ปชน.ถล่มงบฯปี 70 วันที่สอง เฉ่ง รบ.เมินปัญหาสิ่งแวดล้อม-สังคม “ภัทรพงษ์” จวกซุปเปอร์ เอลนีโญรอถล่มหนักปลายปี ต้นปีหน้าไทยสาหัสสำลักฝุ่น PM 2.5 หนักกว่าทุกปี แต่ รบ.ไม่เตรียมงบฯไว้เลย แม่น้ำกก-แม่น้ำสาย-แม่น้ำรวก-แม่น้ำโขง จมสารพิษเหมืองแร่ประเทศเพื่อนบ้าน ค่าสารหนู-สารตะกั่วเกินหลายเท่า ไม่มีงบบำบัดแม้แต่บาทเดียว “ณัฐชา” ฉะ พม.แช่แข็ง 14 ปีเบี้ยคนชรา 14 ปีไม่ขยับ หั่นงบช่วยคนไร้ที่พึ่ง ไปเช่ารถไฟฟ้าใหม่ หักเงินช่วยฉุกเฉินคนยากจน ไปซื้อคอมพิวเตอร์ ไอติมฟาดมหกรรมรวมญาติพลัสถลุงงบฯ 4 โครงการใหญ่ “ชัยชนะ” ตั้งฉายางบฯเสี่ยกำมะลอ นายกฯให้ความหวัง ปชช. แต่หั่นเหี้ยนงบฯกลุ่มจังหวัด 2.2 หมื่นล้านเหลือ 4 พันล้าน หลอกหาเสียงกระจายอำนาจท้องถิ่น แต่ดูดงบฯถมส่วนกลาง “พิพัฒน์” ยัน ภท.ไร้ขัดแย้ง ศึก 2 น.งัดข้อไม่มีจริง อวย “อนุทิน” เบอร์ 1 บริหาร ปท.ไม่มีครูใหญ่แทรกแซง “ไชยชนก” ยัน “เนวิน-อนุทิน” ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมานาน รักกันดีการประชุมสภาฯเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 วาระแรกในวันที่สอง สส.ฝ่ายค้านอภิปรายติติงรัฐบาลละเลยไม่มีการจัดสรรงบฯ เพื่อแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมและภัยพิบัติ ไม่ได้เตรียมงบฯแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ไร้แผนรับมือปัญหาซุปเปอร์เอลนีโญปลายปีนี้ เสี่ยงต้องเจอ PM 2.5 หนักกว่าทุกปี ขณะที่งบฯที่ใช้ ช่วยเหลือผู้พิการ หรือดูแลคนยากจนกลุ่มเปราะบาง กลับถูกนำไปใช้จัดซื้อคอมพิวเตอร์หรือรถไฟฟ้าพท.สับรัฐไม่จริงใจพัฒนาทุนมนุษย์เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 30 มิ.ย.ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2540 วาระแรก วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท เป็นวันที่สอง โดย น.ส.จิราพร สินธุไพร สส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย (พท.) อภิปรายว่า ห่วงใยตัวเลขงบฯขาดดุล เข้าใจเหตุผลที่รัฐบาลต้องใช้งบฯแก้ปัญหาให้ประเทศ แต่จะดีกว่าหรือไม่ถ้าในอนาคตจะจัดเก็บรายได้เพิ่มขึ้นหรือกู้ลดลง การทำให้ประสบความสำเร็จคือพัฒนาทุนมนุษย์ ให้รัฐเก็บรายได้เพิ่มขึ้นอย่างยั่งยืน เมื่อประชากรมีทักษะสูงขึ้น จะขับเคลื่อนจีดีพีให้เติบโตจัดเก็บภาษีได้มากขึ้น ประเทศพัฒนาแล้วมีสัดส่วนงบวิจัยและพัฒนาร้อยละ 2.7 ของจีดีพี แต่ไทยมีสัญญาณน่ากังวลในงบการศึกษาลดลงต่อเนื่องหายไปเกือบร้อยละ 8 ในรอบทศวรรษที่ผ่านมา สะท้อนว่าขณะที่งบฯโดยรวมโตขึ้น แต่การศึกษาและการพัฒนาเด็กไทยถูกทิ้งไว้ข้างหลังเฉ่งไม่ใส่ใจงบฯแก้สิ่งแวดล้อมนายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สส.