ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา หลายภาคส่วนทั้งรัฐเอกชนมีการลงทุนเพื่อพัฒนาพันธุ์พืช สัตว์ ที่สามารถทนต่อสภาวะการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ ต้านทานโรคและแมลงศัตรูพืช เพื่อรับมือกับปริมาณประชากรโลกที่มากขึ้น อันจะนำมาซึ่งการขาดแคลนอาหารในอนาคตปัจจุบันหลายประเทศกำลังเผชิญกับปัญหาความมั่นคงทางอาหารอย่างรุนแรง เช่น เฮติหรือซูดานใต้ มีเกษตรกรแค่ราว 10% เท่านั้น ที่สามารถเข้าถึงเมล็ดพันธุ์รุ่นใหม่ๆ แต่อีกราว 90% มีแนวโน้มที่จะเผชิญกับภัยคุกคามจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศก่อนที่ต้นกล้าจะโผล่ออกมาด้วยซ้ำด้วยความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ทำให้ทุกวันนี้นักปรับปรุงพันธุ์พืชทำงานได้ดีขึ้น เพื่อสร้างแบบจำลองการคาดการณ์สภาพอากาศ และพัฒนาพันธุ์พืชในกลุ่ม ธัญพืช พืชหัว และพืชผักหลากหลายชนิดที่สามารถปรับตัวให้ทันต่อสภาพการปลูกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วทำให้ปัจจุบันวงการนักปรับปรุงพันธุ์ก้าวข้ามพืชจีเอ็มโอไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หันมาให้ความสำคัญกับการแก้ไขจีโนมด้วย CRISPR แทน เพราะช่วยให้นักวิทยาศาสตร์สามารถเพิ่มคุณภาพทางโภชนาการของพืช ผ่านเมล็ดพันธุ์ที่ได้รับการปรับปรุง จะกลายเป็นส่วนสำคัญในการต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศCRISPR จึงถือเป็นเครื่องมือแก้ไขยีนที่เป็นความก้าวหน้า ราคาค่อนข้างถูก รวดเร็ว และใช้งานง่าย รูปแบบใหม่ของ CRISPR ช่วยให้นักวิทยาศาสตร์ทำงานได้มากขึ้นในการแก้ไขจีโนม ช่วยเปลี่ยนเบสดีเอ็นเอได้ และช่วยถ่ายฝากยีนใหม่ทั้งหมดนอกจากปรับปรุงพันธุ์พืชแล้ว ยังมีการใช้เทคโนโลยีเดียวกันในการปรับปรุงพันธุ์สัตว์ เพื่อให้ได้สัตว์ที่ตัวใหญ่ มีกล้ามเนื้อ เชื่อง และเลี้ยงง่าย ไม่ต้องใช้เวลาแรมปีเหมือนในอดีต ปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์ได้เริ่มทดลองใช้ CRISPR ในสัตว์เลี้ยง โดยโฟกัสไปที่ยีน myostatin รหัสของโปรตีนที่ควบคุมการเจริญเติบโตของกล้ามเนื้อ การแก้ไขยีนนี้จะทำให้กล้ามเนื้อโตมากขึ้น เพื่อให้สัตว์มีเนื้อมากขึ้นเป็นที่น่าดีใจที่ขณะนี้นักวิทยาศาสตร์ได้ทดลองใช้ CRISPR เพื่อสร้างโค สุกร แกะ กระต่าย และแพะให้มีกล้ามเนื้อมากอย่างไรก็ดี การศึกษาเหล่านี้อาจยังไม่ได้ผลลัพธ์ที่สมบูรณ์แบบ สัตว์หลายชนิดไม่รอดในวัยเด็ก และสัตว์หลายตัวมีลิ้นที่ใหญ่ผิดปกติ.สะ–เล–เต