ได้ปิดฉากศึกซักฟอกครั้งสุดท้าย วันนี้สภาฯโหวตลงมติ แนวโน้ม “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม พา 10 รมต.ร่วมคณะผ่านฉลุย ไม่น่ามีใครถูกทิ้งไว้กลางทางเพียงแค่คะแนนโหวตอาจได้ไม่เท่ากัน ตามระดับแรงหมั่นไส้แต่ละคนอย่างที่ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ดีลเมกเกอร์รัฐบาล ก็เดาทางออกล่วงหน้า มีแต้มแตกแถวแน่ แค่อย่าให้ห่างเยอะเกินพอดีโอกาสพลิกล็อก มีรัฐมนตรีถูกน็อกกลางสภาฯถึงขั้นโดนไม่ไว้วางใจทะลุ 239 เสียง เกินกึ่งหนึ่งของ ส.ส.ที่ปฏิบัติหน้าที่ได้ในขณะนี้ 477 คน เป็นไปได้ยาก ตามต้นทุนฝ่ายค้านมีตัวเลข ส.ส.อยู่ที่ 208 เสียง ยังไม่หักก๊วนงูเห่าที่แฝงตัวอยู่เกินสิบ ต่อให้ได้เสียงพรรคเศรษฐกิจไทย ของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรค มาร่วมด้วย บวกพรรคเล็กพรรคน้อยที่เสียงไม่ไปทางเดียวกัน นับแต้มแบบเข้าข้างกันยังไง ก็ลุ้นไม่ขึ้นยุทธการ “เด็ดหัว สอยนั่งร้าน” ได้แค่หวือหวา แต่ตอนจบไม่มีเซอร์ไพรส์เกิดขึ้นได้ลุ้นมันสุดก็แค่คะแนนใครจะรั้งบ๊วย อยู่ในข่ายถูกเช็กบิล ปรับพ้น ครม.ในคิวถัดไปทีมรัฐมนตรีกลุ่มเสี่ยงไล่เช็กเสียงและล็อบบี้กันอุตลุด หนีการเป็นที่โหล่ เลี่ยงการเกิดแรงกระเพื่อม สร้างเงื่อนไขให้ต้องสังเวยเก้าอี้ รมต.ในการปรับทัพครั้งสุดท้ายของรัฐบาล ที่ลุ้นตัวโก่งกว่าใครคือ 2 รัฐมนตรีแต้มบุญน้อย สันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง ที่สำลักขุมทรัพย์น้ำ โครงการระบบท่อส่งน้ำอีอีซี มีแผลเหวอะหวะเต็มตัว ซ้ำยังขาลอย ไม่มีฐานกำลังเป็นนั่งร้านของตัวเอง อาการเลยน่าห่วงอีกรายก็ “เสี่ยไก่” จุติ ไกรฤกษ์ รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ค่ายประชาธิปัตย์ สะดุดความไม่โปร่งใสการบริหารงานในบอร์ดการเคหะแห่งชาติเสียฟอร์มหนีการตอบอภิปรายดื้อๆ อ้างขอไปทำการบ้านรวบรวมข้อมูลมาตอบในวันรุ่งขึ้น แถมคนในพรรคช่วยเลื่อยขา ฐานตีตัวออกห่าง ไม่ส่งเสบียงเหมือนเก่า แต้มเลยแกว่งหนักกว่าใครพวกภูมิต้านทานน้อยอาการร่อแร่ ตกเป็นเป้ากดคะแนนต่ำสุด ต้องสปีดหาแต้มเพิ่มทุกวิถีทาง อย่างที่มีกระแสข่าวพรรคเล็กพรรคน้อยเรียกค่าไถ่ ขอกล้วยแลกเสียงโหวตผ่านคนละเครือสองเครือก๊วนพรรคจิ๋วคึกคัก ท่องคาถา “เจอ–จ่าย–โหวต” ไล่เก็บกล้วยที่หล่นเกลื่อนกลาด ฟาดกันมันปากสายกลุ่มเสี่ยงยังต้องลุ้นเหนื่อย ถึงจะกดปุ่มเติมกล้วยหนัก แต่ก็ไม่รู้คะแนนจะกระเตื้องแค่ไหนฝุ่นตลบสภาฯก่อนถึงวันโหวตจริง แม้แต่ “บิ๊กตู่” ยังต้องกระโจนช่วยคอนโทรลแต้ม ปิดห้องเรียกหัวโจกกลุ่ม 16 เคลียร์ใจ กล่อมให้ช่วยเทแต้มให้ 11 รัฐมนตรีไปทางเดียวกัน“บิ๊กตู่” ก็อยากให้ผลโหวตไปทางเดียวกันทุกคน ป้องกันผลกระทบใหญ่ ถูกกดดันปรับ ครม. หากผลลงมติของรัฐมนตรีเข้าเงื่อนไขถูกทิ้งห่างกันมากเกินไป อย่างที่เห็นฉากโหมโรงล่วงหน้า เขย่าเก้าอี้ มท.1 ของ “บิ๊กป๊อก” พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ให้โยกไปเป็น รมว.พลังงาน หรือ รมว.กลาโหม เปิดทาง “บิ๊กป้อม” เสียบเป็น รมว.มหาดไทย คุมทัพการเลือกตั้งสมัยหน้าโดยเฉพาะปฏิบัติการโยนหินถามทางโผ ครม.ใหม่เดินเครื่องกันตั้งแต่ยังไม่ลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจเก้าอี้ มท.1 ของ “พี่รอง” โดนเขย่าหนักและถี่ขึ้นเรื่อยๆ ต่อเนื่องจากก่อนหน้านี้ถูกปล่อยข่าว โดนกดแต้มซักฟอกให้อยู่กลุ่มรั้งท้าย เพราะ ส.ส.พลังประชารัฐไม่ปลื้ม อยากให้เปลี่ยนมือหลังจากตีตราจองมา 8 ปี เนื่องจากห่างเหิน ส.ส. เข้าพบยาก ไม่เคยตอบสนองข้อเรียกร้องของ ส.ส.ในการทำคะแนนในพื้นที่ต้องไล่เคลียร์ใจ ส.ส.ในพรรคกว่าจะพ้นโซนอันตรายมาได้ แต่ยังมีแรงกระเพื่อมไม่หยุด กดดันให้เปลี่ยนตัวสัมพันธภาพพี่น้อง 3 ป. ส่อเค้ากลับมาชุลมุนอีก เดิม “พี่ใหญ่– น้องเล็ก” ระหองระแหง เที่ยวนี้เพิ่ม “พี่รอง” มาร่วมวง ตั้งท่าต่อรองดุลอำนาจกันวุ่นวายจาก 2 เก้าอี้ ครม.เดิมที่ว่างอยู่ บานปลายไปสู่โควตา ครม.พรรคร่วมรัฐบาล ค่าย “ประชาธิปัตย์” ชักเจี๊ยวจ๊าว อยากปรับเก้าอี้รัฐมนตรีร่วมด้วย สั่นสะเทือนไปถึงเก้าอี้รัฐมนตรีในหมู่ 3ป.ที่อยากให้เกลี่ยดุลอำนาจใหม่ต่างฝ่ายต่าง “ยื้อ ยุด แย่ง” เค้กก้อนเดิมและก้อนใหม่ ช่วงชิงดุลอำนาจกันหนักขึ้น จน “บิ๊กตู่” ต้องรีบสะกดความขัดแย้ง บอกยังไม่คิดปรับ ครม.ภาวะที่คุมยากกว่าเสียงโหวตคือ เกมต่อรองอำนาจ เอฟเฟกต์หลังลงมติไม่ไว้วางใจรอลากรัฐบาลเข้าแดนอันตราย สร้างแรงกระเพื่อมในหมู่พี่น้องและพรรคร่วมรัฐบาลหากรอมชอมต่อรองกันไม่ลงตัว มีหวังยุ่งเหยิงหนักกว่าเดิมแน่!!!ทีมข่าวการเมือง