เชียงใหม่ พรรคประชาชน (ปชน.) อภิปรายถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมและภัยพิบัติว่า ปัญหาฝุ่น PM 2.5 รัฐบาลไม่ได้เตรียมงบไว้เลย งบจัดการฝุ่นถูกตัด งบท้องถิ่นจัดการไฟป่าได้มาแค่ 341 ล้านบาท งบสนับสนุนเกษตรกรไม่ให้เผาได้ 261 ล้านบาท จัดงบไร้ระบบแบบแผน โดยเฉพาะการแก้ปัญหาซุปเปอร์เอลนีโญที่จะเข้ามาปลายปีนี้ ทำให้ต้นปีหน้าประเทศไทยเสี่ยงเจอ PM 2.5 หนักกว่าทุกปี ขณะที่ปัญหาปลาหมอคางดำในงบฯปี 70 ไม่มีแม้แต่บาทเดียวมาจัดการปัญหานี้ ขอถาม รมว.เกษตรฯจะเอาเงินจากไหนมาแก้ปัญหาจะ 70 วันแล้ว รู้หรือยังนายทุนคนใดเป็นต้นตอแพร่ระบาดปลาหมอคางดำ ยังมีปัญหาแม่น้ำกก แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก แม่น้ำโขงเป็นพิษจากการทำเหมืองของประเทศเพื่อนบ้าน รัฐบาลไม่พูดไม่ทำเลย จนปัญหาลุกลาม มีค่าสารหนู สารตะกั่วเกินหลายเท่า กรมควบคุมมลพิษควรรับผิดชอบ แต่ของบไป 145 ล้านบาท ได้มาแค่ 50 ล้านบาท เป็นเครื่องตรวจน้ำอัตโนมัติ 7 เครื่อง เครื่องละ 7 ล้านบาท ไม่มีงบบำบัดแม้แต่บาทเดียว ลองเอาน้ำกก จ.เชียงราย มาให้รัฐมนตรีล้างมือล้างหน้าจะได้รู้สารพิษเยอะแค่ไหน สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่สาธารณภัย เป็นภัยความมั่นคงใหม่ รัฐบาลบอกพูดแล้วทำ ถามว่าในงบฯปี 70 รัฐบาลจัดงบช่วยใคร ตอบได้ง่ายๆว่าช่วยคนนอก 100% ช่วยเจ้าของเหมืองให้รวย ไม่คิดถึงคนไทยที่ต้องอยู่กับสารพิษเลยปชป.ตั้งฉายา พ.ร.บ.เสี่ยกำมะลอนายชัยชนะ เดชเดโช สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) อภิปรายว่า ขอตั้งฉายา งบปี 70 ว่า พ.ร.บ.เสี่ยกำมะลอ เพราะนายกฯไปจังหวัดไหนให้ความหวังประชาชนตลอด แต่กลับตัดงบกลุ่มจังหวัดจาก 22,000 ล้านบาท เหลือ 4,000 ล้านบาท ตอนหาเสียงบอกจะกระจายอำนาจให้ท้องถิ่น แต่วันนี้เอางบไปให้หน่วยราชการส่วนกลาง เอาทุกอย่างมารวมศูนย์อำนาจ หรือหลอกใช้เขาให้เป็นหัวคะแนนตอนหาเสียง นี่คือสิ่งที่ท้องถิ่นโดนทำร้ายซ้ำแล้วซ้ำเล่า ส่วนงบกรมสุขภาพจิต ไทยมีผู้ป่วยจิตเวชเพิ่มขึ้น เผลอๆคนนั่งใน ครม.อาจป่วยเป็นจิตเวช มักพูดแล้วหลงลืม ใน ครม.เขาบอกให้ไปขายมะพร้าวลูกละ 1 บาท หรือขายทุเรียนไปบอกอินฟลูเอนเซอร์ว่าขายทุเรียน กก.ละ 100 บาท แต่ ลืมไปว่าเกษตรกรขาย กก.