การแก้ปัญหาทุจริตสอบบรรจุข้าราชการ พนักงานส่วนท้องถิ่น ถือเป็นมหากาพย์กวาดล้างการโกง ทั้งในส่วนของกระบวนการยุติธรรม การตรวจสอบพยาน เอกสาร หลักฐานสาวไปถึงต้นตอตัวการใหญ่ที่ยังไม่ชัดเจน แม้กระทั่งผู้ต้องสงสัยโต้โผนายหน้าที่จัดการขบวนการปลอมแปลงผลสอบก็ยังต้องรอการเรียกตัวมาสอบสวนขณะที่ในส่วนของฝ่ายนโยบาย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว.มหาดไทย ได้รับทราบกรณีปลัดกระทรวงมหาดไทย สั่งตั้งคณะกรรมการสอบทางวินัยร้ายแรงข้าราชการ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) 5 ราย ที่เกี่ยวข้อง แต่ก็ยังไม่เปิดเผยรายชื่ออย่างเป็นทางการ และยังไม่มีคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนล่าสุด นายกฯยังมีคำสั่งแต่งตั้ง นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯ เป็นประธานคณะกรรมการสอบการทุจริตสอบท้องถิ่น พร้อมให้รายงานผลทุก 10 วัน และขีดเส้น 30 วัน ต้องชัดเจน โดยคณะกรรมการชุดนี้จะทำงานคู่ขนานไปกับกระทรวงมหาดไทย และกระบวนการยุติธรรม คดีความต่างๆ ที่ ป.ป.ช. และ สตช.ดำเนินการเรื่องนี้ นายอนุทินยืนยันแข็งขัน หากตรวจสอบแล้วพบการกระทำความผิดก็จะดำเนินการอย่างเด็ดขาด มั่นใจว่าเรื่องการสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่นมีกรอบการทํางานทุกอย่างดีอยู่แล้ว แต่ก็มีคนแหกกรอบ จนทำให้เกิดฝีแตก ดังนั้นจะต้องจัดการปัญหานี้อย่างจริงจัง โดยไม่เกรงหน้าอินทร์ หน้าพรหม ไม่ว่าใครทั้งนั้นขณะที่นายปกรณ์ ได้แจ้งในที่ประชุมคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ถึงกรณีทุจริตการสอบข้าราชการที่เป็นข่าว แม้จะไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับสำนักงาน ก.พ. แต่ก่อให้เกิดทัศนคติเชิงลบเหมารวม กระทบถึงความเชื่อมั่นระบบราชการ จึงขอให้สำนักงาน ก.พ.ทำงานเชิงรุก รักษาศักดิ์ศรีข้าราชการพลเรือนในภาพรวมที่ประชุม ก.พ.ยังเห็นชอบมาตรการจัดการการทุจริตสอบเข้ารับราชการ อาทิ ตัดสิทธิ ขึ้นบัญชีแบล็กลิสต์ผู้ทุจริตห้ามเข้ารับราชการ เพิกถอนใบรับรอง หากบรรจุไปแล้วต้องให้ออกจากตำแหน่งทันที กำหนดโทษวินัยสูงสุด คือ ไล่ออกสถานเดียว หากถูกสอบวินัยให้สั่งพัก หรือให้ออกจากราชการไว้ก่อน โดยมีแผนปฏิบัติการเป็นระยะๆถือเป็นสัญญาณดี เพราะเมื่อนายกฯส่งสัญญาณแก้โกงสอบท้องถิ่น ทุกภาคส่วนก็ขยับรับลูก เพียงแต่กรณีนี้ นอกจากขบวนการข้าราชการ ยังมีข้อสงสัยพาดพิงถึงฝ่ายการเมือง ฝ่ายนโยบาย คำสั่งจากผู้มีอำนาจ ที่น่าจะเป็นต้นทางการโกง แต่นายกฯ ยังไม่มีการพูดถึงมากนัก และไม่ประกาศมาตรการจัดการที่ชัดเจนแต่อย่างใด.คลิกอ่านคอลัมน์ “บทบรรณาธิการ” เพิ่มเติม