ตามจับได้ใน 2 วัน คดีคนร้ายบุกเดี่ยวชิงทรัพย์ร้านทองห้างดัง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ยิงเจ้าของร้านได้รับบาดเจ็บสาหัส กวาดทองคำน้ำหนัก 126 บาท มูลค่ากว่า 3.5 ล้านบาท ชุดสืบสวนติดตามจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุจากกล้องวงจรปิด “โครงการ 1 อำเภอ 1 safety zone” และ “SMART SAFETY ZONE 4.0”เป็นตำรวจทำผิดเสียเองทันทีที่เกิดเหตุ พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ ผบช.ภ.3 ลงพื้นที่ติดตามด้วยตนเอง ร่วม พล.ต.ต.พรชัย นลวชัย ผบก.ภ.จ.นครราชสีมา พ.ต.อ.มานพ ภุชชงค์ ผกก.สภ.ปากช่อง และ พ.ต.อ.วิวัฒน์ จิตโสภากุล ผกก.3 บก.ป. เข้าร่วมทีมสืบสวนชุดสืบสวนได้ภาพคนร้ายจาก “กล้องวงจรปิด” ของร้านมาวิเคราะห์พบว่า คนร้ายน่าจะเป็น “คนในเครื่องแบบ” ท่าทางใช้อาวุธและคำให้การลูกจ้างร้านทองว่า ข้างในเสื้อฟู้ดแพนด้าคนร้ายน่าจะเป็นเสื้อเกราะตำรวจไล่จากกล้องวงจรปิด ก่อนที่จะพบเส้นทางหลบหนีเชื่อมกับบุคคลเป้าหมาย ประกอบกับจากการตรวจสอบตำหนิรูปพรรณคนร้าย เครื่องแต่งกายและท่าทางจาก “กล้องวงจรปิด” ที่ติดตั้งอยู่ในพื้นที่เพื่อนร่วมงานตำรวจ สภ.ปากช่อง ให้ข้อมูลว่ารูปพรรณคนร้ายคล้ายกับ ส.ต.ท.อนุชา บุญอารักษ์ อายุ 25 ปี ผบ.หมู่ (ป.) สภ.ปากช่อง พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ สั่งให้ชุดสืบสวนเชิญตัว ส.ต.ท.อนุชา มาสอบที่ สภ.ปากช่องตอนแรก ส.ต.ท.อนุชา ให้การปฏิเสธอ้างว่าไปอยู่กับหญิงสาวรายหนึ่ง ก่อนที่ชุดสืบสวนติดตามนำตัวหญิงสาวที่ถูกกล่าวอ้างมาสอบปากคำเพื่อให้สิ้นข้อสงสัยพบว่าไม่ตรงกันพล.ต.ท.ภาณุรัตน์ ร่วมกับชุดสืบสวนเข้าสอบสวนปากคำผู้ต้องหาด้วยตัวเอง สุดท้าย ส.ต.ท.อนุชา รับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุในคดีนี้จริง เนื่องจากเครียดเรื่องหนี้สินและพ่อที่ป่วยติดเตียง จึงคิดสั้นก่อเหตุหลังผู้ต้องหารับสารภาพนำตัวไปค้นที่บ้าน พบสร้อยคอทองคำของกลางทั้งหมดอยู่ครบ รถจักรยานยนต์คันที่ใช้ก่อเหตุ ส่วนเสื้อ กางเกง รองเท้า เสื้อคลุม กระเป๋า ฟู้ดแพนด้า ถูกคนร้ายเผาทิ้งทำลายหลักฐานเมื่อปิดคดีแล้ว พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ เดินทางไปเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าของร้านทองที่ถูกคนร้ายยิงได้รับบาดเจ็บ และไปเยี่ยมให้กำลังใจพ่อของ ส.ต.ท.อนุชา ผู้ต้องหาที่เป็นอดีตผู้ใต้บังคับบัญชาที่หลงเดินทางผิดตำรวจภาค 3 ปิดคดีปล้นร้านทองได้รวดเร็ว ผลจากการติดตั้ง “กล้องวงจรปิด” ทั่วพื้นที่ อ.ปากช่อง ตาม “โครงการ 1 อำเภอ 1 safety zone” และ “SMART SAFETY ZONE 4.0” ของ บช.ภ.3ตามแนวคิด พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.“เพลิงพยัคฆ์”pluengpayak@thairath.co.th