“นายกฯ อิ๊งค์” เก็บตัวเงียบยกเลิกเข้ากระทรวง วธ. เตรียมข้อมูลควงทนายไปศาลรัฐธรรมนูญขึ้นไต่สวนสู้คดีคลิปเสียงถก “ฮุน เซน” “วิสุทธิ์” ยัน สส.ลูกพรรคอยู่โยงทำงานในสภาฯ แทนการให้กำลังใจนายกฯ ย้ำพรรคไม่กังวลใจ เชื่อมั่นผู้นำบริสุทธิ์ใจหวังดีต่อบ้านเมือง “โรม” จวกนายกฯไร้สปิริต ไม่รู้จักความรับผิดชอบผลเสียหายจากคลิปอังเคิล ศาลอาญาเลื่อนอ่านคำพิพากษาม็อบ นปช.ปิดทำเนียบฯไล่ “รัฐบาลอภิสิทธิ์” ไป 7 ต.ค. เบี้ยวนัดสั่งเพิกถอนประกันตัวนับถอยหลังเข้าสู่โค้งสุดท้ายกรณีศาลรัฐธรรมนูญนัดวินิจฉัยคดีคลิปเสียงสนทนาของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กับสมเด็จฮุนเซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ในวันที่ 29 ส.ค. ขณะที่ น.ส.แพทองธารจะเดินทางไปชี้แจงกระบวนการไต่สวนด้วยตัวเอง ตามที่ศาลนัดไต่สวนพยานบุคคลในวันที่ 21 ส.ค.“อิ๊งค์” เก็บตัวเตรียมข้อมูลขึ้นไต่สวนเมื่อวันที่ 20 ส.ค.ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหว น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ รมว.วัฒนธรรม ก่อนถึงวันที่ศาลรัฐธรรมนูญนัดไต่สวนพยานบุคคลในวันที่ 21 ส.ค. ตลอดสัปดาห์นี้ น.ส.แพทองธารเก็บตัวเงียบลาประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) 2 สัปดาห์ติดต่อกัน และไม่ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน หลังจากให้สัมภาษณ์สื่ออย่างเป็นทางการครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 26 ก.ค.ที่กระทรวงวัฒนธรรม วันเดียวกัน น.ส.แพทองธารปฏิบัติภารกิจส่วนตัวช่วงเช้า และมีรายงานว่าช่วงบ่ายจะเดินทางเข้าทำงานที่กระทรวงวัฒนธรรม แต่สุดท้ายได้ยกเลิกภารกิจ ไม่เข้ากระทรวงวัฒนธรรม ขณะที่วันที่ 21 ส.ค.ตรงกับวันคล้ายวันเกิดอายุครบ 39 ปี น.ส.แพทองธารจะเดินทางไปศาลรัฐธรรมนูญในเวลา 10.00 น. พร้อมทีมทนายความส่วนตัว เพื่อเข้าสู่กระบวนการสืบสวน และไต่สวนคำร้องคลิปเสียงสนทนากับสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ตามที่ศาลนัดไต่สวนพยานบุคคล 2 ปากคือ น.ส.แพทองธารและนายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.)“ภูมิธรรม” ยังไม่คุยใครจะไปด้วยเมื่อเวลา 14.15 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯและ รมว.มหาดไทย รักษาราชการแทนนายกฯ ให้สัมภาษณ์ว่า ยังไม่ทราบเลย ยังไม่ได้คุยกันเลยว่าใครจะเดินทางไปศาลกับนายกฯบ้าง เมื่อถามถึงกรณีวันที่ 19 ส.ค.นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เดินทางไปที่พรรคเพื่อไทย (พท.) ที่มีการประชุม สส.ของพรรคประจำสัปดาห์ นายภูมิธรรมกล่าวว่า เมื่อวันที่ 19 ส.