ใครว่า...อำนาจรัฐซ้อน ต่างคนต่างก็มีรูปแบบการต่อสู้ทางคดีที่ต่างกันคงเนื่องมาจากแต่ละคดีนั้นมีความต่างกันในตัวของมันเองอีกทั้งต่างก็มีแบบฉบับที่ไม่เหมือนกัน“ทักษิณ ชินวัตร” ได้ยื่นขอความเป็นธรรมต่ออัยการอีกครั้งในคดีที่ถูกฟ้องข้อหา ม.112 ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ร้องมาครั้งหนึ่งแล้วผลจะออกมาอย่างไรนั้นเรื่องหนึ่ง แต่อย่างน้อยก็ชะลอให้การดำเนินคดีล่าช้าออกไปจะได้มีเวลาเตรียมการต่อสู้ได้อย่างเต็มที่ดีไม่ดีการร้องขอความเป็นธรรมอาจจะได้ผลก็ได้“ก้าวไกล” อีกพรรคหนึ่งที่ศาลรัฐธรรมนูญกำลังพิจารณาคดี “ยุบพรรค” หลังจากยื่นคำชี้แจงไปแล้วก่อนหน้านี้แม้ศาลรัฐธรรมนูญได้ออกคำเตือนให้ระมัดระวังการให้สัมภาษณ์ในลักษณะชี้นำ อันจะทำให้สังคมเชื่อไปอย่างนั้นประเด็นก็คืออย่าหมิ่นศาล มิฉะนั้นจะมีความผิดแต่ “ก้าวไกล” ไม่สนใจข้อนี้ ได้ประกาศแนวทางการต่อสู้คดีเต็มพิกัด โดยยก 9 ข้อต่อสู้ ยืนยันว่าไม่มีเจตนา “ล้มล้าง” การปกครองแต่อย่างใดใน 9 ข้อนั้นได้ระบุเหตุผลต่างๆและยังโยงไปถึง กกต.ด้วยว่ายื่นคำร้องมิชอบเพื่อจะบอกว่าทุกอย่างที่ดำเนินการไปนั้นไม่เข้าองค์ประกอบที่จะ “ยุบพรรค” แต่อย่างใด และยังโยงไปถึง 44 สส. ที่เซ็นชื่อเพื่อให้มีการแก้ไข ม.112 ซึ่งเรื่องกำลังอยู่ในการพิจารณาของ ป.ป.ช. ถ้าเห็นว่ามีมูลก็จะยื่นให้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่หากผิดจริงก็จะทำให้ 44 สส. ถูกตัดสิทธิทางการเมืองตลอดชีวิตได้เพราะละเมิดจริยธรรมอย่างร้ายแรงประเด็นนี้น่ากลัวยิ่งกว่ายุบพรรคเสียอีกเพราะ 44 สส.นั้นแต่ละคนล้วนเป็นแกนนำสำคัญของพรรคที่จะสืบทอดอำนาจต่อไปในอนาคตถ้ามีความผิดจริง “ก้าวไกล” คงจะเกิดปัญหาแน่!อีกคนที่ตกอยู่ในวังวนไม่ต่างกันคือ “เศรษฐา ทวีสิน” นายกรัฐมนตรี ที่ถูกยื่นถอดถอนเพราะไปแต่งตั้งรัฐมนตรีที่ขาดคุณสมบัติล่าสุดได้ยื่นคำชี้แจงให้ศาลรัฐธรรมนูญเรียบร้อยไปแล้วรายนี้ไม่ยอมเปิดเผยรายละเอียดถึงแนวทางการต่อสู้นอกจากยื่นคำชี้แจงเท่านั้นแต่ยอมรับว่า “มีความกังวล” อยู่นั่นแสดงว่า “เศรษฐา” กลัวว่าจะถูกถอดถอนจากตำแหน่งอย่างชัดเจน แม้ว่าคำชี้แจงดังกล่าวจะได้รับคำชี้แนะและกลั่นกรองจาก “วิษณุ เครืองาม” ปรมาจารย์ด้านกฎหมายแล้วก็ตามก็แน่ละ...ในฐานะผู้นำประเทศกำลังสนุกบนเก้าอี้ตัวนี้อย่างมากเพราะการได้ขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรีนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายแต่เมื่อได้เป็นแล้วจู่ๆจะต้องพ้นไปแบบนี้มันคงเจ็บปวดไม่น้อยแม้ว่าจะเจอปัญหาจากผู้มากบารมีเหนือนายกรัฐมนตรีอยู่บ้างแต่พอทนได้ ล่าสุดก็สร้างเรื่องขึ้นมาอีกไปกล่าวหาคนในบ้านป่าว่าทำให้บ้านเมืองวุ่นวายหวังล้มรัฐบาลนายกรัฐมนตรีบอกว่าคงไม่ทำให้เกิดปัญหาในพรรคร่วมรัฐบาล“ไม่มีอำนาจซ้อน”แต่อย่าลืมว่าพรรคร่วมรัฐบาลเขาก็มีศักดิ์ศรีที่ฝ่ามือที่ช่วยหนุนให้รัฐบาลมีความมั่นคง การไปกล่าวหาลอยๆอย่างนั้นก็ต้องคิดเหมือนกันอย่าคิดแต่เพียงว่าเขายังอยากเป็นรัฐบาลเท่านั้น!“สายล่อฟ้า”คลิกอ่านคอลัมน์ “กล้าได้กล้าเสีย” เพิ่มเติม