โลกระอุอีกรอบ เมื่อประธานาธิบดี สหรัฐฯ “โดนัลด์ ทรัมป์” ฉีก MOU หยุดยิงอิหร่านกลางที่ประชุมนาโต พร้อมเกรี้ยวกราดเปิดปฏิบัติการทางทหาร ถล่มเป้าหมายกว่า 80 แห่ง ในอิหร่าน ขณะที่กองทัพอิหร่าน สวนกลับทันที โดยเปิดฉากโจมตีตอบโต้สหรัฐฯ 85 แห่ง ด้านประธานาธิบดีอิหร่านยกเลิกแผนเข้าร่วมพิธี ไว้อาลัยอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี อดีตผู้นำสูงสุด ของอิหร่าน ที่เมืองนาจาฟในประเทศอิรักความฝันของชาวโลกที่หวังจะเห็นสันติภาพ ในสงครามระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่าน มีอันต้องฝันสลายอีกแล้ว เมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศยุติบันทึกความเข้าใจ (MOU) และข้อตกลงหยุดยิงที่มีขึ้นก่อนหน้านี้ แถมยังเปิดฉากโจมตีอิหร่านระลอกใหม่สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯและอิหร่านมีสัญญาณตึงเครียดขึ้นอีกครั้ง หลังกองบัญชาการกองทัพสหรัฐฯ ประจำภูมิภาคตะวันออกกลาง (CENTCOM) รายงานเมื่อวันที่ 8 ก.ค.ว่า กองทัพสหรัฐฯเปิดปฏิบัติการทางทหาร ถล่มเป้าหมายมากกว่า 80 แห่งในอิหร่าน มากกว่าปฏิบัติการช่วงต้นเดือนก่อนพิธีศพไว้อาลัยอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี อดีตผู้นำสูงสุดของอิหร่านถึง 5 เท่า กองทัพสหรัฐฯ อ้างว่าเป็นการตอบโต้อิหร่านที่โจมตีเรือสินค้าสัญชาติกาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย และไลบีเรีย รวม 3 ลำ ขณะพยายามแล่นออกจากช่องแคบฮอร์มุซโดยไม่ใช้เส้นทางที่อิหร่านกำหนด ทั้งนี้ เหตุโจมตีดังกล่าวไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตCENTCOM ระบุว่า ปฏิบัติการตอบโต้ดังกล่าว มุ่งเป้าไปที่ระบบป้องกันทางอากาศ เครือข่ายบัญชาการ สถานีเรดาร์ชายฝั่งและคลังเก็บจรวดต่อต้านเรือรบ นอกจากนี้ยังถล่มเรือลาดตระเวนขนาดเล็กของกองทัพพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IRGC) กว่า 60 ลำ พร้อมระบุว่าปฏิบัติการดังกล่าวได้บั่นทอนศักยภาพของอิหร่านในการสกัดกั้นเส้นทางการค้าระหว่างประเทศ โดยสำนักข่าวอิหร่านรายงานว่า มีเสียงระเบิดขึ้นที่เมืองท่าซิริก เมืองบันดาร์อับบาส และเกาะเกชม์อยู่ในพื้นที่ตอนใต้ของประเทศติดช่องแคบฮอร์มุซ รวมถึงที่เมืองบูเชฮร์ และเมืองบันดาร์มาห์ชาห์ร ทางตะวันตก มีรายงานผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นทหารเรือ IRGC และมีผู้บาดเจ็บอีก 2 คนขณะที่กองทัพอิหร่านเปิดฉากโจมตีตอบโต้สหรัฐฯในทันที IRGC ระบุว่า กองทัพเรือและกองทัพอากาศได้ยิงขีปนาวุธพร้อมส่งโดรนพิฆาตโจมตีเป้าหมาย 85 แห่งที่เกี่ยวข้องกับกองทัพสหรัฐฯในภูมิภาคตะวันออกกลาง รวมถึงฐานบัญชาการกองเรือที่ 5 ในบาห์เรนและฐานทัพอากาศอาลี อัล-ซาเลม ในคูเวต ขณะที่กองบัญชาการกลางทหารสูงสุดอิหร่าน คาทัม อัล-อันบิยา แถลงว่า ฝ่ายใดก็ตามที่สนับสนุนสหรัฐฯในปฏิบัติการละเมิดอธิปไตยของอิหร่านจะถือเป็นเป้าหมายที่ชอบธรรมของกองทัพด้านนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ แถลงระหว่างเข้าร่วมการประชุมสุดยอดองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ที่กรุงอังการา ประเทศตุรกี ว่า บันทึกความเข้าใจหย่าศึกสหรัฐฯ-อิหร่าน ได้จบสิ้นแล้ว ไม่อยากเจรจากับรัฐบาลอิหร่านต่อไป ได้หารือเรื่องนี้กับนายสตีฟ วิตคอฟฟ์ ผู้แทนพิเศษสหรัฐฯ และนายจาเร็ด คุชเนอร์ บุตรเขยของนายทรัมป์ ที่เป็นคณะเจรจาของสหรัฐฯ ต่อจากนี้ขึ้นอยู่กับอิหร่านว่าจะกลับเข้าร่วมการเจรจาหรือไม่ แต่คาดการณ์ว่าจะเสียเวลาเปล่าทางด้านกองบัญชาการร่วมทางทหารสูงสุดคาตัม อัล-อันบิยาของอิหร่าน ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์โดยระบุว่า สหรัฐฯกระทำการก้าวร้าวอย่างโจ่งแจ้ง พร้อมย้ำว่าเส้นทางเดินเรือสินค้าและเรือบรรทุกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซที่ปลอดภัย มีแค่เส้นทางที่ทางการอิหร่านกำหนด ขณะที่นายคาเซม การิบาบาดี รมว.ต่างประเทศอิหร่าน กล่าวว่า การที่สหรัฐฯจะยกเลิกใบอนุญาตให้อิหร่านส่งออกน้ำมันดิบในวันที่ 17 ก.ค. รวมถึงการโจมตีที่เกิดขึ้น และการปล่อยให้อิสราเอลปฏิบัติการทางทหารในเลบานอน ถือว่าสหรัฐฯกำลังละเมิดบันทึกความเข้าใจหย่าศึกอิสลามาบัด อิหร่านขอเตือนอย่างจริงจังว่า พร้อมจะดำเนินการอย่างเด็ดขาดเพื่อปกป้องผลประโยชน์และความมั่นคงของชาติขณะเดียวกันการปะทะกันของทั้ง 2 ฝ่ายยังมีขึ้น ระหว่างที่อิหร่านจัดพิธีศพไว้อาลัยอดีตผู้นำ สูงสุดที่เมืองนาจาฟในประเทศอิรัก กองทัพอิรักระบุว่ามีประชาชนเข้าร่วมพิธีมากกว่า 2.3 ล้านคน ตามกำหนดการเดิม นายมัซอูด เพเชซกียอน ประธานาธิบดีอิหร่าน มีแผนว่าจะเข้าร่วมพิธี และเจรจากับเจ้าหน้าที่รัฐบาลระดับสูงอิรัก แต่ภายหลังมีรายงานปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ นายเพเชซกียอน ได้ยกเลิกแผนการและรีบเดินทางกลับอิหร่านโดยเร็วอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่