ค. ตนทำงานอยู่ที่ทำเนียบทั้งวัน เมื่อถามว่าขณะนี้ยังมีความกังวลอะไรหรือไม่ในเรื่องการเมืองที่กำลังจะเริ่มร้อนแรง นายภูมิธรรมกล่าวว่า ก็ยังไม่รู้สึกว่าจะร้อน“วิสุทธิ์” ชี้ สส.ทำงานแทนกำลังใจนายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ประธาน สส. พรรค พท.ให้สัมภาษณ์กรณี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯจะไปไต่สวนคดีคลิปเสียงสนทนากับสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ว่า ต้องว่าไปตามกระบวนการ น.ส.แพทองธารมีทีมกฎหมายอยู่แล้ว เชื่อว่าชี้แจงได้ พรรคไม่ได้กังวลใจ เมื่อถามว่าจะมี สส.เดินทางไปให้กำลังใจนายกฯที่ศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ นายวิสุทธิ์ตอบว่า ไม่มี เพราะ สส.ต้องทำหน้าที่เป็นองค์ประชุมในสภาฯ ส่วนทีมงานนายกฯจะมีใครไปบ้างไม่ทราบ แต่เชื่อว่ามีทีมกฎหมายไปให้ข้อมูลอยู่แล้ว ที่ผ่านมาเราเจอนายกฯที่สภาฯ ได้ให้กำลังใจกันอยู่แล้วเชื่อว่าไม่มีปัญหา และในที่ประชุมพรรคเมื่อวันที่ 19 ส.ค. มีคนถามว่าต้องไปหรือไม่ ได้บอกไปว่าไม่ให้ไปเพราะ สส.ต้องทำหน้าที่อยู่ในสภาฯเพราะการทำงานในสภาฯเท่ากับการเป็นกำลังใจให้นายกฯอยู่แล้ว เมื่อถามถึงกรณีมีการปล่อยข่าวจะมีเลือกนายกฯคนต่อไป นายวิสุทธิ์กล่าวว่า เราไม่ได้คิดถึงประเด็นนี้เราเชื่อมั่นความบริสุทธิ์ใจของนายกฯที่หวังดีกับบ้านเมือง ไม่มีเจตนาร้ายและเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม“โรม” สวด “นายกฯอิ๊งค์” ไร้สปิริตเมื่อเวลา 09.30 น. ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม รองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) กล่าวถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญนัดไต่สวนคดีคลิปเสียง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯและ รมว.วัฒนธรรม สนทนากับสมเด็จฮุน เซน วันที่ 21 ส.ค.ว่า ไม่เห็นด้วยกับการที่จะใช้นิติสงครามใดๆ แต่ต้องยอมรับว่านายกฯไม่ได้แสดงความรับผิดชอบทางการเมืองที่ได้สัดส่วนกับความเสียหายที่เกิดขึ้นจากคลิปเสียง เราต้องการนักการเมืองที่กล้าหาญมากกว่านี้ ปัญหาหลายอย่างแก้ไม่ตก ท่านไม่รู้จักคำว่าความรับผิดรับชอบ บ้านเมืองเรายุ่งเหยิง เกิดปัญหาเสถียรภาพแบบนี้ อยากเห็นนายกฯแสดงสปิริตแต่คงช้าไป เพราะที่ผ่านมาพิสูจน์แล้วว่าท่านไม่ได้มีสปิริตอะไรเลย“เท้ง” ไม่หวั่นทุนพลังงานยักษ์ฟ้อง 300 ล.เมื่อเวลา 09.30 น. ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค ปชน.พร้อมนายวรภพ วิริยะโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. และนายศุภโชติ ไชยสัจ สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. ร่วมกันแถลงข่าวการเดินหน้าปกป้องผลประโยชน์ประชาชนจากทุนพลังงานผูกขาดว่า สิ่งที่น่าเป็นห่วงที่เกิดขึ้นวันนี้คือการทำหน้าที่ สส.