ด้ามขวานใกล้เป็นแดนมิคสัญญี โจรใต้ระดมพล นับร้อยโชว์ศักยภาพ คืนเดียวก่อเหตุวินาศกรรมป่วน 3 จังหวัด “นราธิวาส” อ่วมหนักสุด 13 อำเภอ ทั้งเผาที่ทำการ อบต.โรงเลื่อย ถล่มรถเก๋งครอบครัวตำรวจสาหัส 2 ราย ต้องงัดกฎ อัยการศึกประกาศเคอร์ฟิว พี่ชายโวยน้องโดน ฮ. ทหารยิงใส่โคม่า “ปัตตานี” รุนแรงไม่แพ้กัน บุกปล้น ร้านเซเว่นฯก่อนจุดไฟเผาวอด โรงงานแปรรูปไม้ยาง รายใหญ่ใกล้ค่ายเขาตูมยังไม่รอด เจอวางเพลิงเผาเกลี้ยง “ยะลา” ไม่น้อยหน้า เผาสำนักงานที่ดิน สาขาธารโตพินาศ “แม่ทัพภาค 4” ยันทหารไม่ได้ ยิงวัยรุ่น ชี้เหตุรุนแรงมาจากการจับสินค้าเถื่อนหนีภาษี เชื่อถูกกลุ่มทุนเทาลงขันเอาคืนหวังดิสเครดิต ลั่นไม่ยอมซูเอี๋ยคนร้าย ประสาน ป.ป.ป.เช็กเส้นทางเงิน กวาดล้างเจ้าหน้าที่รัฐขี้ฉ้อ “นายกฯ” เรียกถกหน่วยงาน ความมั่นคง อุบลงดูพื้นที่เกิดเหตุหรือไม่ไฟใต้ลุกโชนยากเกินควบคุม โจรใต้เหิมเกริมประกาศศักดา ตบหน้ารัฐบาลและหน่วยงานความมั่นคงฉาดใหญ่ สั่งกลุ่มแนวร่วมแบ่งแยกดินแดน BRN ระดมแก๊งโจรผ้าถุงนับร้อยคน ที่ได้รับการฝึกก่อการร้ายจากประเทศในคาบสมุทรมลายูและตะวันออก กลาง ก่อวินาศกรรมพร้อมกัน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งลอบเผา วางระเบิด ทำร้ายผู้บริสุทธิ์ ทำลายทรัพย์สินทางราชการและเอกชน สร้างความ หวาดกลัวให้ชาวบ้าน ในพื้นที่ ส่งผลกระทบต่อธุรกิจและการลงทุน ทำบ้านเมืองไร้ขื่อแป เจ้าหน้าที่รัฐหมดปัญญาบังคับใช้กฎหมาย ผลาญงบประมาณ ทิ้งไปฟรีๆ ปีละหลายหมื่นล้านบาท แต่สถานการณ์กลับเลวร้ายลงเรื่อยๆ บรรยากาศในพื้นที่ใกล้เป็นแดนมิคสัญญีเข้าไปทุกทีป่วนนราธิวาส 13 อำเภอจ.นราธิวาส ตั้งแต่ช่วงเวลา 20.15 น. วันที่ 22 ส.ค. ถึงเที่ยงคืนเศษวันที่ 23 ส.ค. มีสมาชิกกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงได้วางแผนนัดแนะก่อเหตุร้ายลอบวางระเบิด เผายางรถยนต์ และปล้นทรัพย์หลายจุดพร้อมกัน ต่อมาศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือเยียวยาฯจังหวัดนราธิวาส รายงานสถานการณ์ความไม่สงบเกิดขึ้น ในพื้นที่ 13 อำเภอ รวม 40 จุด ทรัพย์สินของทางราชการและเอกชนได้รับความเสียหายหลายรายการ ยังไม่สามารถประเมินมูลค่าความเสียหายได้ ลักษณะเหตุการณ์ส่วนใหญ่เป็นการลอบวางระเบิด วางเพลิง เผายางรถยนต์ และใช้อาวุธปืน ส่งผลกระทบต่ออาคารราชการ เสาไฟฟ้า เสาสัญญาณ สถานประกอบการ ยานพาหนะ และเส้นทางคมนาคมบางพื้นที่ มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 ราย เกิดเหตุในพื้นที่ อ.