การเมืองก็เป็นเช่นนี้เอง ในบริบทที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ประกาศเป็นสมาชิก พรรครวมไทยสร้างชาติ แล้วดึงเอาสมาชิกจาก พรรคพลังประชารัฐ ตามไปด้วย ความเป็นพรรคพี่พรรคน้อง กับ การประกาศเป็นคู่แข่งทางการเมือง อยู่แค่เส้นยาแดง ผ่าแปด เป้าหมายคือ การจัดตั้งรัฐบาล และ ตำแหน่งผู้บริหารสูงสุดของประเทศ ที่มีเดิมพันที่แตกต่างกัน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ สามารถนั่งในตำแหน่ง นายกรัฐมนตรีหรือรองนายกฯ หรือตำแหน่ง รมต. ได้ แต่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องตำแหน่งนายกฯเท่านั้น จะเป็นแค่ รมต.กลาโหม เหมือนเมื่อครั้งที่พักร้อน ก็คงเป็นเรื่องตลกร้ายสำหรับการบริหารการปกครองประเทศเป้าหมายของ พล.อ.ประยุทธ์ ก็ค่อนข้างจะชัดเจน ส่วนสองพี่น้องใครจะได้ขึ้นตำแหน่งสูงสุดก็ขึ้นอยู่กับจำนวน ส.ส.ที่ พรรครวมไทยสร้างชาติ และ พรรคพลังประชารัฐ จะได้รับก่อนอื่นเลยต้องเข้าใจก่อนว่า พรรคพลังประชารัฐ เกิดจากอำนาจของ สาม ป. ที่สืบทอดมาจากการยึดอำนาจเมื่อปี 2557 โดยอำนาจของสาม ป. ประกอบด้วยกองทัพ ข้าราชการ และกลุ่มการเมืองจากทั้งซ้ายทั้งขวา ทั้งแดงทั้งเหลือง ที่ไหลมารวมกันก็อย่างที่ พล.อ.ประวิตร สื่อสารผ่านร่างทรงเป็น จดหมายเปิดผนึก เข้าใจว่าจะเป็นไอเดียของ สัญญา สถิรบุตร กับ อันวาร์ สาและ ที่ขอเข้ามาดูในส่วนของ เพจเฟซบุ๊ก พล.อ.ประวิตร ต้องการจะสร้างผลงานให้เข้าตากรรมการ ซึ่งต้องแยกระหว่าง ผลลัพธ์ที่จะตามมากับการเสนอไอเดียดังกล่าว ที่ พล.อ.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกลาโหม แทบจะกลับลำไม่ทันเข้าใจว่าเป็นเพจปลอมที่ต้องการสร้างสถานการณ์ขัดแย้งระหว่าง พล.อ.ประวิตร กับ พล.อ.ประยุทธ์ ด้วยซ้ำ มาปิดจ๊อบก็ตรงที่ พล.อ.ประวิตร ออกมาการันตีว่า เป็นเพจจริง เรื่องราวจึงต้องดำเนินต่อไป กลายเป็นก้างตำคอ หนามตำใจระหว่างพี่น้องสอง ป. กลืนไม่เข้าคายไม่ออกสื่อนำคำพูดของ พล.อ.ประวิตร มาพาดหัวตัวใหญ่ สาม ป. Forever นอกจากจะเป็นสีสันทางการเมือง มีเรื่องให้สังคมได้วิพากษ์ วิจารณ์กันสนุกปาก อย่างอื่นไม่มีอะไรในกอไผ่ ไม่มีผลต่อคะแนนนิยมของ พล.อ.ประวิตร หรือ พล.อ.ประยุทธ์ เพราะการยึดอำนาจ ที่ผ่านมาจากวันนั้นถึงวันนี้ เห็นเจตนารมณ์ที่ชัดเจนของการใช้อำนาจในการยึดอำนาจและผลลัพธ์จากการยึดอำนาจ เพื่อแก้ไขวิกฤติให้เป็นไปตามสัญญาประชาคมและเหตุผลในการยึดอำนาจหรือไม่ ทั้งการแก้ไขปัญหาวิกฤติโรคระบาด การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ กระบวนการยุติธรรม การทุจริตคอร์รัปชันและความแตกแยกของสังคม มีคำตอบที่ชัดเจนไปแล้วจดหมายจากพี่ใหญ่ มุมหนึ่งสะท้อนถึงแนวคิดและการทำงานทางการเมืองของ ที่ปรึกษาคนใกล้ตัว อีกมุมหนึ่งสะท้อนให้เห็น ทิศทางและการไม่พัฒนาทางการเมืองไทย ที่พยายามจะถอยหลังลงคลอง และยังยึดติดการเสพการเมืองแบบเดิมๆแต่สิ่งหนึ่งที่เป็นสัจธรรมคือการไม่มีมิตรแท้และศัตรูที่ถาวรทางการเมือง การใช้อำนาจเพื่อสู่อำนาจ ชิงอำนาจทางการเมืองทำลายหลักประชาธิปไตยและจริยธรรมไม่มีอะไรให้ยึดมั่นถือมั่น การตั้งที่ปรึกษาเทกระโถน การปล่อยให้นักการเมืองมืออาชีพสูบงบประมาณเอาไปดูด ส.ส. ปล่อยให้ข้าราชการทุจริต ทำเป็นเอาหูไปนาเอาตาไปไร่แค่สร้างภาพทางการเมืองมีแต่เปลือกไม่มีสาระ.หมัดเหล็กmudlek@thairath.co.th