ที่กำลังถูกบริษัทพลังงานยักษ์ใหญ่ฟ้องร้องดำเนินคดีข้อหาหมิ่นประมาท เรียกค่าเสียหายทางแพ่ง 100 ล้านบาท จากกรณีที่ได้แถลงข่าวไปก่อนหน้านี้ ส่วนนายวรภพและนายศุภโชติก็ถูกฟ้องร้องลักษณะเดียวกัน เรียกค่าเสียหายทางแพ่งอีกคนละ 100 ล้านบาท การฟ้องร้องดำเนินคดีพวกเราครั้งนี้ไม่ว่าจะมาจากกลุ่มทุนไหน กลุ่มทุนพลังงานหรือกลุ่มคนใดจะไม่ทำให้พวกเราหวั่นไหว หรือหยุดการทำหน้าที่ในฐานะผู้แทนฯตรงนี้ต่อไป ในการไต่สวนมูลฟ้องศาล วันที่ 25 ส.ค.ที่ศาลอาญารัชดา จะเดินทางเข้าสู่กระบวนการด้วยตนเอง ขอเชิญชวนให้ทุกคนร่วมกันติดตามการทำหน้าที่ของพวกเราในการทวงคืนค่าไฟที่เป็นธรรมต่อไป“กรวีร์” หวด มท.1 ล้างบางย้ายผู้ว่าฯที่รัฐสภา นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงมติ ครม.แต่งตั้งโยกย้าย ผวจ.25 จังหวัดว่า ไม่ได้เร่งทำก่อนเลือกตั้ง แต่เร่งทำก่อนวันที่ 29 ส.ค.มากกว่า นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาราชการแทนนายกฯและ รมว.มหาดไทย ต้องตอบคำถามสังคมให้ได้ว่าย้ายเพื่อให้การทำงานนโยบายรัฐบาลมีประสิทธิภาพมากขึ้นหรือไม่ หรือเป็นเกมล้างบางทางการเมือง อดสงสัยไม่ได้ว่าจังหวัดที่ถูกย้ายไปเป็นผู้ตรวจราชการ เป็นจังหวัดพื้นที่ของบางพรรค รมว.มหาดไทยระบุว่านโยบายปราบยาเสพติดขึงขังจริงจัง ใครไม่ทำตามต้องโยกย้าย แต่เขายังไม่ได้ทำงานเลย แล้วมีเหตุผลอะไรไปขยับหรือโยกย้ายข้าราชการระดับสูงของกระทรวง ถ้าใช้อำนาจเพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้ประชาชนจะเป็นประโยชน์ แต่ถ้าทำเพื่อแก้แค้นหรือการกลั่นแกล้งทางการเมือง ตำแหน่งอยู่กับเราไม่นาน เดี๋ยวการเมืองก็เปลี่ยน อำนาจอยู่กับเราไม่นาน ควรใช้อำนาจดูแลประชาชนให้เกิดประโยชน์จะดีกว่าสส.จวกห้องอาหารใหม่สภาฯแพงลิ่วเมื่อเวลา 09.30 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาฯ ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม ก่อนเข้าสู่วาระการประชุมได้ให้ สส.หารือปัญหาความเดือดร้อนประชาชน สส.หลายคนหารือปัญหาราคาอาหารในห้องอาหารใหม่ของสภาฯราคาแพง สร้างความเดือดร้อนแก่ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ อาทิ นายธีระชัย แสนแก้ว สส.