ใครๆก็มองว่า “ความเครียด” คือตัวการร้ายที่บ่อนทำลายสุขภาพ แต่เอาเข้าจริงๆแล้วไม่ใช่ความเครียดทุกรูปแบบจะเป็นสิ่งไม่ดี เพราะเราสามารถใช้ความเครียดดูแลสุขภาพ ไม่ให้แก่ไม่ให้ป่วยง่าย แถมช่วยยืดอายุขัยให้ยืนยาวอย่างมีสุขภาพดี“เจฟฟ์ คราสโน” หยิบประสบการณ์จริงมาเขียนในหนังสือ “Good Stress” The Health Benefits of Doing Hard Things เพื่อเปลี่ยนมุมมองเรื่อง “ความเครียด” จากที่คิดว่าเป็นศัตรู ให้มองใหม่ในฐานะเครื่องมือในการพัฒนาและดูแลสุขภาพให้แข็งแรงขึ้นถามว่าเราจะใช้ “ความเครียด” ดูแลสุขภาพได้อย่างไร แล้วทำไมต้องเป็น “ความเครียด” ที่คนส่วนใหญ่มีภาพจำว่าเป็นศัตรูทำร้ายสุขภาพ คำตอบคือผู้คนกำลังเข้าใจความเครียดแบบผิดๆ ความเครียดไม่จำเป็นต้องเท่ากับพลังลบเสมอไป เพราะความเครียดในระดับที่เหมาะสมนั้นสามารถส่งผลดีต่อสุขภาพกายและใจได้ ความเครียดไม่ได้เป็นสิ่งที่ต้องหลีกเลี่ยงเสมอไป แต่ความเครียดระยะสั้นที่สามารถจัดการได้อาจช่วยกระตุ้นให้ร่างกายและจิตใจแข็งแรงขึ้นย้อนกลับไปหาจุดเริ่มต้นว่าทำไมเราถึงป่วยโรคร้ายยอดฮิต เช่น มะเร็ง, โรคหัวใจ, โรคเบา หวาน และภาวะสมองเสื่อม ล้วนเกิดจากการที่จีโนมมนุษย์ยุคหินของเราพยายามดิ้นรนปรับตัวให้เข้ากับวิถีชีวิตสมัยใหม่ เราเลิกเข้าป่าล่าสัตว์ แต่หันมาพึ่งพาเทคโนโลยีและสิ่งอำนวยความสะดวกสารพัด รอบตัวเรามีแต่อุปกรณ์ดิจิทัลและอาหารแปรรูปสูง เราแทบไม่ต้องขยับตัวทำอะไร ใช้ชีวิตอยู่แต่ในอาคารติดแอร์เย็นฉ่ำ จนเกิดพฤติกรรมเนือยนิ่ง มีภาวะโดดเดี่ยวทางสังคมเพิ่มขึ้น และได้รับแสงสีฟ้าตลอดเวลาจากหน้าจอที่มีอยู่ทั่วทุกที่ ซึ่งไปรบกวน “ฮอร์โมนคอร์ติซอล” ที่ร่างกายผลิตขึ้นจากต่อมหมวกไต เพื่อควบคุมการตอบสนองต่อความเครียด, ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด, ควบคุมความดันโลหิต และการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน พูดง่ายๆก็คือสุขภาพจะพัง เพราะวัฒนธรรมเสพติดความสะดวกสบายนี่เองในขณะที่ความเครียดสะสมเรื้อรังเป็นอันตราย แต่ความเครียดระยะสั้นที่สามารถจัดการได้นั้นมีประโยชน์ จึงถูกเรียกขานว่า “ความเครียดเชิงบวก” คือการสร้าง “ความไม่สะดวกสบาย” เพื่อกระตุ้นให้กลไกในร่างกายทำงานได้อย่างปกติสมดุล มนุษย์เราไม่ได้ถูกออกแบบมาให้ใช้ชีวิตสะดวกสบายอยู่แต่ในห้องแอร์ ตอนนี้เราจึงรับผลกรรมนั้น การใช้แนวทาง “ความเครียดเชิงบวก” เป็นวิธีคืนสมดุลให้ร่างกายที่ถูกทำลายจากการพึ่งพาเทคโนโลยีและสิ่งอำนวยความสะดวกมากเกินไปหลักการสำคัญของการสร้าง “ความเครียดเชิงบวก” คือการนำปัจจัยกระตุ้นความเครียดแบบมนุษย์ยุคหินมาใช้ ทำยังไงก็ได้ให้เราใช้ชีวิตสะดวกสบายน้อยที่สุดแผนบำบัดรักษาโดยอาศัยแนวทางความเครียดเฉียบพลันระยะสั้นแบบจงใจ ให้เริ่มจากความท้าทายที่ควบคุมได้ เช่น การอดอาหารเป็นช่วง (time-restricted eating), การบำบัดด้วยความร้อน (sauna), การบำบัดด้วยความเย็น (cold plunging), การบำบัดด้วยแสง (light therapy), การกินพืชที่มีความเครียด และการสร้างภูมิคุ้มกันทางใจ (psychological immune system)ทั้งหมดนี้ผู้เขียนทดลองมาแล้วกับตัวเอง จนหายป่วยจากโรคเบาหวาน และลดน้ำหนักได้ 60 ปอนด์ โดยผสานเข้ากับงานวิจัยด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์และความเป็นอยู่แบบองค์รวม สร้างแนวทางใหม่ของการดูแลสุขภาพให้มีอายุยืนยาวอย่างมีคุณภาพ ด้วยการเป็นเพื่อนกับความเครียดเชิงบวกที่ควบคุมได้.มิสแซฟไฟร์คลิกอ่านคอลัมน์ “คนดังอะราวนด์เดอะเวิลด์” เพิ่มเติม