ละ 150 บาท กรมสุขภาพจิตของบ 71.54 ล้านบาท เพื่อผลิตจิตแพทย์ 34 คน แต่ได้งบ 27 ล้านบาท ผลิตจิตแพทย์ได้ 22 คน งบดูแลผู้ป่วยจิตเวชขอไป 220 ล้านบาท ถูกลดเหลือ 88 ล้านบาท ทั้งที่มีผู้ป่วยจิตเวชนับล้านคน คนไทยกว่า 13.4 ล้านคน เคยประสบปัญหาสุขภาพจิต แต่ละปีมีผู้พยายามฆ่าตัวตายกว่า 30,000 คน เสียชีวิต 5,000 คน ทำไมรัฐบาลไม่ให้ความสำคัญ รัฐบาลไม่ได้อยู่ช่วงฮันนีมูน บางคนอยู่ใน ครม. อนุทิน 1 และ 2 มาแล้วยังฮันนีมูนไม่จบ เอาแต่ลงพื้นที่ตรวจราชการ มีรถนำ เดินแอ็กอาร์ตไม่แก้ปัญหาประเทศฉะเบี้ยคนชราแช่แข็ง 14 ปี ยังเท่าเดิมต่อมาเวลา 12.00 น. นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. อภิปรายถึงงบฯกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ว่า กระทรวง พม.ได้งบฯปี 70 มา 26,331 ล้านบาท จากเดิมปีที่แล้วได้ 28,285 ล้านบาท หายไปมีหลายรายการ อาทิ เงินเด็กเล็กถ้วนหน้าปีที่แล้ว 16,267 ล้านบาท ปีนี้เหลือ 15,810 ล้านบาท เงินผู้พิการที่ระบุจะปรับจาก 800 บาทเป็น 1,000 บาท แต่ในงบปี 70 ไม่ระบุไว้ชัดเจน เงินผู้สูงอายุตั้งแต่ปี 54 ถึงปัจจุบันยังเท่าเดิมไม่ปรับเพิ่ม ถูกแช่มาแล้ว 13-14 ปี เงินสำนักปลัดสงเคราะห์ไปยังสถานสงเคราะห์ต่างๆ ลดจาก 7 ล้านบาทเหลือ 1 ล้านบาทต่อปี เงินเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ 3 จังหวัดชายแดนใต้ลดจาก 114 ล้านบาทเหลือ 108 ล้านบาท เงินช่วยคนพิการปีละ 13 ล้านบาทเหลือ 1.2 ล้านบาท เงินภาษีประชาชนจ่ายแต่ใครได้ประโยชน์ เงินช่วยเหลือฉุกเฉินคนพิการปรับลด 11.8 ล้านบาท แต่มีโครงการ IT Data Center เพิ่มขึ้น 54.8 ล้านบาทคาใจหั่นงบกลุ่มเปราะบางซื้อรถไฟฟ้า“เงินสำนักปลัดฯ ที่ช่วยคนไร้ที่พึ่งลดลง 24 ล้านบาท แต่ไปขอเช่ารถไฟฟ้าใหม่ 39 ล้านบาท เงินช่วยเหลือฉุกเฉินให้คนยากจนลดลง 54 ล้านบาท แต่ไปซื้อคอมพิวเตอร์ใหม่ 47 ล้านบาท งบฯที่ปรับเพิ่มมากสุดโครงการพัฒนาสมรรถนะบุคลากรสู่ความเป็นเลิศปีที่ผ่านมาได้ 25 ล้านบาท ปีนี้ได้ 54 ล้านบาท ใช้จ่ายไปกับงบดำเนินการ 2.6 ล้านบาท งบสร้างตึก 48 ล้านบาท งบทำหลักสูตร 3 ล้านบาท เงินที่ประชาชนได้รับลดลงทุกรายการ แต่เงินอำนวยความสะดวกการบริหารจัดการเพิ่มขึ้นทุกรายการ งบที่ได้น้อยกว่ารถประจำตำแหน่งเลขารัฐมนตรีที่อนุมัติในปีนี้ด้วยซ้ำ ต้องตั้งคำถามตัวโตๆ จะช่วยกลุ่มเปราะบางในสถานการณ์วิกฤติซ้อนวิกฤติประเทศได้อย่างไร“ไอติม” ขยี้มหกรรมรวมญาติพลัสช่วงเย็น นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. อภิปรายตั้งคำถามว่า ใครได้ประโยชน์การใช้งบฯ 4 อภิมหาโครงการเมกะโปรเจกต์ แพลตฟอร์มการเรียนรู้ ดำเนินการโดยกระทรวง ศธ.และ อว. ริเริ่มผลักดันสมัยพรรค ภท.