เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ผมเขียนไว้ในคอลัมน์นี้ว่าในคืนวันพุธที่ 14 มกราคม ของบ้านเรา...อาจจะมีคำตัดสินของศาลสูงสหรัฐฯ ในกรณีการใช้มาตรการภาษีศุลกากรสุดโหดของคุณโดนัลด์ ทรัมป์...ขอให้รอลุ้นกันด้วยที่เขียนมาเช่นนั้นก็เพราะศาลสูงสหรัฐฯ ที่เคยเลื่อนการอ่านคำตัดสินในสัปดาห์ก่อนหน้านั้นออกมาให้ข่าวว่า อาจมีการประกาศผลในสัปดาห์ถัดไป ซึ่งก็คือวันพุธที่แล้วผลปรากฏว่าศาลสูงไม่ได้แถลงอะไรเลยครับ และดูเหมือนจะไม่มีการพิจารณาในวาระนี้แต่อย่างใด...อีกทั้งไม่มีรายงานด้วยว่าศาลสูงจะแถลงผลการพิจารณาเรื่องนี้เมื่อไรแน่ในระหว่างที่เรากำลังรอและลุ้นว่าศาลสูงสหรัฐฯจะตัดสินเรื่องนี้เมื่อไร? ก็มีข่าวร้ายๆจากสหรัฐฯ ที่ส่งผลมาถึงประเทศไทยอีกข่าวหนึ่ง...ได้แก่ ข่าวสหรัฐฯประกาศระงับวีซ่าผู้อพยพถึง 75 ประเทศ รวมทั้งไทยเราด้วยตอนข่าวออกมาใหม่ ค่อนข้างสับสนมาก นึกว่าระงับ “วีซ่า” ทุกชนิดจากประเทศดังกล่าว แต่ล่าสุดก็ชัดเจนแล้วว่าเป็นการระงับเฉพาะวีซ่าสำหรับชาวต่างชาติที่จะเดินทางไปพำนัก และทำงานในสหรัฐฯ “อย่างถาวร” หรือ Immigrant Visa เท่านั้นไม่ครอบคลุมถึงกลุ่มท่องเที่ยว หรือผู้ที่เดินทางไปทำงานแบบชั่วคราว หรือไปเรียนหนังสือที่ยังคงสามารถยื่นขอ และเดินทางได้ตามระเบียบเดิมที่ใช้อยู่สหรัฐฯให้เหตุผลว่าเพื่อมุ่งคัดกรองพลเมืองจากประเทศที่เป็น “กลุ่มเสี่ยง” ว่า พอไปอยู่ถาวรแล้วจะเป็นภาระด้าน “สวัสดิการ” แก่รัฐบาลสหรัฐฯ ซึ่งต้องมาจ่ายให้แก่ผู้อพยพจำนวนมากดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ติดตามโพสต์ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อย่างเกาะติดมาตลอด บอกว่า เรื่องนี้คุณทรัมป์เขาบอกใบ้มาตั้งแต่วันที่ 4 มกราคมแล้ว โดยจู่ๆก็เอาข้อมูลว่าประเทศไหนบ้างที่มีผู้คนเข้ามาทำงานแล้วพึ่ง “ระบบสวัสดิการของสหรัฐฯ” สูงสุด ไล่เรียงลงมา รวมทั้งหมด 75 ประเทศอันดับ 1 เลยกลายเป็น ประเทศภูฏาน ของ กษัตริย์จิกมี ผู้ทรงเป็นที่รักยิ่งของชาวไทยเรานี่เอง ตัวเลขพึ่งพิงสูงถึง 81.4 เปอร์เซ็นต์ อันดับ 2 ได้แก่ สาธารณรัฐอาหรับเยเมน (เหนือ) 75.2 เปอร์เซ็นต์ในอาเซียนเรา เมียนมา พึ่งสูงสุด 59.2 เปอร์เซ็นต์ เป็นอันดับที่ 13 ในตาราง รองลงมาก็คือ กัมพูชา พึ่งพา 49.9 เปอร์เซ็นต์ อันดับที่ 30...สำหรับไทย 36.7 เปอร์เซ็นต์ ในอันดับที่ 46ข้อมูลนี้จะจริงจะเท็จอย่างไร แต่ก็เป็นตัวเลขที่คุณทรัมป์และทางการสหรัฐฯใช้อยู่ในขณะนี้ ทำให้ประเทศไทยพลอยติดร่างแหไปด้วยสรุปของสรุปก็คือคุณทรัมป์ท่านยังคงรักษาฉายา “จอมป่วน” โลกอยู่เหมือนเดิม และนับวันจะป่วนยิ่งขึ้นไปอีก เพราะ 1 สัปดาห์ ที่ผ่านมาท่านยังออกมาเขย่าอีกหลายเรื่องเรื่องแรกมีรายงานว่าวุฒิสภาได้เสนอกฎหมายให้ประธานาธิบดีทรัมป์ มีอำนาจที่จะ “ควํ่าบาตร” รัสเซีย ด้วยการใช้มาตรการด้านภาษีศุลกากร สามารถขึ้นภาษีนำเข้าตั้งแต่ 0-500 เปอร์เซ็นต์ กับประเทศที่ซื้อน้ำมันจากรัสเซียได้โดยตรงกฎหมายนี้กำลังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของ “รัฐสภา” หากผ่านก็เท่ากับเป็นการติดอาวุธทางเศรษฐกิจให้ทรัมป์เล่นงานประเทศซื้อน้ำมันจากรัสเซียได้เลย โดยไม่ต้องให้ศาลสูงตีความล่าสุด ก็มีข่าวว่า ทรัมป์ยังออกมาขู่ประเทศต่างๆที่ขัดขวางการเข้าครอบครองกรีนแลนด์ที่ทรัมป์ถือว่าเป็นความมั่นคงสูงสุดของสหรัฐฯ จะต้องใช้ภาษีตอบโต้กับชาติที่เป็นอุปสรรคขัดขวาง แม้จะเป็นสมาชิกนาโตก็ตามส่งผลให้นักวิเคราะห์มั่นใจว่า โลกคงสงบได้ยากในปีนี้ปีหน้า เพราะนอกจากความเสี่ยงต่อสงครามที่จะเกิดจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์แล้ว...สงครามเศรษฐกิจก็ยังจะเดินหน้าต่อไป เพราะนโยบายคุณทรัมป์ที่มุ่งใช้ภาษีศุลกากรเป็นอาวุธสำคัญทำให้ผมนึกถึงคำพังเพยไทยๆในอดีตที่พูดกันว่า “คนป่ามีปืน” ขึ้นมาทันที คุณทรัมป์คงไม่ใช่ “คนป่า” แต่เป็นคน “น่ากลัว” มากคนหนึ่ง...และกำลังจะได้ “ปืน” จากรัฐสภาให้ท่านไปใช้ใน “สงครามเศรษฐกิจ” ที่กำลังเขย่าโลกขณะนี้ได้อย่างสะดวกมากขึ้นประเทศใหญ่น้อยทั่วโลกคงจะเหนื่อยต่อไปแน่นอนครับ.“ซูม”คลิกอ่านคอลัมน์ “เหะหะพาที” เพิ่มเติม