อุดรธานี พรรค พท. หารือว่ามีข้าราชการ เจ้าหน้าที่ แม่บ้านบ่นว่า ราคาอาหารในห้องอาหารใหม่ในสภาฯราคาแพง ไม่สามารถซื้อได้ ฝากประธานสภาฯพิจารณาลดราคาอาหารลงมา ไม่ทราบบริษัทใดประมูลเข้ามา หรือสภาฯเก็บค่าเช่าแพง ขณะที่นายร่มธรรม ขำนุรักษ์ สส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) หารือว่าในฐานะเป็นคณะกรรมการสโมสรรัฐสภาได้รับร้องเรียนเรื่องโรงอาหารใหม่ที่ชั้นบี 2 ราคาอาหารแพง กระทบต่อข้าราชการสภาฯและประชาชน จะดำเนินการเรื่องนี้อย่างไรบ้าง โดยนายวันมูหะมัดนอร์ชี้แจงว่า รับทราบปัญหาแล้ว ได้เรียกร้านค้ามาหารือ สั่งให้ลดราคาลงบางส่วนแล้วพ่อค้า–แม่ค้าร้องถูกบังคับเลิกสัญญาต่อมาเวลา 10.00 น. กลุ่มผู้ประกอบการร้านค้าสวัสดิการเดิมในสภาฯ นำโดยนายศุภโชค เวชราภรณ์ ยื่นหนังสือถึงนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาฯ ผ่านนายศุภปกรณ์ กิตยาธิคุณ สส.พิษณุโลก พรรค ปชน. รองประธาน กมธ.กิจการสภาฯ ขอความเป็นธรรม ถูกคณะกรรมการสวัสดิการสภาฯยกเลิกสัญญาค้าขายของร้านค้าในสภาฯ โดยนายศุภโชคกล่าวว่า ทำสัญญาเช่าพื้นที่ปีต่อปี แต่หลังมีคณะกรรมการชุดใหม่พยายามทวงถามต่อสัญญาเช่าร้านปี 68 แต่กลับบ่ายเบี่ยง บอกจะปรับปรุงพื้นที่ชั้นบี 2 เพราะชั้น 1 จุดค้าขายของร้านค้า สำนักงานเลขาธิการสภาฯจะเรียกคืนพื้นที่และคัดเลือกร้านค้าใหม่ คิดว่าจะได้สิทธิรับเลือกไปขายที่ชั้นบี 2 ด้วย แต่วันที่ 8 ก.ค. เจ้าหน้าที่กลุ่มงานสวัสดิการให้พวกตนเซ็นรับเอกสารแกมบังคับ เป็นหนังสือขับไล่ภายในวันที่ 15 ส.ค. จู่ๆก็ตกงานสภาฯร่อแร่ถก ก.ม.ตั๋วร่วม สส.โหรงเหรงต่อมาเวลา 16.00 น. เข้าสู่การพิจารณาร่าง พ.ร.บ.การบริหารจัดการตั๋วร่วม สาระสำคัญให้มีระบบตั๋วร่วมคิดค่าโดยสาร ค่าธรรมเนียม ค่าบริการกรณีมีการใช้บริการระบบขนส่งมวลชนสาธารณะเชื่อมต่อต่างรูปแบบกัน หรือระหว่างผู้ให้บริการขนส่งสาธารณะต่างราย ให้คำนวณอัตราค่าโดยสารจากต้นทางไปปลายทางตามอัตราที่รัฐมนตรีกำหนด สมาชิกอภิปรายอย่างกว้างขวาง เมื่ออภิปรายมาถึงมาตรา 35 ช่วงที่นายไชยา พรหมา รองประธานสภาฯทำหน้าที่ประธานการประชุมกำลังจะให้สมาชิกแสดงตนเพื่อลงมติมาตรา 35 ปรากฏว่ามีสมาชิกอยู่ในห้องประชุมบางตา จนประธานต้องกดออดเรียกหลายครั้งเล่นมุกเดิมชิงปิดหนีสภาฯล่มครั้งที่ 4ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทำให้นายชุติพงศ์ พิภพภิญโญ สส.ระยอง พรรค ปชน. หารือว่า สส.ฝ่ายค้านเป็นองค์ประชุมร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้มาตลอด กฎหมายฉบับนี้เป็นเรือธงของรัฐบาล จึงไม่อยากเห็นสภาฯเดินแบบติดๆขัดๆ สส.มาทำงานแบบมีปัญหาองค์ประชุม หากรัฐบาลยืนยันจะพิจารณากฎหมายฉบับนี้ให้จบในวันนี้ เราพร้อมเป็นองค์ประชุมให้ แต่ต้องถามฝ่ายรัฐบาลพร้อมจะเป็นองค์ประชุมหรือไม่ เพราะเห็นประธานกดออดอยู่หลายครั้งแล้ว ไม่แน่ใจว่าองค์ประชุมอยู่ครบหรือไม่ โดยนายไชยาขอร้องนายชุติพงศ์ให้รอสมาชิกเล็กน้อย เพราะหลายคนรับประทานอาหารอยู่กำลังมา ก่อนที่จะกล่าวตัดบทว่าวันนี้ประชุมมานานแล้ว ขอสั่งปิดประชุมเวลา 18.50 น. ถือว่าชิงปิดประชุมหนีสภาฯล่มเป็นครั้งที่ 4“วันนอร์” ปรับภูมิทัศน์อาคารรัฐสภาเมื่อเวลา 15.30 น.