ลุ้นผลสอบทุจริตข้าราชการท้องถิ่นของคณะกรรมการ ตรวจสอบข้อเท็จจริง ก.มหาดไทยครบ 7 วัน 1 ก.ค.นี้ “วรศิษฎ์” รมช.มหาดไทย แย้มคืบหน้าไปเยอะ เห็นถึงพฤติกรรม พฤติการณ์ที่เกิดขึ้น เจอพิรุธผลสอบศูนย์คะแนนถึง 270 ราย “ทรงศักดิ์” รองนายกฯ ส่งทนายแจ้งความเอาผิด “ส้ม-กิจ-บังแจ็ค” ข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาฯ และร่วมกันนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จ ยันให้เรียกสอบเจ้าของเสียงในคลิปมีเป้าหมายอะไร ด้านปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีให้ความมั่นใจผู้แจ้งเบาะแสทุจริตสอบ สถ. เชื่อหลังประกาศผลวันที่ 1 ก.ค.จะมีคนตัดสินใจเข้าให้ข้อมูลมากขึ้น ย้ำข้อมูลผู้แจ้งเบาะแสเป็นความลับ “รองเต่า-ป.ป.ท.-ดีเอสไอ” จับมือแถลงเปิดหลักฐานเส้นเงินมัดปลัดจังหวัดภูเก็ต แฉเส้นเงินเรียกรับเงินวิ่งเต้นของ 3 อส. เกี่ยวพันกับอีกคดีที่ปลัดภูเก็ตไปรีดทรัพย์เจ้าของโรงแรม 1 ล้านบาทเคลียร์ปัญหาที่ดินกรณีผู้สมัครสอบเข้ารับราชการของหน่วยงานในกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) หลายราย เข้าร้องเรียนถึงข้อสงสัยว่าเกิดการทุจริต มีผู้จ่ายเงินไปแล้วตั้งแต่ 3-9 แสนบาท แต่หลังการประกาศชื่อผู้สอบเข้าได้กว่า 6 พันคน จากผู้เข้าสอบกว่า 4 แสนคนทั่วประเทศ ปรากฏว่าไม่ได้ทั้งคนสอบติดและสอบไม่ติด ตัดสินใจเข้าแจ้งความร้องทุกข์แฉขบวนการโกงสอบครั้งมโหฬารนี้ เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.และตำรวจ ปปป.เปิดปฏิบัติการตรวจค้นบ้านเลขที่ 93/64 หมู่ 9 ต.บางเลน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ที่ตั้งบริษัทสามเมืองเจริญรุ่งเรืองกิจ จำกัด ของนายพิชิต ทั้งพรม อดีต ผอ.กองยุทธศาสตร์และงบประมาณ เทศบาลเมืองวิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์ พบผู้กำลังแก้คะแนนสอบกว่า 10 คน นำตัวมาสอบสวน และตรวจยึดคอมพิวเตอร์ ฮาร์ดดิสก์ พร้อมหลักฐานจำนวนมาก เชื่อว่าเป็นแก๊งใหญ่มีผู้ร่วมขบวนการทั่วประเทศ มูลค่าความเสียหายกว่า 4 พันล้านบาท ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้นความคืบหน้าจาก สน.ทุ่งสองห้อง เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 30 มิ.ย. นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี มอบอำนาจให้นายทิวา การกระสัง ทนายความ เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.ยุทธศิลป์ การินทร์ ผกก.สน.ทุ่งสองห้อง พ.ต.ท.ชัยรัตน์ ธรรมสีหา สว. (สอบสวน) สน.ทุ่งสองห้อง เพื่อร้องทุกข์ดำเนินคดีกับบุคคลในคลิปเสียงที่พูดพาดพิงถึงนายทรงศักดิ์ ทั้งที่ไม่รู้จักกัน ประกอบด้วย น.ส.