บริหารกระทรวง ใช้งบฯรวมกันกว่า 26,262 ล้านบาท นายพริษฐ์ตั้งคำถามหลายประเด็น อาทิ ยกตัวอย่างทีโออาร์โครงการ Credit Bank ที่กำหนดเงื่อนไขการประชาสัมพันธ์เหมือนกับโครงการ TH-AI Passport และจากการวิเคราะห์มี 5 บริษัทที่อยู่ในเครือข่ายของบริษัทอาณาจักรเดียวกัน และจะแสดงให้เห็นว่าทั้ง 5 บริษัทนี้ กินรวบเมกะโปรเจกต์ได้ทั้งหมด อภิมหาโครงการเปรียบเสมือนมหกรรมรวมญาติพลัส ระหว่างกลุ่มทุนที่เป็นเครือข่ายเดียวกันเป็นญาติกัน ไม่ใช่โดยสายเลือดแต่โดยเส้นเงิน บวกกับเพื่อนบ้านคนคุ้นเคยที่มาร่วมวงอยู่เป็นประจำหรือไม่จี้ รมต.พท.สอบย้อนหลังกันภาษีถูกขโมยนายพริษฐ์กล่าวว่า เข้าใจดีว่ากระทรวง อว. และกระทรวงศึกษาธิการ มีรัฐมนตรีใหม่ และเข้าใจว่าทั้งสองคนเห็นข้อพิรุธของเมกะโปรเจกต์ครั้งนี้ จึงมีสั่งทบทวนทีโออาร์บางส่วนไปแล้ว แต่ทำแค่นั้นไม่พอ ย้ำข้อเสนอว่ารัฐบาลต้องตรวจสอบโครงการเหล่านี้ย้อนหลังอย่างเข้มข้น ติดตามต่อไปอย่างใกล้ชิด แม้จะต้องขัดใจเพื่อนต่างพรรคในรัฐบาลเดียวกัน เพื่อป้องกันไม่ให้เงินภาษีประชาชน ถูกขโมยไปช่วยคนรวยไม่กี่คน อ้างวาระการยกระดับทักษะประชาชนมาบังหน้า แม้จะสรุปชัดๆไม่ได้ว่ามีการทุจริตเกิดขึ้นมากน้อยแค่ไหน แต่จะขอทิ้งท้ายด้วยประโยคจากนายกฯที่ว่า ที่ไหนมีควัน ที่นั่นมีไฟ เชื่อว่าข้อมูลที่นำเสนอวันนี้ เป็นควันที่ชัดเจนเพียงพอแล้ว รัฐบาลจะเลือกไปเร่งหากองไฟและดับไฟ หรือจะเลือกปล่อยให้ไฟมันลามทุ่ม จนเผาผลาญภาษีประชาชน การตัดสินใจอยู่ในมือท่าน“ยศชนัน” เร่งใช้งานวิจัยขับเคลื่อน ปท.เวลา 14.40 น. นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯและ รมว.อว. ชี้แจงว่า ขออธิบายกรอบ การทำงบฯกระทรวง อว.ว่ารัฐบาลชุดนี้ 4 ปีต้องมองระยะยาวให้เห็นอนาคตอันใกล้และอนาคตที่ไกล วางโครงสร้างพื้นฐานด้านภาคเศรษฐกิจ พยายามใช้กลไกงานวิจัยให้เกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยี มีวิทยาการดีๆเข้ามา พยายามทำให้ทุนมนุษย์มีทักษะสูง ทำให้มหาวิทยาลัยเป็นศูนย์บ่มเพาะ เป็นแพลตฟอร์มของโอกาส ดึงกลไกงานวิจัยใหม่ๆออกมาให้เอกชนเข้ามาใช้ได้ ขณะที่ภาคเอกชนสนับสนุนวิทยาศาสตร์จากกลไกต่างๆ ผลักดันให้มหาวิทยาลัยมีบริษัทร่วมทุน รับรองได้ว่างานวิจัยไทยใช้ได้จริง ส่วนเรื่องเศรษฐกิจ เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ การทำเกษตรและอุตสาหกรรมมูลค่าสูงจะทำให้มหาวิทยาลัย เพิ่มมูลค่าเพิ่มรายได้ จะร่วมมือกับกระทรวงพาณิชย์ ทำให้สิทธิบัตรไทยออกได้เร็วขึ้น ส่วนข้อห่วงใยเรื่องทุจริตจะทำ open data ทำวิจัยรวมข้อมูล สิ่งแวดล้อม อากาศจะร่วมมือกระทรวงแรงงาน อุตสาหกรรม พลังงานและกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ส่งมอบงานวิจัยดีๆ เครื่องมือดีๆ ให้เรามีสภาพแวดล้อมสิ่งแวดล้อมที่ดี“ไชยชนก” ยัน 2 น. ร่วมทุกข์สุขรักกันดี อีกเรื่อง ที่อาคารรัฐสภา นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เลขาธิการพรรค ภท. ให้สัมภาษณ์กรณีกระกระแสข่าวรอยร้าว 2 น. และ 1 พ.