ที่รัฐสภา นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาฯ ลงพื้นที่เดินสำรวจการปรับปรุงภูมิทัศน์ลานสนามหญ้า หน้าอาคารรัฐสภา ฝั่งถนนทหาร เพื่อรองรับการอัญเชิญพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 7) มาประดิษฐาน โดยนายวันมูหะมัดนอร์กล่าวว่า จะปรับปรุงพื้นที่ให้สวยงาม เตรียมความพร้อมนำพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 7) มาประดิษฐานยังที่ประทับในวันที่ 23 ส.ค.จะเริ่มนำพระบรมราชานุสาวรีย์ฯ แยกส่วนมาตั้งรอไว้ก่อนเพื่อรอการประกอบ ส่วนการ ดำเนินงานปรับปรุงอื่นๆ เช่น ศูนย์สารสนเทศ พิพิธภัณฑ์รัฐสภาบางส่วน ห้องประชุมที่รองรับ 1,500 ที่นั่ง รวมถึงห้องประชุมสัมมนาจำนวน 6 ห้อง เป็นไปตามแผนจะดำเนินการให้สมบูรณ์ขึ้น เราพยายามใช้พื้นที่รัฐสภาที่สร้างไว้ ยังไม่ได้ใช้ประโยชน์มาต่อเติมให้ครบถ้วน เพื่อใช้ประโยชน์ ทั้งสมาชิกรัฐสภา และประชาชนข้างนอกที่เข้ามาเยี่ยมดูงานเลื่อนอ่านคำพิพากษาคดีม็อบ นปช.เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ห้องพิจารณา 909 ศาลอาญา ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ก่อความไม่สงบ หมายเลขดำ อ.968/2561 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 10 เป็นโจทก์ฟ้องนายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ อดีตประธาน นปช. นายจตุพร พรหมพันธุ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นพ.เหวง โตจิราการ นายสิระ พิมพ์กลาง แกนนำคนเสื้อแดง จ.สกลนคร นายณรงศักดิ์ มณี นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท นายพิพัฒน์ชัย ไพบูลย์ นายพายัพ ปั้นเกตุ นายพงศ์พิเชษฐ์ สุขจินดาทอง นายอดิศร เพียงเกษ นายพีระ พริ้งกลาง (เสียชีวิต) และนายเมธี อมรวุฒิกุล เป็นจำเลยที่ 1-13 ความผิดฐานร่วมกันมั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปสร้างความกระด้างกระเดื่องก่อความวุ่นวายในบ้านเมือง ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ พ.ศ.2548 ระหว่างวันที่ 31 ม.ค.-9 เม.ย.52 ชุมนุมขับไล่รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ปิดทางเข้าออกทำเนียบฯ ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของ ครม.รัฐบาลนายอภิสิทธิ์7 ต.ค.ไม่มาเพิกถอนประกันตัวเมื่อถึงเวลานัดศาลออกนั่งบัลลังก์ แต่นายประกันนายอดิศร เพียงเกษ สส.