กานดาภร หรือส้ม มณีปุณยากุล นายพงศกรณ์ หรือกิจ เสาร์ทน และผู้เผยแพร่คือ “บังแจ็ค” รวมทั้งสิ้น 3 คน ข้อหาร่วมกันหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาฯ และร่วมกันนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์“ยืนยันว่าขั้นตอนดังกล่าวเป็นกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างตามระเบียบ ไม่ใช่การซื้อขายตำแหน่งหรือซื้อขายข้อสอบตามที่ถูกกล่าวอ้าง อีกทั้งขณะนั้น แม้จะมีคลิปเสียงแต่ยังไม่มีพยานหลักฐานเกี่ยวกับการเรียกรับหรือรับเงิน จึงไม่สามารถดำเนินคดีได้ และไม่มีผู้ใดคาดคิดว่าจะมีการกระทำลักษณะดังกล่าว ต่อมาหลังเผยแพร่คลิปเสียงผ่านเพจบังแจ็ค มีการเอ่ยชื่อนายทรงศักดิ์อย่างชัดเจน พร้อมกล่าวอ้างว่า มีโควตาผู้สอบจากคนใกล้ชิดจำนวน 1,500 อัตรา ผู้เข้าสอบต้องจ่ายเงินอัตราละ 350,000 บาท ให้หน่วยงานที่จัดสอบและนายทรงศักดิ์ ทำให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียงของรองนายกรัฐมนตรีอย่างร้ายแรง” ทนายทิวากล่าวส่วนคดีทุจริตสอบบรรจุข้าราชการของ ปภ. หลังผู้คุมสอบพบชายสูงอายุเกือบ 60 ปี เข้ามานั่งสอบแทนผู้สมัครสอบตัวจริงที่สนามสอบมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา หลังจากนั้นคุมตัวส่งดำเนินคดีที่ สน.สามเสน ความคืบหน้าเมื่อเวลา 13.00 น. พ.ต.อ.คงศักดิ์ ศรีโหร ผกก.สน.สามเสน เปิดเผยถึงการดำเนินคดีผู้ต้องหาเข้าสอบแทนเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ปี 2569 ที่สนามสอบมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทาว่า ผู้ต้องหาเป็นชายอายุ 57 ปี เข้าสอบแทนผู้สมัครสอบอายุ 28 ปี แจ้งกับเจ้าหน้าที่คุมสอบขณะถูกจับตัวได้ว่า ป่วยเป็นโรคมะเร็งไปให้คีโมรักษามาทำให้หน้าตาเปลี่ยน“แต่เจ้าหน้าที่ควบคุมสอบไม่เชื่อ นำตัวไปตรวจสอบอัตลักษณ์บุคคล ตรวจลายพิมพ์นิ้วมือจากฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร ผลปรากฏว่าไม่ตรงกับข้อมูลผู้สมัครสอบ เจ้าหน้าที่ควบคุมการสอบและเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำสนามสอบนำตัวผู้สวมสิทธิเข้าสอบส่งพนักงานสอบสวน สน.สามเสน ดำเนินคดี 2 ข้อหา 1.แจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงานตามมาตรา 137 แห่งประมวลกฎหมายอาญา 2.ใช้บัตรประจำตัวประชาชนของผู้อื่นตามมาตรา 15 แห่งพระราชบัญญัติบัตรประจำตัวประชาชน 2526 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ในชั้นพนักงานสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ ก่อนใช้เงินสดจำนวนหนึ่งประกันตัวออกไป” ผกก.สน.สามเสนกล่าวที่ห้องแถลงข่าวชั้น 2 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. พร้อมด้วย พ.ต.อ.สุพจน์ พุ่มแหยม รรท.ผกก.5 บก.ปปป. พ.ต.อ.ธนพงษ์ ทัพกล่ำ ผกก.6 บก.ปปป. นายภูมิวิศาล เกษมสุข เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. พ.ต.ท.สิริพงษ์ ศรีตุลา ผู้ช่วยเลขาฯ ป.ป.