ในพรรค ภท.ว่า ข้อเท็จจริงมีการทะเลาะกันจริงระหว่าง 2 น. คือ น.เนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด น.นก ไชยชนก ที่อาจจะทะเลาะกันบ้าง แต่จะทะเลาะกันด้วยความรัก เจตนาจะทำดีเพื่อประเทศชาติ และในส่วน 1 พ. 1 น. คือนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและรมว.คมนาคม กับนางนาที รัชกิจประการ ภรรยา ทะเลาะกันเป็นประจำเช่นกัน เมื่อถามว่านายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.คมนาคม และนายเนวินมีอะไรกันหรือไม่ นายไชยชนกกล่าวว่า มีความรักความสนิทสนม และแข็งแกร่งกว่าเดิม ทั้งคู่มีความเห็นไม่ตรงกันบ้างหรือไม่ ยอมรับว่ามีเป็นเรื่องปกติของทุกคนในการทำงานในการดำรงชีวิตจะเห็นต่างกันบ้าง แต่ความเป็นพรรค ภท.เรามีความสามัคคี เป็นน้ำหนึ่งอันเดียวกัน เพื่อหาทางออกที่ดีที่สุดเสมอ ยืนยันว่านายเนวิน นายอนุทินไม่เคยมีปัญหาอะไรกัน เมื่อถามว่ากระแสข่าวที่ออกมาจะทำให้ทั้งคู่เกิดรอยร้าวหรือไม่ นายไชยชนกกล่าวว่า จะดิสเครดิตในมุมมองของสังคมได้ แต่เรื่องส่วนตัวของสองคนไม่สามารถก้าวก่ายให้เกิดความแตกแยกกันได้ รักกัน สนิทกัน ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันตั้งนาน เรื่องแค่นี้ไม่กระทบแน่นอนยันงบฯ 70 ไม่มี TH–AI Passport เฟส 2นายไชยชนกกล่าวถึงฝ่ายค้านอภิปรายร่างพ.ร.บ.งบฯปี 70 ในส่วนของงบฯกระทรวงดีอีว่า ในร่าง พ.ร.บ.งบฯปี 70 ไม่มีโครงการ TH-AI Passport เฟส 2 เมื่อถามถึงกรณี น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.พรรคประชาชน เคยขอบคุณสำนักงบฯที่ตัดงบโครงการ TH-AI Passport ออกจากร่าง พ.ร.บ.งบฯปี 70 จำนวน 900 ล้านบาท นายไชยชนกกล่าวว่า ไม่แน่ใจต้องดูเฟสต่อเฟส โปรเจกต์ต่อโปรเจกต์และต้องดูผลลัพธ์ในปีนี้จะเป็นอย่างไร มั่นใจว่าจะออกมาดีแน่นอน เมื่อถามถึงข้อครหากระทรวงดีอีเป็นกระทรวงลูกเทพได้งบฯเยอะ นายไชยชนกกล่าวว่า กระทรวงลูกเทพหมายความว่าอย่างไร อยากให้ดูตามเหตุและผลจะเห็นความจำเป็นของการเปลี่ยนผ่านด้านเทคโนโลยียุคปัจจุบัน อยากให้เราไม่ล้าหลัง แต่ถ้าคิดว่าไม่เหมาะสมที่จะมีงบฯเพิ่มขึ้นก็ย้อนแย้ง จริงๆแล้วงบฯที่เพิ่มขึ้นยังน้อย ไปมากสำหรับการที่ประเทศจะขับเคลื่อนและพัฒนาไปข้างหน้าจริงๆ ที่ประเทศถูกรุมล้อมจากวิกฤติต่างๆ ถือเป็นส่วนหนึ่งที่มีความจำเป็น เราต้องทำเต็มที่ในรูปแบบที่สามารถทำได้“พิพัฒน์” ยืนยัน ภท.ไร้ความขัดแย้ง ด้านนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและ รมว.