรกแซงปกป้องนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย กล่าวโต้ น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ ว่า รายชื่อที่ถูกเรียกสอบส่วนใหญ่เป็นบุคคลที่อยู่ในคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ที่ ป.ป.ช.ต้องเรียกสอบอยู่แล้ว แต่ไม่ได้หมายความว่าเป็นผู้กระทำความผิดแล้ว หรือมีส่วนเกี่ยวข้องทุจริต ในฐานะฝ่ายบริหารด้านนโยบายสั่งการให้ไปตรวจสอบ ไม่ใช่ผู้ลงไปตรวจหรือชี้ถูกชี้ผิด ไม่ต้องกังวลว่าการมีชื่อคนใกล้ชิดจะทำให้ผลการตรวจสอบผิดเพี้ยนไป ที่ผ่านมาทำตรงไปตรงมา มิฉะนั้นผลคงไม่ออกมาเช่นนี้ เราไม่มีสิทธิ์เข้าไปแทรกแซง และไม่คิดเข้าไปแทรกแซงอยู่แล้ว ไม่มีใครปกป้องใครได้ ถ้าปกป้องก็ตาย นายกฯชัดเจนที่สุดอยู่แล้วเรื่องนี้ การตรวจสอบของฝ่ายค้านขอให้อยู่บนหลักความเป็นจริง เอาเวลาไปดูเรื่องเฟกนิวส์ในเพจพรรค ปชน.บ้าง เมื่อถาม ว่ายืนยันไม่ต้องแสดงสปิริตถอนตัวออกใช่หรือไม่ นายวรศิษฎ์ตอบว่า กรณีนี้เป็นเรื่องส่วนบุคคลต้องแยกให้ออก อย่าเอาการเมืองมาผสมจนเละเทะ เพราะไม่เป็นผลดีกับใครอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่