อาชีพ “รับหิ้วของ” คือการเป็นตัวแทนซื้อสินค้าตามความต้องการของลูกค้า โดยคิดค่าตอบแทนเป็น “ค่าหิ้ว” (ค่าเสียเวลา ค่าเดินทาง ค่าบริการ)...นับเป็นอีกหนึ่งอาชีพที่ได้รับความนิยมอย่างมาก ทั้งในรูปแบบงานเสริมและงานหลัก เพราะเริ่มต้นได้ง่าย ไม่ต้องสต๊อกสินค้าเอง“รับหิ้วสินค้าค่ะ เข้า SHOP พรุ่งนี้ตอนห้างเปิด ราคาหิ้วชิ้นแรก 80 บาท ชิ้นต่อไป 70 บาท ค่าส่งคิดตามน้ำหนัก หรือนัดรับบีทีเอสทุกสถานี ขอคนที่สะดวกโอน สนใจ INBOX มานะคะ”ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ เคยพาไปเจาะลึกธุรกิจทำเงิน “รับจ้างหิ้วของ” เอาไว้น่าสนใจและมีหลายประเด็นที่น่าสนใจมากๆ โดยเฉพาะสิ่งที่ได้ยินแล้วสะดุดหูมากที่สุด “มีรายได้หลักแสนต่อเดือน”ท่ามกลางเทคโนโลยีที่เปลี่ยนผัน ได้ผุดช่องทางการทำเงินรูปแบบใหม่ จากบรรดาพ่อค้าแม่ค้าที่เคยเปิดร้านช็อปปิ้งออนไลน์ ตุนสต๊อกของจนบางเจ้าเจ๊งไม่เป็นท่า แปรเปลี่ยนหันมาเป็นพ่อค้าคนกลาง รับหิ้วสินค้าของแบรนด์ชั้นนำที่ขยันตั้งโปรโมชันลดราคากันแบบกระหน่ำซัมเมอร์เซลส์ชนิดที่เรียกได้ว่าไม่เกรงใจลูกค้าที่ซื้อราคาเต็มกันเลยทีเดียว ก่อนคิดราคาค่าหิ้วตั้งแต่หลักสิบไปจนถึงหลักพันต่อชิ้น เพียงแค่นี้ก็อยู่ได้สบาย “แหล่งรับหิ้วสินค้าส่วนใหญ่ก็จะเป็นตามห้างสรรพสินค้าที่มีงานลดราคาทั่วไป ศูนย์สิริกิติ์ฯ ไบเทคบางนา เมืองทองธานี งานลดราคาสินค้าอื่นๆ หรือตามประกาศที่แบรนด์ต่างๆแจ้งส่วนลดลงบนสื่อโซเชียลมีเดีย สิ่งที่เราต้องทำคือ ต้องติดตามเพจเฟซบุ๊กหรือโซเชียลมีเดียต่างๆ รวมไปถึงสื่อเฉพาะของแบรนด์นั้นๆและ...นำข้อเสนอรับหิ้วสินค้าไปประชาสัมพันธ์ให้แก่ผู้ที่ต้องการ เช่น จะมีคนมาคอมเมนต์อยากได้สินค้าชิ้นนั้นชิ้นนี้ เราก็ไปตอบคอมเมนต์รับหิ้วสินค้า” แม่ค้าขาช็อปว่าถัดมาต้องสร้างรีวิวการันตีความน่าเชื่อถือให้กับร้านรับหิ้วด้วยเช่นกัน เช่น ได้ของแน่นอน ราคาถูกใจ สินค้ามีสภาพดีไม่มีตำหนิ เหมือนไปช็อปปิ้งด้วยตัวเอง เมื่อไปถึงร้านถ้าทางร้านเคยโปรโมตสินค้านั้นไว้อยู่แล้ว ลูกค้าก็จะสั่งกับคนรับหิ้วโดยตรงเลยว่าเอาชิ้นนี้ รุ่นนี้ และคนรับหิ้วไปหยิบสินค้าในร้านและจ่ายเงินได้ทันทีคล้ายกับการรับพรีออเดอร์จากต่างประเทศ แต่จะต่างตรงที่ไม่ต้องรอนานเป็นสัปดาห์หรือเป็นเดือน แค่รอเข้าในงานลดราคาตามวันเวลาที่ระบุได้เลย...ส่วนการรับออเดอร์หน้างานในลักษณะที่อยู่ในร้านและมีลูกค้าสั่งของ และคนรับหิ้วไปหยิบมาถ่ายรูปให้ลูกค้าดูนั้นมีอยู่ตลอด เพราะต้องดูราคาด้วยว่าลดกี่เปอร์เซ็นต์ซึ่ง...ต้องถ่ายรูปไปให้ลูกค้าดูด้วยว่า สินค้าเป็นอย่างไรเมื่อได้สินค้าเรียบร้อยก็จัดส่งทางไปรษณีย์หรือผู้ให้บริการส่งของรายอื่นๆได้ หรือส่งตามแนวรถไฟฟ้า สำหรับค่าจัดส่งนั้นขึ้นอยู่กับจำนวนชิ้น ขนาดของสินค้า น้ำหนักสินค้า แบรนด์ต่างๆและราคาส่วนลด“ค่าหิ้วเริ่มต้น 50 บาทขึ้นไป ตามความยากง่ายของสินค้าด้วย เช่น งานลดวันแรก งานแย่งชิงของกัน งานที่มีสินค้าจำนวนจำกัด ส่วนราคาค่าหิ้วสูงสุดหลักพันบาท