ยิ่งใกล้วันสิ้นอายุของสภาผู้แทนราษฎร สภาก็ยิ่งแสดงอาการเสื่อมโทรมมากขึ้นทุกขณะ การเล่นเกมการเมืองเพื่อให้สภาล่มเริ่มต้นที่พรรคฝ่ายค้าน ลามไปถึงฝ่ายรัฐบาลและวุฒิสภา ส.ส.รังสิมันต์ โรม แห่งพรรคก้าวไกล เตือนให้ระวัง การอภิปรายรัฐบาลกลางเดือนนี้ จะมีการล่มสภาเพื่อหนีข้อหาโกงหรือไม่ยิ่งกว่านั้น ยังเกิดวิวาทะในฝ่ายรัฐบาลด้วยกันเอง เมื่อนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี พูดในทำนองว่าการอภิปรายตาม ม.152 ถ้าสภาล่มระหว่างการอภิปรายต้องถือว่าจบอภิปรายและสิ้นสุดญัตติทันที มีเสียงตอบโต้จากนายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนฯว่าต้องทำตามข้อบังคับและข้อตกลงข้อบังคับการประชุมไม่ได้ระบุว่า เมื่อองค์ประชุมไม่ครบถือว่าสิ้นสุดญัตติ เป็นเพียงญัตติสะดุดลง ต้องเลิกการประชุมและนำกลับมาในการประชุมคราวต่อไป นักวิชาการถือว่าการอภิปรายรัฐบาลโดยไม่ลงมติตาม ม.152 เป็นการตรวจสอบรัฐบาลที่สำคัญ เช่นเดียวกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจตาม ม.151ต่างกันเพียงแต่การอภิปรายตาม ม.151 ต้องลงมติ และเมื่อเสนอญัตติแล้วห้ามรัฐบาลยุบสภาหนีอภิปรายเด็ดขาด การอภิปรายตาม ม.152 ก็ต้องห้ามทำให้สภาล่มเพื่อหนีการอภิปรายเช่นเดียวกัน ส.ส.ที่ฝ่าฝืนอาจถูกร้อง ป.ป.ช. กล่าวหาว่าฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง ต้องพ้นจากตำแหน่งปรากฏการณ์สภาล่มแทบจะรายวัน อาจกลายเป็นโศกนาฏกรรมการเมือง เป็นเรื่องเศร้าทั้งสำหรับ ส.ส.และประชาชน ชัดเจนที่สุดคือ กรณี ส.ส.จากหลายพรรคร่วมกันเสนอร่าง พ.ร.บ. เพื่อแก้ไข พ.ร.ก.ประมง ส.ส.หลายคนลุกขึ้นอภิปราย วิงวอนให้สงสารชาวประมงที่เดือดร้อนแสนสาหัส เพราะรัฐบาล คสช.รัฐบาลคณะรัฐประหาร คสช. มอบให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เจรจากับสหภาพยุโรปหรืออียู ถูกบีบบังคับให้ไทยแก้ไขกฎหมายประมง ทำให้ชาวประมงภาคใต้กระอักเลือด ส.ส.ทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาล ส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการแก้ไข แต่เมื่อจะลงมติมี ส.ส.แสดงตนแค่ 93 คน สภาจึงล่มตามปกติกลายเป็นรายการมวยล้ม ต้มชาวประมงที่กำลังเดือดร้อนแสนสาหัสจากการสำรวจพบว่า ส.ส.ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลส่วนใหญ่ไม่ได้แสดงตนเข้าประชุม บางพรรคมี ส.ส. 116 คน แต่ไม่แสดงตนถึง 105 คน บรรดาพรรคจิ๋วทั้งหลายที่มี ส.ส.แค่พรรคละคน แต่ส่วนใหญ่ ไม่แสดงตน นี่คือภาพสะท้อนจิตสำนึกรับผิดชอบของผู้แทนปวงชนชาวไทย.