ท. นายอังศุเกติ์ วิสุทธิ์สัฒนศักดิ์ ผู้อำนวยการกองกิจการอำนวยความยุติธรรม ดีเอสไอ และนายวิรุฟห์ สิทธิวงศ์ รองอธิบดีกรมการปกครอง ร่วมกันแถลงผลการจับกุมนายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ปลัดจังหวัดภูเก็ต ตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 9 หลังถูกกล่าวหาว่าเป็นตัวกลางเรียกรับเงินจาก อส. 3 คน คนละ 300,000 บาท แลกการช่วยเหลือสอบบรรจุเข้ารับราชการท้องถิ่นนายอังศุเกติ์ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ เผยว่า สืบเนื่องจากมีเจ้าของโรงแรมมาร้องเรียนผ่านศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดภูเก็ตว่า ถูกปลัดจังหวัดภูเก็ตเรียกรับเงิน 1 ล้านบาทแลกการช่วยดำเนินการแก้ไขเอกสาร ส.ค.1 ที่เกี่ยวข้องกับสิทธิครอบครองที่ดินแปลงหนึ่งใน จ.ภูเก็ต มีบุคคลที่สามอ้างตัวว่า เป็นเจ้าหน้าที่จังหวัดติดต่อให้เข้าพบอดีตปลัดจังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นกรรมการที่เกี่ยวข้องกับการพิจารณาปัญหาที่ดินของรัฐ หลังเข้าพบผู้ต้องหาอ้างว่าสามารถช่วยเหลือเรื่องดังกล่าวได้ พร้อมเรียกรับเงินสด 1 ล้านบาท ผู้เสียหายแจ้งว่าไม่มีเงินสดขอโอนเงินแทน วันรุ่งขึ้นผู้ต้องหาส่งเลขบัญชีให้โอนเงิน แต่เมื่อโอนเงินไปแล้วกลับไม่มีการดำเนินการตามตกลงพ.ต.อ.สุพจน์ พุ่มแหยมเผยต่อว่า จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินคดีดังกล่าวพบว่าเป็นบัญชีเดียวกับที่ปรากฏในอีกคดี คือคดี อส.ถูกนายรุ่งเรืองเรียกรับเงินช่วยเหลือสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น ทำให้พบความเชื่อมโยงของทั้ง 2 คดี และพบการโอนเงินไปกลับเป็นทอดๆจนกลายเป็นเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงมายังตัวผู้ต้องหา สุดท้ายจึงดำเนินการจับกุมนายรุ่งเรือง และเมื่อเชื่อมโยงทั้ง 2 คดีจึงแจ้งข้อหาเพิ่มเติมในคดีเรียกรับเงินจากเจ้าของโรงแรม ฐานเจ้าพนักงานเรียกรับทรัพย์สินและปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ แม้เส้นทางการเงินจะไม่ได้โยงถึงนายรุ่งเรืองโดยตรง แต่พบว่าเกี่ยวพันกับคนรอบข้างโดยเฉพาะเลขาฯปลัด เนื่องจากตอนที่นายรุ่งเรืองเรียกรับเงินจากเจ้าของโรงแรมให้เจ้าของโรงแรมโอนเงิน 1 ล้านบาทไปที่บัญชี 1 ใน 3 อส.เพื่อคืนเงินที่เรียกรับมาแต่สอบเข้าไม่ได้พ.ต.ท.สิริพงษ์กล่าวต่อว่า คดีดังกล่าวเป็นคนละคดีกับโกงข้อสอบที่ ป.ป.ช.เป็นผู้รับผิดชอบ แม้ว่าจะมี สถ.เกี่ยวข้องกับทั้งสองคดี อย่างไรก็ตามการทำงานจะทำควบคู่กันไปหากพบความเชื่อมโยง จะดำเนินการในภายหลังส่วนกรณีเจ้าหน้าที่ สถ.เข้ามาแจ้งความก่อนหน้านี้ พล.ต.ต.จรูญเกียรติตอบว่า เป็นความรับผิดชอบของกองบังคับการปราบปราม ที่ ป.ป.ช.เป็นผู้มอบหมายให้ดำเนินการตรวจสอบ แต่สำนวนคดีหลักอยู่ที่ ป.ป.ช.ตนไม่สามารถก้าวล่วงได้ที่รัฐสภา นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการตรวจสอบทุจริตสอบท้องถิ่นว่า วันที่ 1 ก.ค.จะครบกำหนดที่กระทรวงมหาดไทยตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง คืบหน้าเยอะแล้ว เห็นถึงพฤติกรรม พฤติการณ์ที่เกิดขึ้น จะบอกได้ว่าเกิดความผิดพลาดขึ้นตรงไหน ถามว่าประมาณการผู้กระทำผิดหรือไม่ว่ามีกี่คน นายวรศิษฎ์กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจและคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กำลังดูรายละเอียด ส่วนมีมากหรือไม่ ขอให้เป็นหน้าที่ของ ป.ป.ช.ดีกว่า เพราะสิ่งที่น่ากลัวคือ ถ้าวันนี้ข้อมูลข้อเท็จจริงยังไม่ชัด และเปิดเผยไปจะเป็นทั้งบวกและลบต่อทุกคนด้วย ขอให้ทีมทำงานเป็นผู้แถลงดีกว่าถามถึงกระแสข่าวนายก อบต.ควนกาหลง จ.สตูล หนีออกนอกประเทศไปแล้ว ผลการสอบสวนเกี่ยวข้องกับทุจริตสอบท้องถิ่นหรือไม่ นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า เท่าที่ทราบตอนนี้ยังตามตัวไม่เจอ ทราบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจพยายามประสานไปแต่ติดต่อไม่ได้ ส่วนนายก อบต.ควนกาหลงเกี่ยวข้องการทุจริตสอบท้องถิ่นหรือไม่ จากข้อมูลมีคนไปแจ้งความดำเนินคดีไว้ว่า เข้ามาพูดคุยกันเรื่องนี้ แต่สุดท้ายไม่เป็นอย่างที่พูดคุยกัน ยืนยันว่าตอนนี้ยังติดต่อเจ้าตัวไม่ได้ส่วนนางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) กล่าวถึงการเปิดอำนวยความสะดวกเสนอเรื่องร้องเรียนและแจ้งเบาะแสกรณีทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการ หรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ที่ศูนย์บริการประชาชน สปน.หลังนายกรัฐมนตรีมีคำสั่งว่ายังเปิดรับเรื่องร้องเรียนอยู่ ขณะนี้มีประชาชนร้องเรียนมาจำนวนไม่มากนัก คาดว่าคงรอวันที่ 1 ก.ค.ที่จะเปิดให้มีการ รายงานตัว ขอให้ผู้ที่ได้รับความเสียหายทยอยแจ้งมา และขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมตัวเลข ขอให้ประชาชนมั่นใจแจ้งข้อมูลและเบาะแสมา จะปิดเป็นความลับต่อมานายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์อีกว่า บ่ายวันที่ 29 มิ.ย. ตนประชุมหารือผ่านระบบออนไลน์กับผู้เข้าสอบแข่งขันเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ที่ได้ผลคะแนนสอบเป็นศูนย์ (0) เพื่อเปิดโอกาสผู้ได้รับผลกระทบสะท้อนข้อเท็จจริง ข้อสงสัย และปัญหาโดยตรง ปัจจุบันมีกลุ่มผู้ได้รับผลกระทบประมาณ 270 คน ส่วนใหญ่เชื่อว่าปัญหาเกิดจากความผิดพลาดการฝนรหัส หรือการอ่านรหัสเครื่องตรวจข้อสอบ เรียกร้องให้ตรวจสอบกระบวนการสอบและประกาศผลอย่างละเอียด เพื่อสร้างความชัดเจนและเชื่อมั่นต่อระบบการสอบที่ประชุมมีวัตถุประสงค์รวบรวมข้อเท็จจริง ปัญหา และข้อเสนอแนะก่อนนำข้อมูลทั้งหมดประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ และให้ความเป็นธรรมแก่ผู้เข้าสอบทุกคนสูงสุด“ส่วนความคืบหน้าการสอบสวนข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการทุจริตสอบท้องถิ่น อยู่ระหว่างการสอบสวนข้อเท็จจริง หากผลการสอบสวนพบว่ามีผู้เกี่ยวข้อง จะดำเนินการอย่างเด็ดขาด หากเป็นเจ้าหน้าที่กระทรวงมหาดไทยจะดำเนินการทั้งทางวินัยและอาญา ยืนยันว่าจะไม่มีการละเว้นหรือให้ความช่วยเหลือผู้กระทำผิดไม่ว่ากรณีใด” รมช.มหาดไทยกล่าวอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่