เมื่อวันที่ 19 พ.ค. ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัด สธ. และ นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร (กวก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเพื่อการใช้ประโยชน์กัญชาทางการแพทย์และศึกษาวิจัย นพ.เกียรติภูมิกล่าวว่า กัญชาถูกปลดล็อกออกจากการเป็นยาเสพติด จะมีผลบังคับใช้วันที่ 9 มิ.ย.2565 ทำให้ประชาชนสามารถปลูกเพื่อใช้ประโยชน์ในการดูแลสุขภาพเบื้องต้น และต่อยอดเป็นธุรกิจในครัวเรือนได้ สธ.และกรมวิชาการเกษตร จึงร่วมกันเตรียมความพร้อมให้กับประชาชนในการปลูกและนำส่วนต่างๆมาใช้ให้เกิดประโยชน์ โดยกำหนดแนวทางส่งเสริม สนับสนุนการใช้กัญชา กัญชง ที่ปลอดภัยอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การศึกษา วิจัย ปรับปรุงสายพันธุ์ พร้อมทั้งมีคู่มือการใช้เพื่อดูแลสุขภาพตนเองและครอบครัว เน้นใช้อย่างเข้าใจ ทั้งนี้ หลังจากได้สายพันธุ์กัญชาที่ดีแล้ว กรมวิชาการเกษตรจะกระจายต้นกล้ากัญชา 1 ล้านต้น เป็นต้นพันธุ์ให้กับประชาชนนำไปปลูกในครัวเรือนเพื่อใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ โดยต้นแม่พันธุ์ได้มาจากโครงการต้นกล้าพันธุ์กัญชาทางการแพทย์บุรีรัมย์ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลหนองครก ร่วมกับวิสาหกิจชุมชนเกษตรนอกกรอบเพื่อรอยยิ้มที่ยั่งยืน จะเริ่มแจก 1,000 ต้น ในงานมหกรรม 360 องศา ปลดล็อกกัญชา ประชาชนได้อะไร ที่จัดขึ้นวันที่ 10-12 มิ.ย. และจะมีการนำร่องแอปพลิเคชัน จดแจ้ง ของ อย. เพื่อความสะดวกให้กับเกษตรกรด้านนายระพีภัทร์กล่าวว่า ปัจจุบันได้ก่อสร้างอาคารวิจัยกัญชาระบบปิด โรงเรือนทดลองในระบบกึ่งปิด และแปลงทดลองในสภาพกลางแจ้ง ที่ศูนย์วิจัยพืชสวนเชียงราย จ.เชียงราย รวมถึงแปลงทดสอบพันธุ์กัญชงที่เหมาะสมกับพื้นที่ประเทศไทย มีศูนย์เครือข่ายภายใต้สังกัดกว่า 26 ศูนย์ทั่วประเทศ ตั้งเป้าเป็นศูนย์กลางการวิจัยและพัฒนาสายพันธุ์ ตลอดจนเทคโนโลยีการผลิตแบบครบวงจรวันเดียวกัน ที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศึกษาธิการ กล่าวเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการขับเคลื่อนการจัดการศึกษา “กัญชาและกัญชงสร้างสุขภาพสร้างรายได้” มีผู้บริหารสถานศึกษา และครูสังกัดสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) เข้าร่วม ว่า การใช้และควบคุมกัญชาและกัญชงมีความจำเป็นต้องเร่งสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง ไม่เฉพาะในทางการแพทย์เท่านั้น แต่รวมถึงการเปิดโอกาสให้มีการศึกษาและเผยแพร่ประโยชน์และโทษ โดยจัดเป็นหลักสูตรให้สถานศึกษาในสังกัดสำนักงาน กศน. ดำเนินการเป็นไปในทิศทางเดียวกัน.