จะแนะ 1 ราย และ อ.เมืองนราธิวาส 2 ราย ทั้งหมดอยู่ระหว่างรักษาตัวที่ รพ.นราธิวาสราชนครินทร์เคอร์ฟิวห้ามออกนอกบ้านหลังเกิดเหตุ พล.ต.ยอดอาวุธ พึ่งพักตร์ ผบ. ฉก.นราธิวาส ได้ใช้อำนาจตามกฎอัยการศึก ประกาศ “เคอร์ฟิว” ห้ามบุคคลออกนอกเคหสถานทั่วพื้นที่ จ.นราธิวาส เพื่อเปิดทางให้เจ้าหน้าที่เข้าควบคุมสถานการณ์และรักษาความปลอดภัยประชาชน กำหนด ห้ามออกนอกเคหสถาน ตั้งแต่เวลา 22.15 น. วันที่ 22 ส.ค.69 ถึงเวลา 06.00 น. วันที่ 23 ส.ค.69 กรณีมีเหตุจำเป็นเร่งด่วน ต้องขออนุญาตจากทหาร ตำรวจ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองในพื้นที่ พร้อมให้อำนาจทหารดำเนินมาตรการด้านความมั่นคง ทั้งการตรวจค้น การควบคุมพื้นที่และการดำเนินการตาม พ.ร.บ.กฎอัยการศึก พ.ศ.2457 ตามความเหมาะสมของสถานการณ์ ขณะที่ฝ่ายพลเรือนให้สนับสนุนการปฏิบัติของทหารในการรักษาความสงบเรียบร้อย“ระแงะ” เผา อบต.—รถกระบะจ.นราธิวาส มีพื้นที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดคือ อ.ระแงะ แยกรายละเอียดการก่อเหตุคือ อำเภอ ระแงะ 8 จุด เริ่มที่คนร้ายกว่า 10 คน ถือปืนบุกจับตัว รปภ.มัดมือ วางเพลิงเผาที่ทำการ อบต.บองอ หมู่ 9 ต.บองอ และปล้นรถกระบะมิตซูบิชิ ไทรทัน 4 ประตู สีดำ ทะเบียน นธ 2474 นราธิวาส ไป 1 คัน นำไปเผาทำลายทิ้งบริเวณสวน 10 ไร่ บ้านย่อยบ้านจุฬาภรณ์พัฒนา 5 ต.บองอ อ.ระแงะ, ยิงปืนใส่ศูนย์เด็กเล็กบ้านบูเก๊ะปือเราะห์ ต.มะรือโบตก อ.ระแงะ, วางระเบิดถนนรอยต่อบ้านกำปงปาเร๊ะ หมู่ 8 ต.มะรือ โบตก กับบ้านกูจิงลือปะ หมู่ 4 ต.เฉลิม อ.ระแงะ จำนวน 2 ลูก, เผายางรถยนต์และวางระเบิดบนถนนบ้านเมาะซาวา ต.บองอ, เผารถแบ็กโฮที่บ้านอาแนโต๊ะอีแต หมู่ 8 ต.บองอ, วางระเบิดก่อนถึงสะพาน เจ๊ะเก ถนนสาย 4055 ต.บาโงสะโต วางระเบิดบนถนนสาย 4056 บ้านลูโบ๊ะดีแย รอยต่อบ้านป่าไผ่ ต.ตันหยงลิมอ อ.