บัญชีรายชื่อ พรรค พท. แจ้งศาลว่านายอดิศรต้องเข้าร่วมประชุมสภาฯจึงขอเลื่อนฟังคำพิพากษาออกไปก่อน 1 นัด ขณะที่นายพงศ์พิเชษฐ์ จำเลยที่ 10 รับทราบนัดแล้ว แต่ไม่มาศาลโดยไม่แจ้งเหตุขัดข้อง ศาลเห็นว่ามีพฤติการณ์จะหลบหนีให้ออกหมายจับ ปรับนายประกัน จากนั้นศาลมีคำสั่งให้เลื่อนไปฟังคำพิพากษาวันที่ 7 ต.ค. 68 เวลา 09.00 น. กำชับให้มาศาลตามนัด หากไม่มาศาลจะพิจารณาเพิกถอนประกันตัวต่อไป“เต้น” ให้กำลังใจ 2 พ่อลูกสู้คดีร้อนนายณัฐวุฒิกล่าวว่า ได้ทักทายนายจตุพรตามปกติ เพราะได้ร่วมต่อสู้ทางการเมืองมาด้วยกัน แต่เวลาเปลี่ยนไปอาจมีความเห็นและทิศทางทางการเมืองแตกต่างกันบ้าง จะเอาอุดมการณ์ทางการเมืองปัจจุบันไปทำลายความเป็นมิตรที่เคยต่อสู้ร่วมกันมาไม่ได้ ส่วนวันที่ 22 ส.ค.ขอให้กำลังใจนายทักษิณ การแจ้งข้อหามาตรา 112 ต่อนายทักษิณ ดูจากสถานการณ์ในเวลานั้น เป็นกระบวนการทางการเมืองที่มุ่งใช้กฎหมายมาตรานี้เล่นงานฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง ส่วนประเด็นของ น.ส.แพทองธาร ขอให้กำลังใจนายกฯที่จะไปชี้แจงด้วยตนเอง เชื่อมั่นถึงเจตนาและวิธีการที่เกิดขึ้นในคลิปเสียงที่ตั้งใจจะรักษาสันติภาพ ไม่ให้บานปลาย แต่ทุกอย่างล้มลงเพราะมีการแอบอัดเสียงและปล่อยออกมา เพื่อทำลายเสถียรภาพทางการเมืองไทย คนที่ขาดจริยธรรมร้ายแรงน่าจะเป็นผู้ที่ปล่อยคลิปเสียง“ตู่” ชี้ความมั่นใจกับของจริงคนละเรื่องนายจตุพร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีคนใกล้ชิดของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ แสดงความมั่นใจว่านายทักษิณจะถูกยกฟ้องคดีมาตรา 112 วันที่ 22 ส.ค.ว่า ความมั่นใจกับข้อเท็จจริงเป็นคนละเรื่องกัน เป็นธรรมดาของคนเป็นจำเลยย่อมมีความเชื่อมั่นในตัวเอง แต่ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาล“พงศ์กวิน” ปัด “ณัฐพล” นั่งปลัดแรงงานที่ทรู ดิจิทัลพาร์ค สุขุมวิท 101 นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.แรงงานกล่าวถึง การแต่งตั้งปลัดกระทรวงแรงงานคนใหม่แทนนายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน ที่ถูกโยกไปเป็นผู้ตรวจราชการพิเศษ ประจำสำนักนายกฯว่า ยังไม่ได้เริ่มดำเนินการอะไร ที่มีข่าวจะโยกข้ามห้วยนายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) มาเป็นปลัดแรงงานยังงงว่าไปเอาข่าวกันมาจากไหน และไม่ได้รู้จักท่าน ขณะนี้ยังไม่ทราบเลยว่าปลัดคนใหม่จะเป็นท่านใด ต้องรอดูคนที่มีคุณสมบัติ จะดูที่ความสามารถเป็นหลักและต้องหาจากคนใกล้ตัวก่อน ต้องใช้เวลาระยะหนึ่ง ส่วนการแต่งตั้งอธิบดี 2 กรมที่เกษียณราชการเสนอ ครม.แต่งตั้งได้เลย ไม่ต้องรอให้ตั้งปลัดกระทรวงแรงงานคนใหม่อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่