ยิ่งกว่าถล่มทลาย ผลการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ไม่เป็นทางการ จากการนับคะแนนกว่าร้อยละ 95 คุณชัชชาติ สิทธิพันธุ์ผู้สมัครหมายเลข 9 อดีตผู้ว่าฯกทม. ได้รับเลือกตั้งด้วยคะแนนเสียงท่วมท้น 1,444,914 เสียง คิดเป็นร้อยละ 65.6 กว่าครึ่งของผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง โดยมีชาว กทม.ไปใช้สิทธิเลือกตั้งกว่า 2.2 ล้านคน จากผู้มีสิทธิเลือกตั้งกว่า 4.4 ล้านคน อันดับ 2 คุณมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ผู้สมัครอิสระได้ 288,171 คะแนน อันดับ 3 คุณชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครจากพรรคประชาชน ได้เพียง 176,943 คะแนน น้อยจนไม่น่าเชื่อ แพ้คุณชัชชาติผู้สมัครอิสระไปกว่า 1.267 ล้านคะแนน เป็นความล้มเหลวครั้งใหญ่ที่สุดของพรรคประชาชนอย่างไรก็ตาม พรรคประชาชนยังได้รับเลือก ส.ก.เข้ามาถึง 22 เขต จาก 50 เขต เพิ่มขึ้นจากครั้งก่อน ไม่แน่ใจว่าชาว กทม.ที่ไปลงคะแนนเลือก ส.ก.พรรคส้ม จะลงคะแนนเลือกผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.พรรคส้มด้วยหรือเปล่าความพ่ายแพ้ของ คุณชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครพรรคประชาชนครั้งนี้ เป็นความพ่ายแพ้ที่หมดท่าที่สุดของพรรคประชาชน คุณณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค ควรต้องกลับไปพิจารณาตัวเองว่า อนาคตของพรรคประชาชนจากนี้จะเดินหน้าต่อไปอย่างไร คะแนนเสียง 176,943 คะแนน ถือเป็นการตบหน้าพรรคส้มครั้งใหญ่ที่สุด ทั้งที่ประชาชนเคยให้โอกาสอย่างท่วมท้น เลือกตั้งเข้าไปเป็นพรรคอันดับ 1 แต่กลับไปยกมือให้ คุณอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นนายกรัฐมนตรีกันทั้งพรรคแล้วตัวเองไปเป็นฝ่ายค้าน วันนี้ประชาชนคงจะแก้แค้นที่ผิดหวังอย่างยิ่งก็คือ คนกรุงเทพฯไปใช้สิทธิเลือกตั้งกันน้อยมาก ผู้มีสิทธิเลือกตั้งกว่า 4.4 ล้านคน ไปใช้สิทธิกันกว่า 2.2 ล้านคน หรือ 49.7% ไม่ถึง 50% ถือว่าสอบตกความเป็นประชาธิปไตย นักการเมืองบ้านใหญ่เลยได้ใจการเลือกตั้งครั้งนี้ คุณชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ว่าที่ผู้ว่าฯกทม.สมัย 2 ชูนโยบายหาเสียงถึง 261 นโยบาย มากกว่าครั้งก่อนที่ชูนโยบายหาเสียงไว้ 216 นโยบาย ไม่รู้เส้นเลือดฝอยไปทำที่ไหนบ้าง คงไม่มีใครตรวจสอบทั้ง 216 นโยบาย แต่การหาเสียงครั้งนี้ คุณชัชชาติเน้นเรื่องเมืองน่าอยู่ ความโปร่งใส และการต่อยอดเส้นเลือดฝอย ไฮไลต์น่าจะเป็น นโยบายสร้างสะพานคนเดินและจักรยานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา เหมือนเมืองนอก จะสร้างสวนสีเขียวที่อ่อนนุช จะมี Street Economy เศรษฐกิจริมถนน ฯลฯผมคิดว่า กรุงเทพมหานครอมรรัตนโกสินทร์ ของเรา ใหญ่เกินกว่าที่ผู้ว่าฯกทม. จะทำแต่เรื่องเล็กๆ เพราะ กรุงเทพฯเป็นเมืองหลวงของประเทศ เป็นเมืองที่มีประชากรมากที่สุด มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุด วิสัยทัศน์และแนวคิดการบริหาร กทม.จึงควรเป็นระดับประเทศเล็กๆประเทศหนึ่ง เหมือน สิงคโปร์ ไม่ใช่แค่เส้นเลือดฝอยกรุงเทพฯ นอกจากเป็น “เมืองหลวง” แล้วยังเป็น ศูนย์กลางการเงิน การค้า การลงทุน การบริการ การท่องเที่ยว การแพทย์ การศึกษา โลจิสติกส์ ที่ตั้งสำนักงานใหญ่ บริษัทข้ามชาติ ไปจนถึง เศรษฐกิจดิจิทัล โครงสร้างเศรษฐกิจกรุงเทพฯ จากโครงสร้างแรงงาน 4 ปีก่อน แบ่งสัดส่วนดังนี้ ค้าส่ง/ค้าปลีก/ยานยนต์ สัดส่วน 22.12% การเงิน/ประกันภัย สัดส่วน 15.79% อุตสาหกรรม 12.09% ขนส่ง/คลังสินค้า 6.25% อื่นๆ 43.71% กรุงเทพฯมีจีดีพี 6.4–6.5 ล้านล้านบาท คิดเป็น 34–35% ของจีดีพีประเทศไทยการบริหาร กรุงเทพมหานคร จึงไม่ใช่คิดเล็กแค่ เส้นเลือดฝอย ตั้งเป้าให้คนไข้รอพบหมอไม่เกิน 1 ชั่วโมง โครงสร้างกรุงเทพฯใหญ่กว่านั้นหลายสิบหลายร้อยเท่ายุคนี้รัฐบาลชูนโยบายเรื่อง “AI (ปัญญาประดิษฐ์)” ตามกระแสเศรษฐกิจโลก ผมเสียดายที่ คุณชัชชาติ ไม่มีนโยบาย “สร้างกรุงเทพฯ ให้เป็นเมือง Startup” เพื่อรองรับเศรษฐกิจยุค AI เทคโนโลยียุค AI ผมขอฝากเป็นการบ้านไปถึง คุณชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ว่าที่ผู้ว่าฯกทม.สมัย 2 ครับ ขอเพิ่มเรื่อง Startup AI เข้าไปด้วย จะได้ไม่ตกเทรนด์.“ลม เปลี่ยนทิศ”คลิกอ่านคอลัมน์ “หมายเหตุประเทศไทย” เพิ่มเติม