คมนาคม แกนนำพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีกระแสข่าวความขัดแย้ง 2 น.นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรค ภท. และนายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ยูไนเต็ด และ 1 พ.ว่า เรียนตรงไปตรงมาว่าไม่จริงหรอกครับ 2 น.แล้วมี พ.เข้าไปพ่วงอีกคนหนึ่งการพูดคุยกันภายในพรรค ขอยืนยันว่าทุกสิ่งทุกอย่างนายกฯจะมีการหารือกับตน และอีก 1 น. ว่า พวกเราทำงานอะไรไป ทุกสิ่งทุกอย่างพวกเรามีการประสาน การทำงานร่วมกันเป็นเรื่องปกติที่บางครั้งอาจจะมีการพูดคุยกันบางเรื่องและบางเรื่องถูกละเลยไป ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ใหญ่โต ขอยืนยันการขัดแย้งใน ภท.ไม่มี“หนู”เบอร์ 1 บริหาร ปท.ไม่มีแทรกแซงเมื่อถามว่ามีหลายคนมองว่าอาจจะมีปัญหาในการบริหารประเทศ นายพิพัฒน์กล่าวว่า นายกฯ เป็นผู้บริหารประเทศ อีก น.ไม่ได้เข้ามายุ่งในการบริหารประเทศ พวกเราจะเห็นว่าการบริหารประเทศเบอร์ 1 คือ นายกฯอนุทิน จะมาบอกว่ามีคนอื่นเข้มาแทรกแซง ขอยืนยันว่าไม่มี แต่การให้คำแนะนำหรือคำปรึกษาเป็นเรื่องปกติไม่ว่ารัฐบาลไหนๆในโลก ผู้นำประเทศจะต้องมีที่ปรึกษา มีการให้คำแนะนำ ขอยืนยันว่าพวกเราไม่มีความขัดแย้งภายในพรรคปชน.ส่ง “ภัทราภรณ์” ชิง ปธ.สภาฯ กทม.เมื่อเวลา 10.30 น. ที่พรรค ปชน. นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ทีมบริหารผู้ว่าฯ กทม.พรรค ปชน. พร้อมว่าที่สมาชิก ส.ก.พรรค ปชน. 22 คน ร่วมแถลงวาระที่จะผลักดันสภาฯ กทม.ให้โปร่งใส พร้อมเสนอชื่อ น.ส.ภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย ว่าที่ ส.ก.เขตบางซื่อ ผู้เข้าชิงประธานสภาฯ กทม.ในนามพรรค เสียงสนับสนุนอย่างน้อยขณะนี้นับ 22+4 ได้แล้ว ยังมีอีกหลายท่านยังหารือกันอยู่ ยืนยันเอาวาระเมืองเป็นตัวตั้งอย่างสร้างสรรค์ กับพรรค ปชป.ก็พูดคุยกันตลอด เพราะทำงานสภาฯ กทม.ต้องทำงานร่วมกัน จริงๆเราต้องการ 50 เสียง เช่นผลักดันการแก้ไขปัญหาบัตรทอง อยากให้เป็นวาระของเมืองร่วมกัน หากเราได้ 50 คน ไม่มีปัญหาเลยสว.เห็นชอบ ก.ม.สร้างเสริมสังคมสันติสุขเมื่อเวลา 10.30 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมวุฒิสภา พิจารณาร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข วาระ 2 และ 3 ตามที่ กมธ.วิสามัญพิจารณาฯ วุฒิสภา ที่มี พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ แสงเพชร สว.ประธาน กมธ.