ศึกเลือกตั้งใหญ่ทุกครั้ง พรรคการเมืองต้องแข่งกันเสนอนโยบายประชานิยมกันสุดลิ่มทิ่ม ประตู นโยบายประชานิยมส่วนใหญ่ก็ไม่แตกต่างกัน คือเน้นแจกเงินอัดฉีดกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น และเพิ่มกำลังซื้อประชาชน“แม่ลูกจันทร์” ไม่แปลกใจที่ “นโยบายคนละครึ่ง” ในยุครัฐบาลลุงตู่ ถูกพรรคการเมืองหยิบฉวยมาใช้หาเสียงกันระเบิดเถิดเทิงโดยเฉพาะ 3 พรรคใหญ่ คือ พรรคภูมิใจไทย พรรคประชาชน และพรรคเพื่อไทย ต่างก๊อบปี้นโยบายคนละครึ่งเวอร์ชันเดิม มาปรุงแต่งเพิ่มเติมให้แตกต่างกันออกไปเริ่มจากพรรคภูมิใจไทยของ “นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล” ประกาศต่อยอด โครงการคนละครึ่งพลัส เพิ่มวงเงินใช้จ่ายจากเดิม 160 บาทต่อคนต่อวัน เป็น 200 บาทต่อคนต่อวันเป็นวงเงินไม่เกิน 2,400 บาทต่อคนส่วนพรรคประชาชนของ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ นำเสนอโครงการคนละครึ่งเติมเงิน 1,000 บาทให้ประชาชน 12 ล้านคน เพื่อจูงใจให้ซื้อสินค้าจากผู้ขายรายย่อยผ่านโครงการหวยใบเสร็จเอสเอ็มอีทุกยอดซื้อสะสมจะได้รับสิทธิ์ลุ้นรางวัล 1,000 ล้านบาทต่อเดือนพรรคเพื่อไทย ของ “นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์” เสนอโครงการ “คนละครึ่ง โปรแม็กซ์” เติมเงินกระตุ้นเศรษฐกิจ เพิ่มกำลังซื้อประชาชน วงเงิน 3,000 บาทต่อคนโดยประชาชนจ่ายเพียง 30 เปอร์เซ็นต์รัฐบาลช่วยจ่ายสมทบอีก 70 เปอร์เซ็นต์“แม่ลูกจันทร์” สรุปว่าหลังเลือกตั้งใหญ่วันที่ 8 กุมภาพันธ์ ไม่ว่าพรรคใดใน 3 พรรคนี้ได้เป็นแกนนำรัฐบาลรับประกันซ่อมฟรี “โครงการคนละครึ่ง” จะถูกนำมาฉายซ้ำอย่างแน่นอน!!ถ้าไม่ “คนละครึ่งพลัส” ของพรรคภูมิใจไทยก็ต้องเป็น “คนละครึ่งพ่วงหวยใบเสร็จ” ของพรรคประชาชนหรือ “คนละครึ่งโปรแม็กซ์” ของพรรคเพื่อไทยถามว่าเหตุใด “โครงการคนละครึ่ง” ยุคลุงตู่ จึงกลายเป็นนโยบายฮอตฮิตที่ 3 พรรคการเมืองใหญ่เอามาหาเสียงกันอึกทึกครึกโครม?!ตอบว่า เพราะโครงการคนละครึ่ง เกิดผลกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น สามารถลดรายจ่ายประชาชนเห็นผลทันตาข้อสำคัญ โครงการคนละครึ่ง “ฝ่ายผู้ซื้อ” และ “ฝ่ายผู้ขาย” ต่างได้ประโยชน์ร่วมกัน“แม่ลูกจันทร์” ขอยกความดีความชอบให้ผู้เป็นต้นคิดโครงการคนละครึ่ง ซึ่งแจ้งเกิดในยุครัฐบาลลุงตู่ ตั้งแต่ปี 2563 จนถึงปี 2565โครงการคนละครึ่งยุคลุงตู่ ทั้ง 5 เฟส ใช้งบอัดฉีดไปกว่าสองแสนล้านบาท มีประชาชนได้รับสิทธิ์กว่า 26 ล้านคนผู้ที่เป็นหมอตำแยทำคลอดโครงการคนละครึ่งคือ “นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์” รองนายกฯ หัวหน้าทีมเศรษฐกิจรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชามีผู้ช่วยหมอตำแยอีก 2 คน คือ นายปิติ ตัณฑเกษม ซีอีโอแบงก์ทหารไทยและนายสมคิด จิรานันต รัตน์ ซีอีโอแบงก์กรุงไทยเป้าหมายโครงการคนละครึ่ง เพื่อช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายประชาชนในช่วงวิกฤติโควิดระบาด ทำให้เศรษฐกิจไทยเป็นอัมพาตเฉียบพลัน“แม่ลูกจันทร์” ย้ำว่านโยบายกระตุ้น เศรษฐกิจระยะสั้นสามารถทำได้หลายแนวทางแต่เกาถูกที่คันที่สุด ต้องเป็น “โครงการคนละครึ่ง” นี่แหละโยม.“แม่ลูกจันทร์”คลิกอ่านคอลัมน์ “สำนักข่าวหัวเขียว” เพิ่มเติม