ระแงะ เผายางรถยนต์บนถนนบ้านกาเด็ง ต.กาลิซา อ.ระแงะ“ศรีสาคร” วางเพลิงโรงเลื่อยอำเภอศรีสาคร 5 จุด วางระเบิดเสาไฟฟ้าริมถนนสาย 4013 ศรีสาคร-บันนังสตา หมู่ 5 ต.ศรีสาคร, วางเพลิงเผาที่ทำการ อบต.ศรีสาคร หมู่ 5 ต.ศรีสาคร, วางระเบิดเสาไฟฟ้าข้างคอสะพาน ถนนสาย 4013 หมู่ 5 ต.ศรีสาคร, วางเพลิงเผาโรงเลื่อยไม้ไอร์ตืองอ หมู่ 5 ต.ศรีสาคร, เผาเครื่องจักรก่อสร้างและรถแบ็กโฮบริษัทอารีมัง กรุ๊ป ที่บ้านไอร์กือเนาะ หมู่ 5 ต.ศรี บรรพต อ.ศรีสาคร ที่กำลังก่อสร้างสะพานและถนนบึมรถ อบต.บาเจาะ–เสาทรูอำเภอสุไหงโก-ลก 1 จุด วางระเบิดศาลาพักริมทางหน้าสำนักงานขนส่งจังหวัดนราธิวาส สาขาสุไหงโก-ลก หมู่ 7 ต.ปาเสมัส, อำเภอบาเจาะ 2 จุด วางระเบิดรถยนต์จอดในโรงรถ อบต.บาเจาะ หมู่7 ต.บาเจาะ และเผายางรถยนต์บนถนนหมายเลข 42 หัวสะพานฝั่งไปปัตตานี ต.บาเจาะ, อำเภอตากใบ 1 จุด วางเพลิงศาลาที่พักผู้โดยสารริมถนนสายตากใบ-นราธิวาส ทางเข้าโคกไม้เรือ หมู่ 5 ต.ไพรวัน, อำเภอเจาะไอร้อง 3 จุด ยิงหม้อแปลงไฟฟ้า และเผายางรถยนต์บนถนน หมู่ 9 ต.บูกิต, เผายางรถยนต์บนถนน หมู่ 9 ต.มะรือโบออก และวางระเบิดเสาสื่อสารโทรศัพท์เครือข่ายทรู หมู่ 2 ต.จวบ อ.เจาะไอร้อง, อำเภอสุไหงปาดี 4 จุด เป็นเสียงระเบิดยังไม่ทราบจุดเผายางรถสร้างสถานการณ์อำเภอยี่งอ 2 จุด เผายางรถยนต์บนถนนสาย 4066 (ทางไปสนามบิน) บ้านตะโละมีญอ หมู่ 1 ต.ตะปอเยาะ และเผายางรถบนถนนหมายเลข 42 (ขาเข้า อ.เมืองนราธิวาส) บ้านปูตะ ม.3 ต.ละหาร อ.ยี่งอ, อำเภอแว้ง 2 จุด เผายางรถบนถนนสี่แยกทางเข้าหมู่บ้านบางขุด หมู่ 1 ต.ฆอเลาะ และยิงปืนขึ้นฟ้าข่มขู่หลายนัด, วางระเบิดเสาไฟฟ้าริมถนนบ้านบูเก๊ะตา หมู่ 2 ต.โละจูด อ.แว้ง, อำเภอสุไหงปาดี 2 จุด เผายางรถบนถนนบ้านสือแด หมู่ 7 ต.สากอ รอยต่อ ต.ริโก๋ อ.สุไหงปาดี, เผายางรถบนถนนสายบายพาสบ้านไอบาตู หมู่ 4 ต.โต๊ะเด็ง อ.สุไหงปาดี, อำเภอสุคิริน 1 จุด วางระเบิดเสาไฟฟ้าริมถนนสายสุคิริน-จะแนะ บ้านลือโบ๊ะลาเซาะ หมู่ 1 ต.ร่มไทร อ.สุคิริน, อำเภอรือเสาะ 3 จุด เผาเสาสื่อสารทรู ริมถนนรือเสาะ-สามัคคี บ้านกาโดะ หมู่ 4 ต.รือเสาะ, วางระเบิดเสาไฟฟ้าริมถนน 4060 จำนวน 2 ต้น ที่บ้านจือแร หมู่ 3 ต.