ข่าวฉาวแอร์สาวการบินไทยโดนรวบพร้อมเฮโรอีนคาสนามบินเมลเบิร์น ออสเตรเลีย ก่อคดีร้ายแรง ตอกย้ำภาพลักษณ์ไทยแลนด์แดนทางผ่านยาเสพติด ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิของไทยกลายเป็นต้นทางของแก๊งยาเสพติด เขย่าวงการบินพาณิชย์ ไปจนถึงนักเดินทางไทยหนีไม่พ้นโดนสแกนเข้มในด่านตรวจคนเข้าเมือง ท่าอากาศยานทั่วโลกไม่ปล่อยผ่านง่ายๆแน่กระแสข่าวอื้อฉาวไม่พัก ยิ่งฉุดเครดิตเมืองไทยเปื้อนคราบแดนเทาดำภาวะ “ศีลธรรม” บกพร่อง พฤติกรรมละเมิดกฎหมายลามแฝงไปทั่วทุกวงการ จังหวะสถานการณ์ภายในประเทศกำลังปั่นป่วนอย่างหนักปรากฏการณ์ “โกง” เขย่าเมืองแรงกว่าแผ่นดินไหวระดับ 8อาฟเตอร์ช็อกต่อเนื่อง ตั้งแต่ช็อต “ไอ้โม่ง” ปล้นน้ำมันซ้ำวิกฤติสงคราม เกมฮั้วโปรเจกต์ TH-AI Passport จนมาถึงปรากฏการณ์ “ส้วมระเบิด” ขบวนการโกงสอบข้าราชการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก่อความเสียหายใหญ่หลวงต่อระบบบริหารราชการแผ่นดินถึงจุดสิ้นศรัทธา สังคมไทยแทบไม่เหลือความเชื่อมั่นในความโปร่งใสของกระบวนการคัดสรรบุคลากรเข้าทำงานใน อบจ. อบต. เทศบาล ย้อนรอยไปจนถึงคิวทุจริตสอบนายอำเภอโดยสถานการณ์ถ้าไม่ล้างบางใหญ่ อาจถึงขั้นพังทั้งระบบราชการวาระโกงบั่นทอนชาติซะขนาดนี้ “ตอนจบต้องมีคนติดคุก” ต่อให้ขาใหญ่ก็ยื้อกระแสสังคมลุกฮือไม่ไหว ตามอาการไฟจ่อหลังบ้านจับสัญญาณจาก “ปลัดป๊อป” อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ยืนยันเองกับปาก “อีกไม่นานจะได้เห็นตัวการโกงสอบข้าราชการท้องถิ่น”นั่นหมายถึงถ้าจับมือใครดมไม่ได้ “ปลัดป๊อป” ก็ลุยไฟเองและนั่นก็จะปวดแสบปวดร้อนไปถึง “ซุปเปอร์แบ็กอัป” อย่างอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย ที่ถือหางปลัดมหาดไทยเต็มไม้เต็มมือก็ต้องพลอยโดนไฟลวกมือพอง เป็นแผลเสี่ยงติดเชื้อไปด้วยโดยเงื่อนไขไฟต์บังคับเบอร์หนึ่งฝ่ายบริหารการเมืองกับเบอร์หนึ่งฝ่ายข้าราชการประจำของอาณาจักรมหาดไทยปล่อยน้ำเน่าท่วมคลองหลอดไม่ได้เพราะมันจะไหลไปถึงจุดกระตุ้นเสียงโห่ไล่พ้นแดนสิงห์แต่จุดสำคัญจริงๆมันอยู่ตรงเงื่อนไขแฝงอำนาจการเมือง ภายใต้เกม “สงครามตัวแทน” ที่กำลังบดบี้กันอย่างหนักใต้แนวรบเขากระโดง“สิงห์ดำ” กับ “สิงห์แดง” เบ่งพลังยึดมหาดไทยฟากหนึ่ง “ปลัดป๊อป” สายรัฐศาสตร์จุฬาฯที่ “นายกฯหนู” ถือหาง กับอีกฝั่ง “อธิบดีพวง” นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง ศิษย์เก่ารัฐศาสตร์ธรรมศาสตร์ รุ่นน้อง “ศักดิ์สยาม ชิดชอบ” ที่เติบใหญ่มาจากสายบุรีรัมย์เลือกฟังคำสั่งนายใคร นายมัน ถือตั๋วน้องใคร น้องมันถึงจุดที่ “สิงห์ 2–3 ตัว” อยู่ร่วมถ้ำเขากระโดงเดียวกันไม่ได้ตามเงื่อนไขสถานการณ์ “กรรมไล่ล่า” วิบากกรรมกำหนด คนกันเอง แตกคอหักดิบกันเอง ผู้คนในสังคมไทยจึงพอคาดหวังได้กับการล็อกขบวนการโกงสอบข้าราชการท้องถิ่นมาสังเวยโทษ ฐานทำความเสียหายใหญ่หลวงปล่อยคนทุจริต ไร้ความรู้ความสามารถเข้าไปผลาญงบประมาณแผ่นดิน ขบวนการโกงกินค่าหัวโกงสอบมูลค่านับพัน นับหมื่นล้าน ไม่น่าจะตัดตอน รวบรัดจบแค่ “จ่าพิชิต–ส้ม–กิต” ล็อกแก๊ง “นายหน้า” แล้วเงียบมันก็ต้องลากไปถึงบิ๊กข้าราชการ นักการเมืองขาใหญ่ที่มีอำนาจสั่งการโดยกระบวนการสอบง่ายๆไม่ได้สลับซับซ้อน แบบที่ผู้รู้กฎหมายตัวกลั่นอย่างนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต.คนดัง สะท้อนมุมตรงกับนายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม อัยการผู้เชี่ยวชาญคดีอาญา แนะนำง่ายๆแค่เทียบ “ไฟล์คำตอบ” ของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) กับไฟล์ของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.)อันไหนที่ตรงกับไฟล์ที่ตำรวจกับ ป.ป.ช.รวบหลักฐานที่มีการแก้ไขคำตอบคาเครื่องคอมพ์แก๊งโกงถ้าตรงกับของ มศว ก็เป็นงานช้างของอธิการบดีกับทีมวิชาการ แต่ถ้าตรงเป๊ะกับไฟล์ สถ.ก็โป๊ะเชะไล่เบี้ยแป๊บเดียวก็ถึงหัวโจก ลากเข้าเครื่องประหารหัวเสือได้เลย.ทีมข่าวการเมืองคลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม