วันเสาร์สบายๆ วันนี้ เราไปคุยถึงข่าวใหญ่ในแวดวงธนาคารและเทคโนโลยีการเงินไทยกันนะครับ เมื่อ ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารแห่งแรกของประเทศไทยที่มีอายุ 115 ปี ก่อตั้งโดย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ในปี พ.ศ.2449 จะพลิกโฉมตัวเองครั้งใหญ่ เปลี่ยนจากธุรกิจธนาคารไปสู่ Tech Company เป็นแบงก์แรกของไทย ครอบคลุมทั้ง Financial Technology และ platform Technology เพื่อรับมือกับแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซและโซเชียลมีเดียที่รุกคืบเข้ามาแวดวงการเงิน และคลื่นลูกใหญ่ที่เรียกกันว่า DeFi หรือ Decentralized Finance technology ที่กำลังพลิกโฉมธุรกิจการเงินไทยและทั่วโลกถือเป็นการตัดสินใจครั้งยิ่งใหญ่ของ ธนาคารไทยพาณิชย์ จริงๆบอร์ดธนาคารไทยพาณิชย์ มีมติอนุมัติการพลิกโฉมครั้งนี้วันที่ 22 กันยายน ก่อนที่ คุณอาทิตย์ นันทวิทยา ซีอีโอและประธานกรรมการบริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ จะเปิดการแถลงใหญ่ผ่าน Zoom ในเย็นวันเดียวกัน โดยการก่อตั้ง บริษัท SCBX ขึ้นมาเป็น New Mothership ยานแม่ลำใหม่ เพื่อนำไปสู่บริการทางการเงินและเทคโนโลยีของโลกใหม่ คุณอาทิตย์ ไม่เรียก SCBX ว่า บริษัทโฮลดิ้ง แต่เรียกว่า “ยานแม่” (Mothership) แทน ซึ่งจะทำให้ กลุ่มธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) หลุดพ้นจาก กฎเกณฑ์ทางการเงิน ซึ่งควบคุมโดย แบงก์ชาติ สามารถไปทำธุรกิจอื่น เช่น FinTech และ แพลตฟอร์มเทคโนโลยีอื่นๆ ได้เมื่อปรับโครงสร้างใหม่ SCBX เรียบร้อยแล้ว ธุรกิจธนาคารไทยพาณิชย์จะมีสัดส่วนเพียง 40% ของธุรกิจในเครือ SCBX เท่านั้นคุณอาทิตย์ อธิบายถึงเหตุผลการพลิกโฉมครั้งใหญ่ใน 115 ปี ของ SCB ว่า การมาถึงของ Decentralized Finance technology (บริการทางการเงินที่ไร้คนกลาง แค่เชื่อมต่อกันโดยตรงผ่านระบบ Blockchain) ในปี 2025 การขยายตัวและการบุกของแพลตฟอร์มระดับโลกเข้าสู่ธุรกิจการเงิน (วีแชท อาลีเพย์ ไลน์ แกร็บ) พฤติกรรมของผู้บริโภคหลังโควิด และกฎข้อบังคับที่เปลี่ยนไปอย่างมาก จะทำให้การทำธุรกิจแบบเป็นตัวกลางเก็บค่าธรรมเนียมของธนาคารแบบดั้งเดิมลดบทบาทลง ความสำคัญของธนาคารต่อผู้บริโภคจะลดลง และส่งผลลบต่อมูลค่าในอนาคตของนักลงทุนต่อธุรกิจธนาคารแบบดั้งเดิมคุณอาทิตย์ เล่าว่า แนวโน้มการถูก disrupt เริ่มมาเมื่อ 6 ปีก่อน และจะชัดเจนมากในอีก 3 ปีข้างหน้า SCB ได้ตั้งโจทย์และเพิ่มศักยภาพตัวเองมาตลอด และตอนนี้ก็ถึงเวลาที่สำคัญที่สุดในการตั้งคำถามอนาคตว่า ช่วงเวลา 3 ปีจากนี้ SCB จะต้องเปลี่ยนสภาพตัวเองอย่างไร จึงจะสามารถสร้างคุณค่าใหม่ให้กับผู้ถือหุ้นและผู้บริโภค และเติบโตไปกับโลกใหม่ได้SCB จะต้องไม่จำกัดตัวเองอยู่ที่ธุรกิจธนาคารแบบดั้งเดิมอีกต่อไป แต่จะใช้ความเข้มแข็ง เร่งขยายธุรกิจเชิงรุกเข้าสู่ธุรกิจการเงินประเภทอื่นที่ตลาดต้องการ สร้างขีดความสามารถทางด้านเทคโนโลยีและการบริหารจัดการแพลตฟอร์มทางเทคโนโลยีขนาดใหญ่ ให้ทัดเทียมกับคู่แข่งระดับโลก เพื่อที่จะอยู่รอดปลอดภัยในอีก 3-5 ปีข้างหน้านี้ และ ขยายฐานลูกค้าจาก 16 ล้านคนเป็น 200 ล้านคน และเป็นเจ้าของแพลตฟอร์มทางเทคโนโลยีขนาดใหญ่ที่มีผู้ใช้งานจำนวนมากภายใต้ ยานแม่ SCBX ธุรกิจธนาคารจะเป็นเพียงส่วนหนึ่งของธุรกิจในเครือ SCBX และ SCBX จะเป็นบริษัทแม่เข้าไปจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แทน SCB ด้วยการแลกหุ้น 1 ต่อ 1 และจ่ายปันผลให้ SCBX อีก 7 หมื่นล้านบาท ส่งผลให้ราคาหุ้น SCB วันที่ 23 ก.ย. พุ่งขึ้นไป 18.72% บวกขึ้นไป 20.50 บาท ปิดที่ 130 บาท จากที่เคยราคาต่ำกว่าร้อยการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นี้ จะทำให้ SCBX มีมูลค่ากว่า 1 ล้านล้านบาท ภายใน 5 ปี ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่กล้าหาญมาก โดยมีอนาคตของแบงก์อายุ 115 ปี เป็นเดิมพัน.“ลม เปลี่ยนทิศ”