สาวอ และวางเพลิงโรงโม่ปูน รอยต่อบากงและนาโอน ต.รือเสาะ อ.รือเสาะถล่มเก๋ง ด.ต.–ครอบครัวเจ็บอำเภอเมืองนราธิวาส 1 จุด วางระเบิดถนนบ้านทำเนียบ หมู่ 6 ต.ลำภู อ.เมืองนราธิวาส ทำให้รถเก๋งโตโยต้า ยาริส ทะเบียน กต 7731 นราธิวาส ที่ด.ต.อุสมาน อูเซ็ง ผบ.หมู่ ป.สภ.สุไหงปาดี ขับมาพาสมาชิกในครอบครัว รวม 4 คน กลับบ้านในพื้นที่ อ.สุไหงปาดี ได้รับความเสียหาย คนในรถได้รับบาดเจ็บ 2 ราย คือ น.ส.โนรฮายาตี ดือเล๊าะ อายุ 46 ปี ญาติด.ต.อุสมาน มีแผลฉีกขาดหน้าอกซ้าย-ขวา และแผลฉีกขาดแขนซ้าย กับนางฟาซีลา อูเซ็ง อายุ 45 ปี ภรรยา ด.ต.อุสมาน มีแผลฉีกขาดต้นขาซ้าย ชุดเฉพาะกิจที่ 932 รีบนำตัวส่ง รพ.นราธิวาสราชนครินทร์“จะแนะ” ยิงวัยรุ่นท้องทะลุอำเภอจะแนะ 9 จุด มีเผายางรถยนต์หน้ามัสยิด หมู่ 4 บ้านรือเปาะ ต.ดุซงญอ, เผายางรถยนต์หน้าร.ร.บ้านรือเปาะ ต.ดุซงญอ, วางเพลิงป้อม ชรบ.เก่า หมู่ 3 บ้านสูแฆ ต.ดุซงญอ, วางเพลิงเผาที่ทำการ อบต.ช้างเผือก หมู่ 2 ต.ช้างเผือก, วางระเบิดโรงงานรับซื้อไม้ยาง บ้านแอแจะ หมู่ 1 ต.ผดุงมาตร, วางระเบิดเสาไฟฟ้าบ้านไอร์กือซา หมู่ 3 ต.ช้างเผือก, วางระเบิดเสาไฟฟ้าก่อนถึงบ้านผู้ใหญ่บ้านบือแต หมู่ 8 ต.จะแนะ, วางระเบิดที่บ้านกาเต๊าะ หมู่ 6 ต.ดุซงญอ, ใช้ปืนยิงประชาชนด้านหลัง ร.ร.พิทักษ์วิทยากุมุง หมู่ 2ต.ช้างเผือก มีผู้บาดเจ็บ 1 รายคือ นายซอและ ดอเลาะ อายุ 21 ปี กระสุนเข้าท้อง 1 นัด ความดันตกส่งตัวไปรักษาที่ รพ.นราธิวาสราชนครินทร์ อาการโคม่าพี่ยันน้องถูกคนใน ฮ.ยิงจริงนายมะตอเฮ ดอเลาะ พี่ชายที่เฝ้าอาการน้องชาย คือนายซอและ ดอเลาะ อายุ 21 ปี ผู้บาดเจ็บจากเหตุถูกยิงเข้าท้อง และอ้างว่าถูกยิงจากเฮลิคอปเตอร์ เล่าเหตุการณ์ว่า พวกตนไปตั้งแคมป์ที่รังมดแดง อ.สายบุรี จ.ปัตตานี ขากลับมานั่งร่วมวงกินข้าวที่ตลาดดุซงญอ ตอน 2 ทุ่ม จากนั้นแยกย้ายกันกลับบ้านพอถึงด่านเจ้าหน้าที่เรียกตรวจแล้วปล่อยไป เมื่อถึงหน้า อบต.ช้างเผือก พบเหตุก่อการร้าย น้องรีบเลี้ยวรถเข้าซอย จู่ๆมีเฮลิคอปเตอร์บินตามรถ จยย.น้องชายจนไปถึงทางโค้ง คนใน ฮ.ใช้ปืนยิงใส่ 1 รอบแต่ไม่โดน น้องขี่รถขึ้นเนิน ฮ.ได้บินไปดักหน้า น้องตกใจจอดรถและยกมือขึ้นเหนือศีรษะ คนใน ฮ.