พิจารณาเสร็จแล้ว หลังสภาฯเคยให้ความเห็นชอบและส่งร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวมาให้วุฒิสภาพิจารณาต่อ มีทั้งสิ้น 13 มาตรา สาระสำคัญคือการนิรโทษกรรมคดีที่มีมูลเหตุจากแรงจูงใจทางการเมือง ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.48 ถึงวันที่ 16 ก.ค.68 ยกเว้นความผิด 3 มูลฐานที่ไม่อยู่ในเงื่อนไขได้รับนิรโทษกรรมคือ 1.ความผิดคดีทุจริต 2.ความผิดมาตรา 112 3.ความผิดที่ทำให้บุคคลอื่นเสียชีวิต บาดเจ็บสาหัส ทั้งนี้กมธ.วิสามัญฯ วุฒิสภา มีการแก้ไขมาตรา 11 จากเดิมกำหนดให้ผู้กระทำความผิดอายุไม่ถึง 18 ปี ได้รับการพิจารณายุติการดำเนินคดี แก้ไขใหม่โดยเพิ่มเติมวรรคสองว่าไม่ให้ใช้บังคับกับการกระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112ยันไม่สอดไส้ล้างผิดคดีฮั้ว สว.ขณะที่ น.ส.รัชนีกร ทองทิพย์ สว. อภิปรายตั้งข้อสังเกตความผิดตาม พ.ร.บ.การเลือกตั้ง สส.และ พ.ร.บ.การได้มาซึ่ง สว.ในบัญชีแนบท้ายร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข อาจทำให้เกิดผลพวงนิรโทษกรรมคดีเลือกตั้ง สส.และคดีฮั้วเลือกสว.หรือไม่ นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สว.เลขานุการกมธ.วิสามัญฯ ชี้แจงว่า บัญชีแนบท้าย พ.ร.บ.สร้าง เสริมสังคมสันติสุข มีกฎหมายรวม 29 ฉบับ กมธ.ไม่ได้แก้ไขเนื้อหาที่ส่งมาจากสภาฯ มีเพียงจัดเรียงลำดับศักดิ์ของกฎหมายใหม่ ยืนยันไม่เกี่ยวข้องกับการนิรโทษกรรมคดีเลือกตั้ง สส.และคดีฮั้วเลือก สว. เราไม่นิรโทษกรรมตัวเอง หลังวุฒิสภาพิจารณาวาระสองทุกมาตราเสร็จแล้วลงมติเห็นชอบร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวด้วยคะแนน 103 ต่อ 3 งดออกเสียง 22 โดยจะส่งร่าง พ.ร.บ.กลับไปให้สภาฯพิจารณาอีกครั้งว่าจะเห็นชอบกับเนื้อหาที่ สว.แก้ไขหรือไม่ศาลนัดไต่สวนคดี 44 สส. 25 ส.ค.เมื่อเวลา 09.30 น. ที่ศาลฎีกา ศาลนัดพิจารณาคดีครั้งแรก คดีหมายเลขดำ คมจ.1/2569 ที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.ยื่นคำร้องขอให้วินิจฉัยกรณี 44 อดีต สส.พรรคก้าวไกลถูกกล่าวหาว่าฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง จากกรณีร่วมกันเสนอร่างแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ศาลมีคำสั่งรับคำร้องคัดค้านของผู้คัดค้านทั้งหมด 44 คน หลังจากนั้นศาลนัดตรวจพยานหลักฐานในวันที่ 4 ส.ค. เวลา 09.30 น. ให้คู่ความทั้งสองฝ่ายยื่นแนวทางการไต่สวน และหากมีพยานหลักฐานที่จะต้องให้ศาลออกหมายเรียกก่อนวันที่ 25 ก.ค.69 และต้องยื่นก่อนภายใน 7 วัน และกำหนดวันนัดไต่สวนพยาน นัดแรกในวันที่ 25 ส.ค. พร้อมนัดต่อเนื่องในวันที่ 22 ก.ย. และ 27 ต.ค. เวลา 09.30น. จะมีการไต่สวนทั้งหมด 17 ปาก และวางกรอบพิจารณาเป็นระยะเวลา 1 ปี“พิพัฒน์” จับเข่าคุยม็อบต้านแลนด์บริดจ์เมื่อเวลา 14.20 น.ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและ รมว.คมนาคม และนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อพรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วยกลุ่ม สส.จังหวัดภาคใต้พรรคภูมิใจไทย เข้าหารือกับตัวแทนเครือข่ายกลุ่มศึกษาการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (SEC Watch) นำโดยนายประสิทธิชัย หนูนวล เลขาธิการเครือข่ายฯและตัวแทนเครือข่ายรักษ์ระนอง เครือข่ายปราจีนเข้มแข็ง เครือข่ายเพื่อนตะวันออก ที่ขอให้ยุติผลักดันร่าง พ.ร.บ.ระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (SEC) ยุติโครงการแลนด์บริดจ์ ยุติขยายพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกไปยัง จ.ปราจีนบุรีและจังหวัดอื่น เร่งรัดติดตามการจ่ายค่าชดเชยเยียวยาผลกระทบจากการถมทะเล (ระยะที่ 3) ในพื้นที่มาบตาพุด จ.ระยองรบ.ถอยไม่ดัน พ.ร.บ. SEC เข้า ครม.จากนั้นเวลา 16.50 น. นายพิพัฒน์แถลงว่า รัฐบาลจะยกเลิกการเสนอร่าง พ.ร.บ.(SEC) จะไม่นำเข้าสู่การพิจารณาของ ครม.และเตรียมลงนามในบันทึกข้อตกลงร่วมกับตัวแทนกลุ่ม SEC Watch ยืนยันแนวทางเป็นทางการ โครงการแลนด์บริดจ์ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาของคณะกรรมการศึกษาฯ ที่มีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.คลัง เป็นประธาน กรอบ 90 วัน ยืนยันรัฐบาลรับฟังความคิดเห็นทุกภาค ที่ประชุมยังเห็นชอบตั้งคณะกรรมการร่วมจัดทำแผนการพัฒนาภาคใต้ มอบหมายให้กระทรวงคมนาคมทำงานร่วมกับกลุ่ม SEC Watch มีนายสิริพงศ์และสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เป็นผู้แทนหลัก ศึกษาการพัฒนาที่เหมาะสม จะไม่นำรูปแบบการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) มาใช้กับพื้นที่ภาคใต้ ส่วนปัญหาเกี่ยวข้องกับโครงการ EEC จะเสนอนายกฯทบทวนการขยายพื้นที่ไป จ.ปราจีนบุรี จะนำปัญหาค่าชดเชยและการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการถมทะเลใน จ.ระยองเสนอนายกฯ ให้สำนักงานปลัดสำนักนายกฯติดตามแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วนนายประสิทธิชัยกล่าวว่า เป็นก้าวสำคัญที่รัฐบาลรับข้อเสนอหลายประเด็น โดยเฉพาะการยืนยันไม่นำร่าง พ.ร.บ.SEC เข้า ครม.เปิดพื้นที่ให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วมกำหนดทิศทางการพัฒนาภาคใต้ในระยะต่อไป จะเดินทางกลับวันที่ 1 ก.ค.เวลา 10.00 น.กระทรวงคมนาคมจะจัดหารถโดยสารให้กลุ่มเดินทางกลับภูมิลำเนาอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่