การประชุมรัฐสภานัดพิเศษเมื่อพุธที่ 8 กุมภาพันธ์ ต้องล่มอีกครั้งเป็น “ครั้งที่ 6” ในห้วงเวลาเพียง 1 เดือนเศษ หลังจากที่ทำสถิติ “สภาล่ม 12 ครั้ง ในปี 2565” ส่อให้เห็นถึง จิตสำนึกอันต่ำเตี้ย ของ ส.ส. และ ส.ว.ลากตั้ง ชุดนี้ ที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัวและพรรคพวกมากกว่าผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน ที่น่าอายก็คือ สมาชิกรัฐสภาเหล่านี้ยังลอยหน้าลอยตารับเงินบำเหน็จบำนาญจากเงินภาษีของประชาชนอีกด้วย ทั้งเงินบำนาญทุกเดือน ค่ารักษาพยาบาล ค่าเล่าเรียนบุตร สวัสดิการต่างๆ ล้วนเป็นเงินภาษีของประชาชนและประชาชนผู้ยากไร้การล่มของ สภาผู้แทน และ รัฐสภา ที่ประชุมร่วมกันสองสภา ไม่ใช่อุบัติเหตุ แต่เกิดจากความตั้งใจให้ล่ม เพื่อล้มกฎหมายที่ไม่ต้องการและปกป้องผลประโยชน์ของพวกตัวเองการล่มของรัฐสภาเมื่อวันพุธ ซึ่งเป็นการประชุมร่วม สภาผู้แทน และ วุฒิสภา เพื่อพิจารณา ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 259 ว่าด้วย การเลือกนายกรัฐมนตรีที่สภาผู้แทนราษฎรจะเลือกเป็นนายกรัฐมนตรีมาจาก ส.ส.ได้ และ ยกเลิกมาตรา 272 ว่าด้วยอำนาจของสมาชิกวุฒิสภาในการร่วมเลือกนายกรัฐมนตรี ทำให้ไม่สามารถพิจารณาวาระการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 159 และ 272 ได้ เนื่องจากสมาชิกไม่ครบองค์สมาชิกรัฐสภามีทั้งหมด 750 คน เป็น ส.ว.ลากตั้ง 250 คน ส.ส. 500 คน ล่าสุดเหลือ 665 คน เป็น ส.ว. 249 คน แต่เมื่อวันพุธ เวลา 11.10 น. มี ส.ว.ลงชื่อเข้าร่วมประชุมเพียง 52 คน มีข่าวว่ามีแกนนำ ส.ว.ระดับบิ๊กแจ้งให้ ส.ว.งดลงชื่อเข้าร่วมประชุม จนกว่ารัฐสภาจะเปิดประชุมได้ค่อยมาลงชื่อ หลังเปิดประชุมก็มี ส.ว.ไปลงชื่อเพิ่มเป็น 110 คน แต่ก็ยังไม่ครบองค์ประชุมซึ่งต้องมีสมาชิกไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งคือ 333 คน คุณชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา นั่งรอจนถึงเวลา 12.02 น. ก็สั่งปิดประชุม เพราะมี ส.ส. ส.ว.เข้าร่วมประชุมเพียง 308 คน ไม่ถึงกึ่งหนึ่ง 333 คน มี ส.ส.ลาประชุม 15 คน แต่ ส.ว.ลากตั้งลาประชุมกันถึง 95 คน ทำให้การประชุมสภาต้องล่มอีกครั้งเป็นครั้งที่ 6 ในปีนี้ เสียดายภาษีของประชาชนที่จ่ายเป็นเงินเดือนจริงๆคุณสุทิน คลังแสง ส.ส.พรรคเพื่อไทย ประธานวิปฝ่ายค้าน ได้ตั้งข้อสังเกตว่า สภาล่มในวันนี้ เป็นความพยายามของ ส.ว.ที่จะทำให้สภาล่ม มี ส.ว.มาลงชื่อน้อยมาก และอยู่ร่วมประชุมน้อยด้วย ดังนั้น จึงมองเป็นเจตนารมณ์อื่นไปไม่ได้ เพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้เป็นการแก้ไขที่กระทบกับอำนาจของ ส.ว.การที่ ส.ว. 249 คน เข้าร่วมประชุมเพียง 110 คน ลาประชุม 95 คน อีก 44 คนไม่รู้ไปไหน ส่อเจตนาที่จะทำให้การประชุมรัฐสภาล่มอย่างที่ประธานวิปฝ่ายค้านตั้งข้อสังเกต เพราะเป็นการพิจารณากฎหมายที่กระทบต่อผลประโยชน์ของ ส.ว.โดยตรง คือ ตัดอำนาจ ส.ว.ในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีการแผลงฤทธิ์ของ ส.ว.ลากตั้งส่งท้ายสมัยการประชุมของสภาผู้แทนชุดนี้ ซึ่งจะปิดสมัยการประชุมสุดท้ายในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ทำให้มีการตั้งข้อสังเกตว่า ส.ว.อาจใช้ยุทธการนี้ดับฝันฝ่ายค้านในการอภิปรายนายกรัฐมนตรีในวันที่ 15–16 กุมภาพันธ์นี้ก็ได้ โดย ดร.วิษณุ เครืองาม รองนายกฯฝ่ายกฎหมาย ให้ความเห็นว่า ถ้าสภาล่มตอนอภิปรายก็ถือว่าจบการอภิปรายก็แค่นั้น แม้จะล่มในการอภิปรายวันแรกก็ถือว่าจบสมมติว่าวันที่ 15 กุมภา อภิปรายไปถึงเวลา 15.00 น. แล้วมีมือดีขอนับองค์ประชุมประธานในที่ประชุมอาจจะให้มาอภิปรายต่อในอีกวัน หรืออาจจะเห็นว่าได้มีการอภิปรายกันแล้ว หากองค์ประชุมไม่ครบ ก็แสดงว่าไม่ติดใจ ก็ถือว่าจบ เพราะการอภิปรายคือการเปิดโอกาสให้คนสงสัยถาม เมื่อจะถามก็ต้องอยู่ ถ้าไม่อยู่ก็แปลว่าไม่มีอะไรจะถาม ไม่เหมือนกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจก็ต้องรอดูกันว่าวันพุธหน้า 15 กุมภาพันธ์ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล และ ส.ว.ลากตั้ง จะใช้เกมนี้ ทำให้สภาล่มอีกครั้ง อย่างที่ ดร.วิษณุ เครืองาม ชี้ช่องหรือไม่ อัปยศกันให้ถึงที่สุดไปเลย.“ลม เปลี่ยนทิศ”