ใช้ปืนยิงใส่กระสุนถูกน้องชายบาดเจ็บ หลังเกิดเหตุน้องชายและเพื่อน 4 คน ขี่รถ จยย.3 คันพากันไป รพ.จะแนะ พร้อมโทร.แจ้งผู้ใหญ่บ้านว่าถูกยิง ก่อนถูกส่งมารักษาต่อที่ รพ.นราธิวาสราชนครินทร์ บึมรางรถไฟสั่งหยุดเดินรถต่อมาเวลา 09.48 น. พ.ต.อ.ศุภชัช ณ พัทลุง ผกก.สภ.ระแงะ จ.นราธิวาส รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่รถไฟตันหยงมัส มีคนร้ายลอบวางระเบิดรางรถไฟ กม.ที่ 1090 อยู่ระหว่างสถานีรถไฟมะรือโบ กับสถานีรถไฟตันหยงมัส อ.ระแงะ แรงระเบิดทำให้หมอนรองรางแบบคอนกรีตได้รับความเสียหาย 2 ท่อน รางเหล็กฉีกขาด พบหลุมระเบิดอยู่ระหว่างหมอนรองรางคอนกรีต เบื้องต้นพบซากชิ้นส่วนระเบิดแสวงเครื่องที่คาดว่าบรรจุใส่ถังแก๊สปิกนิก หนัก 25 กก. ยังไม่ทราบตัวจุดชนวนที่แน่ชัด เจ้าหน้าที่ได้กันพื้นที่ให้หน่วยอีโอดีเข้าตรวจสอบ และ รฟท.ประกาศปิดให้บริการรถไฟทั้งขาขึ้นและขาล่อง รวม 12 ขบวน จนกว่าเจ้าหน้าที่แขวงบำรุงทางตันหยงมัสจะใช้เครื่องจักรกลซ่อมแซมรางแล้วเสร็จปล้น-เผาร้าน 7-11 ย่อยยับจ.ปัตตานี กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า สรุปเหตุการณ์คืนนรกแตก คนร้ายก่อวินาศกรรมหลายจุดพร้อมกัน ระบุว่า จังหวัดปัตตานีเกิดเหตุการณ์ 11 จุด ในพื้นที่ 6 อำเภอ คือ อ.ยะรัง 3 จุด, อ.ยะหริ่ง 2 จุด, อ.หนองจิก 3 จุด, อ.สายบุรี 1 จุด, อ.ทุ่งยางแดง 1 จุด, และ อ.โคกโพธ์ 1 จุด ร้ายแรงสุดเป็นร้านเซเว่นอีเลฟเว่น สาขาบางปู ต.บางปู อ.ยะหริ่ง ถูกคนร้ายวางระเบิดเสียหายหนัก สินค้าในร้านถูกเพลิงไหม้ทั้งหมด กระจกแตก ฝ้าเพดานพังถล่ม เครื่องใช้ไฟฟ้าเสียหาย สอบสวนพฤติการณ์เบื้องต้นพบช่วงหัวค่ำคนร้ายไม่น้อยกว่า 10 คน พร้อมปืนยาวและปืนสั้น บุกเข้าไปภายในร้าน ยิงปืนขึ้นฟ้าหลายนัดข่มขู่ สั่งให้ลูกค้าและพนักงานออกจากร้าน จากนั้นเข้าปล้นสินค้าและทรัพย์สิน ก่อนวางระเบิดเพลิงและจุดชนวนจนเกิดระเบิดและเพลิงลุกไหม้อย่างรุนแรง โชคดีไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตa เผารถขยะ-รถน้ำ-วงจรปิดส่วนที่อาคารเทศบาลตำบลตะลุบัน อ.สายบุรี จ.ปัตตานี คนร้ายลอบวางระเบิดและวางเพลิงเผาอาคาร บริเวณชั้น 3 ถูกเพลิงไหม้เสียหายหนัก อำเภอหนองจิก คนร้ายลอบเผารถขยะ 1 คัน รถน้ำดับเพลิง 1 คัน รถกระบะ 1 คัน ของ อบต.