เมื่อพระโอรสองค์สุดท้องของพระสิทธารถ กษัตริย์ตระกูลชญษตฤ กับพระนางตริศลา ประสูติ (550 ปีก่อน ค.ศ.) มีงานฉลองยิ่งใหญ่ครึกครื้นไปทั้งนครเวสาลีนั้น ทรงได้พระนาม วรรธมานะบรรดาโยคาจารย์ทั้งหลายจากลุ่มแม่น้ำคงคา และเทือกเขาหิมาลัย ทำนายลักษณะพระกุมาร ทรงไว้ซึ่งคติ 2 ประการ 1.ความเป็นจักรพรรดิเมื่อมีชีวิตอยู่ในวัง 2.ความเป็นศาสดาเมื่อออกเดินไพร(ศาสนาเปรียบเทียบ ศาสตราจารย์พิเศษ เสฐียร พันธรังษี สำนักพิมพ์ศรีปัญญา พิมพ์ครั้งที่ 10 พ.ศ.2563)พระกุมารนอกจากได้ศึกษาคัมภีร์พระเวทจากพราหมณ์ราชสำนัก ยังได้ศึกษาวิชายิงธนู วิชาฝึกม้าป่า และวิชาควาญช้าง เชี่ยวชาญตั้งแต่วัยเยาว์มีเรื่องเล่า...ในวัยเยาว์นั้น วันหนึ่งพระกุมารเสด็จประพาสเล่นในอุทยาน ช้างพลายเมามันเชือกหนึ่งหลุดเข้ามา พระกุมารทั้งหลายและบรรดาพี่เลี้ยงต่างก็วิ่งหนี แต่เจ้าชายวรรธมานะ ทรงยืนประจันหน้าช้างพลายวิ่งมาเงื้องวงฟาด พระกุมารหลบแล้วจับงวง กระโดดขึ้นหลัง บังคับช้างกลับไปมอบให้นายควาญ กิตติศัพท์เรื่องนี้แพร่หลายไปทั้งเมืองเวสาลี และนครใกล้เคียงนับแต่นั้นชนทั้งหลาย เรียกพระกุมารในพระนามใหม่ “มหาวีระ” ซึ่งแปลว่ายอดแห่งผู้กล้าอายุ 19 ปี พระบิดาจัดให้อภิเษกกับเจ้าหญิงรูปงาม พระนามยโศธา มีพระธิดาพระนาม อโนชา อายุ 28 ปี พระบิดาพระมารดา บำเพ็ญทุกกรกิริยาอดอาหารเสียชีวิต เจ้าชายมหาวีระเสียพระทัยมากอายุ 30 ปี เจ้าชายมหาวีระ สละชีวิตในวัง สละลูกเมีย เปลี่ยนผ้าคลุมกายเป็นนักพรต บำเพ็ญตนเป็นผู้ขอ ออกจากนครเวสาลี พร้อมเปล่งคำปฏิญญา 12 ปีต่อไปนี้ จะไม่เปล่งวาจาแม้คำหนึ่งคำใดครั้งหนึ่ง มหาวีระไปขออาหารที่ทุ่งเลี้ยงสัตว์ เจ้าของฝูงแพะ บอกว่าจะเข้าไปในหมู่บ้าน ฝากฝูงแพะให้ดูแล แล้วจะกลับมาพร้อมอาหาร ระหว่างเวลานั้น หมาป่าได้เข้ามาจับแพะกินไปตัวหนึ่งเจ้าของแพะกลับมา ไม่เห็นแพะก็คว้าไม้ไล่ตีมหาวีระเลือดท่วมตัว มหาวีระก็ยังคง “ความนิ่ง” เอาไว้ จนเจ้าของแพะหมดแรงทำร้าย ขณะมหาวีระเดินจาก“ท่านเป็นนักพรตคนแรกที่ข้าฯเคยพบ” เจ้าของแพะพูดตามหลัง “คนทุกคนย่อมป้องกันตัว ด้วยวิธีสู้หรือหนี แต่นี่ท่านไม่ทำทั้งสองอย่าง ข้าฯคิดว่า ท่านต้องเป็นผู้บรรลุแน่แท้”มหาวีระก็ยังไม่พูด หันมาก้มศีรษะให้เจ้าของแพะ แล้วเดินต่อ เจ้าของแพะสำนึกบาป วิ่งตามไปอ้อนวอนให้ยกโทษ มหาวีระก็ยังใช้กิริยานิ่ง โน้มศีรษะให้รู้ว่าให้อภัย แล้วก็เดินทางต่อมหาวีระประกาศธรรมด้วยความนิ่งต่อไป เรื่องถูกทุบตีแพร่ออกไปกว้างขวาง ครบปฏิญญา 12 ปีแล้ว มหาวีระจึงกลับสู่ภาวะเดิม คือยอมพูดกับคนกลายเป็นศาสดาที่สอนคนเก่งที่สุด เที่ยวสั่งสอนธรรมต่อไปอีก 30 ปีอายุ 70 ปี ขณะเทศน์ในเมืองปาวา มหาวีระสรุปคำสอนสุดท้าย “ธรรมข้อสำคัญที่สุดคืออหิงสา” ต้องไม่ทำร้ายสิ่งที่มีชีวิต ทั้งทางร่างกาย วาจา และทางใจ ไม่ฆ่าสัตว์เป็นอาหาร ไม่ฆ่าริ้นยุงแม้ว่ามันจะกัดเลือดเนื้อจบคำสอนเย็นวันนั้น รุ่งขึ้นเช้ามหาวีระก็เข้าถึงนิพพาน (ก่อนพระพุทธเจ้าของเราราว 10 ปี)คัมภีร์ศาสนาเชน ซึ่งมหาวีระเป็นศาสดาองค์สุดท้าย เขียนว่า ทรงบรรลุความรู้สูงสุด นับเป็นผู้หลุดพ้น เป็นพระอรหันต์ เป็นสัพพัญญู เป็นผู้ชนะทุกประการผมอ่านเรื่องมหาวีระแล้ว ประทับใจหลักธรรม ไม่สู้ ไม่หนี และนิ่ง...ที่เรียกอหิงสามากขึ้นชื่อว่าธรรมะ คนศาสนาไหนก็ใช้ได้ ผมอยากเห็นคนไทยหรือคนระดับผู้นำ ลองเอามาใช้บ้าง...ไม่แน่นา! สถานการณ์ที่กำลังเพลี่ยงพล้ำ ส่อเค้าจะแพ้ อาจพลิกกลับ “เชน” ชื่อศาสนา แปลว่า ศาสนาของผู้ชนะ คานธี เอาชนะอังกฤษกู้เอกราชได้ ก็นับถือศาสนาเชนนี่แหละ.กิเลน ประลองเชิง