หากเป็นสินค้าแบรนด์เนมอย่างกระเป๋าหลุยส์ ส่วนค่าส่งคิดตามจริง ไปรษณีย์อยู่ที่ราคา 40 บาทขึ้นไปแบบลงทะเบียน”นี่คือ อาชีพรับหิ้ว (ในประเทศ) ส่วนอาชีพ “รับหิ้วของ” นอกประเทศ หากย้อนเวลาไปก่อนหน้านี้สัก 20 ปี ถือว่ามีวิวัฒนาการชวนให้จับตา จากกิจกรรมที่ดูเหมือนเป็น “บริการส่วนตัว” ได้พัฒนาสู่ “ธุรกิจออนไลน์” แต่ในขณะเดียวกันก็กลายเป็น “กับดักอาชญากรรม” ที่แนบเนียนที่สุด บทสรุปวิวัฒนาการ ความเสี่ยง และความเป็นจริงทางเศรษฐกิจในแต่ละช่วงเวลา เริ่มจาก “ยุคบุกเบิก” (20 ปีที่แล้ว-ก่อนยุคโซเชียล) รูปแบบการรับหิ้วเป็นเรื่องของการฝากเพื่อนหรือคนรู้จักที่เดินทางไปต่างประเทศซื้อของให้ รายได้...มักเป็นเพียงค่าขนมเล็กน้อย หรือเป็นการแลกเปลี่ยนน้ำใจกันความเสี่ยงต่ำเพราะอยู่ในวงสังคมที่รู้จักมักจี่กันดีถัดมา “ยุคเปลี่ยนผ่าน” (10 ปีที่แล้ว-ยุคตลาดออนไลน์เริ่มโต) รูปแบบเริ่มมีการรับหิ้วผ่านบอร์ดหรือเฟซบุ๊กยุคแรก สินค้าจำพวกเครื่องสำอางแบรนด์เนม สินค้ารุ่นลิมิเต็ดเริ่มเป็นที่ต้องการ... รายได้เป็นอาชีพเสริมที่ทำเงินได้จริง ลูกค้ากล้าจ่ายค่าหิ้วเพื่อให้ได้ของที่ไม่มีขายในไทยแล้วก็มาถึง “ยุคปัจจุบัน” (ยุคโซเชียลเต็มตัว) รูปแบบกลายเป็นอาชีพหลักของหลายคน มีการไลฟ์สดซื้อของหน้าร้าน ลูกค้าต้องการความเร็วและของแท้...ส่วนรายได้ก็สามารถสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ แต่ก็แลกมาด้วยการแข่งขันที่สูง และการแบกรับต้นทุนสำรองจ่าย ซึ่งเสี่ยงต่อการโดน “เท” ออเดอร์เช่นกันคำถามสำคัญมีว่า...“อาชีพรับหิ้ว” แท้จริงแล้วทำเงินแค่ไหน? คุ้มกับความเสี่ยงไหม?คำตอบคือ...เงินดีที่แลกด้วยแรง รายได้หลักมาจาก “ค่าหิ้ว” และส่วนต่างราคาของที่จัดโปรโมชัน ทว่ายังมีต้นทุนแฝงที่มองไม่เห็น ค่าเสียเวลา...ค่าเดินทาง หากคำนวณไม่ดี กำไรที่ได้อาจไม่คุ้มค่าเหนื่อย...ความเสี่ยงจากการสำรองจ่าย เงินทุนจมหากลูกค้าไม่รับของความเสี่ยงระดับมหันต์...การรับของจากคนแปลกหน้าหรือของที่ถูกแพ็กมาอย่างดี คือความเสี่ยงที่ “ตีค่าเป็นตัวเงินไม่ได้” เพราะหากพบสิ่งผิดกฎหมาย ชีวิตของคุณจะจบลงทันทีแวดวงคนในวงการอาชีพรับจ้างหิ้วมากประสบการณ์สะท้อนว่า หลายคนเข้าใจว่าคนสายการบินเสี่ยงที่สุด แต่ความจริงคนทั่วไปที่รับหิ้วของเสี่ยงไม่แพ้กัน ด้วยเหตุผลสำคัญคือความไม่ชำนาญในด่านตรวจคนสายการบินอาจมีความคุ้นเคยกับช่องทางและระเบียบสนามบิน แต่คนทั่วไปมักขาดความระแวดระวังเรื่อง “การสำแดงสินค้า” หรือ “กฎหมายศุลกากรระหว่างประเทศ”...และการตกเป็นเป้าของมิจฉาชีพ โดยเฉพาะเครือข่ายค้ายาเสพติดมักจับตาดู “นักเดินทาง” ที่ไป...กลับประเทศกลุ่มเสี่ยงบ่อยๆการโพสต์ลงโซเชียลว่ากำลังเดินทางไปประเทศนั้นประเทศนี้ ทำให้คุณกลายเป็น “เป้าหมาย” ของมิจฉาชีพที่อาจเข้ามาตีสนิทจ้างวานให้หิ้วของ...บทเรียนสำคัญ “อาชีพรับหิ้ว” ในปัจจุบันจึงไม่ใช่แค่การ “รับจ้างซื้อของ” แต่เป็นการ “รับจ้างแบกรับความรับผิดชอบทางกฎหมายของสิ่งของนั้นๆ”.คลิกอ่านคอลัมน์ “สกู๊ปหน้า 1” เพิ่มเติม