บางเขา หมู่ 1 บ้านบางไร่ ต.บางเขา อ.หนองจิก รวมถึงเหตุเผายางรถยนต์ก่อกวน 2 จุด บนถนนสาย 43 ฝั่งขาขึ้นหาดใหญ่ หมู่ 8 ต.บ่อทอง อ.หนองจิก และบริเวณคอสะพานชะเมา บ้านชะเมา อ.โคกโพธิ์ รวมทั้งวางวัตถุต้องสงสัยเป็นถังแก๊สปิกนิก ริมถนน หมู่ 6 ต.น้ำดำ อ.ทุ่งยางแดง ทำลายกล้องวงจรปิดในพื้นที่ ต.น้ำดำ และ ต.ปากู อ.ทุ่งยางแดง รวม 5 จุด เสียหาย 13 ตัว และเผายางรถยนต์บนถนนหมู่ 3 ต.เมาะมาวี อ.ยะรังเผาโรงงานไม้ใกล้ค่ายเขาตูมจุดที่รุนแรงอีกแห่งของ จ.ปัตตานี เกิดเหตุเพลิงไหม้โรงงานแปรรูปไม้ยางพาราขนาดใหญ่เพื่อการส่งออกของบริษัท เซ้าท์เทิร์น เทควู้ด (1993) จำกัด ตั้งอยู่หมู่ 5 ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี เขตรอยต่อกับพื้นที่ อ.เมืองยะลา ไม้ยางพาราจำนวนมากถูกไฟเผาวอด ยังประเมินมูลค่าไม่ได้ นอกจากนี้ยังมีรถยนต์และรถ จยย.ถูกเพลิงไหม้อีกหลายคัน ผู้ประกอบการเจ้าของโรงงานถึงกับท้อแท้หมดกำลังใจ เนื่องจากทุ่มเงินลงทุนสร้างโรงงานแปรรูปไม้เพื่อสร้างงานให้คนในพื้นที่ แต่กลับถูกกลุ่มคนร้ายบุกเข้ามาสร้างความเสียหาย เจ้าหน้าที่รัฐไม่สามารถคุ้มครองความปลอดภัยให้ได้ ทั้งที่โรงงานตั้งอยู่ห่างค่ายสิรินธร (ค่ายเขาตูม) ต.เขาตูม ราว 7 กม. เป็นสถานที่ตั้งศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) และ กอ.รมน.ภาค 4 สน. หน่วยงานหลักดูแลความสงบเรียบร้อยในจังหวัดชายแดนภาคใต้คาดโจรใต้รุ่นใหม่โชว์ฝีมือเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงประเมินว่า รูปแบบการก่อเหตุที่เกิดขึ้นหลายจุด ทั้งการใช้อาวุธ การปล้นทรัพย์ การวางระเบิด วางเพลิง ทำลายระบบกล้องวงจรปิด มีลักษณะสอดคล้องกับการเคลื่อนไหวของกลุ่มก่อความไม่สงบรุ่นใหม่ ที่ถูกฝึกการก่อการร้ายจากกลุ่มติดอาวุธในประเทศแถบคาบสมุทรมลายูและตะวันออกกลาง ต้องการแสดงศักยภาพโชว์ผลงานให้นายทุนจากประเทศเพื่อนบ้านเห็นฝีมือ เบื้องต้นเชื่อว่ากลุ่มที่ก่อเหตุเป็นกลุ่มเดิมที่เคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่ อ.หนองจิก และน่าจะเป็นกลุ่มเดียวกับนายแวอาลี อายุ 30 ปี ที่เพิ่งถูกวิสามัญฯจากเหตุปิดล้อมในพื้นที่หมู่ 6 บ้านปากาลือสง ต.ตุยง อ.หนองจิก เมื่อ 16 มี.ค.69 ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานพิสูจน์ทราบตัวผู้ก่อเหตุ“ยะลา” เผา สนง.ที่ดินธารโตจ.ยะลา สรุปสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ เกิดเหตุลอบวางเพลิงและก่อกวนพร้อมกันหลายจุด รวมทั้งสิ้น 21 จุด ใน 5 อำเภอ หนักที่สุดในพื้นที่อำเภอธารโต 8 จุด ลอบเผาเสาสัญญาณโทรศัพท์ AIS บ้านศรีท่าน้ำ หมู่ 4 ต.ธารโต และบ้านจาเราะแป หมู่ 3 ต.ธารโต, เผาเสาสัญญาณบ้านปูโละสนิแย ต.บ้านแหร, เผายางรถยนต์บนถนนสาย 410, เผากล้องวงจรปิดบ้านบัวทอง หมู่ 2 และบ้านซาไก หมู่ 3 ต.บ้านแหร และสำนักงานพัฒนาที่ดินยะลา สาขาธารโต ถูกคนร้ายลอบวางเพลิงเผาสำนักงานเสียหายหนัก รวมทั้งรถยนต์ของทางราชการวอดอีก 2 คัน เจ้าหน้าที่ รปภ.สถานีพัฒนาที่ดินยะลา สาขาธารโต เล่าว่า คนร้ายไม่ต่ำกว่า 2 คน แต่งกายเลียนแบบเจ้าหน้าที่รัฐ เข้ามาสอบถามว่ามีปืนและโทรศัพท์หรือไม่ จากนั้นงัดประตูสำนักงานเข้าไปจุดไฟเผาพร้อมรถยนต์อีก 2 คัน แต่ไม่ได้ทำร้ายใครจงใจตัดการสื่อสาร–วงจรปิดอำเภอบันนังสตา 6 จุด คนร้ายเผายางรถยนต์บนถนนหน้ากุโบร์บ้านตาเนาะปูเต๊ะ, หน้าโรงไม้ป่าหวัง, สามแยกบ้านเงาะกาโป, หน้า ร.ร.บ้านบาเจาะ, เผากล้อง CCTV สามแยกตันหยง และเผาเสาสัญญาณโทรศัพท์ บ้านทำนบ, อำเภอรามัน 3 จุด เผาเสาสัญญาณโทรศัพท์ หมู่ 1 ต.จะกว๊ะ, เผากล้อง CCTV บ้านปากาซาแม ต.วังพญา และวางวัตถุต้องสงสัยหน้า อบต.ยะต๊ะ อ.รามัน 2 จุด, อำเภอยะหา 1 จุด เผาป้ายโฆษณาเส้นทาง 418 ขาเข้า ใกล้ปั๊มน้ำมัน และเผาเสาสัญญาณโทรศัพท์ หมู่ 5 บ้านควน ต.พร่อน อ.ยะหา, อำเภอกรงปินัง 1 จุด เผาเสาสัญญาณโทรศัพท์เครือข่าย AIS และ True ในพื้นที่บ้านปอเนาะ ต.กาตอง อ.กรงปินังมทภ.4 แจง ฮ.ทหารไม่ได้ยิงพล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะ ผอ.รมน.ภาค 4 สน. เผยกรณีมีกระแสข่าวอ้างว่า ทหารใช้เฮลิคอปเตอร์ไล่ยิงวัยรุ่นได้รับบาดเจ็บว่า คืนเกิดเหตุทหารใช้เฮลิคอปเตอร์และโดรนบินลาด ตระเวนตามเส้นทางต่างๆจริงเพื่อรักษาความปลอดภัย ยืนยันไม่มีการยิงใส่ประชาชนจนได้รับบาดเจ็บแน่นอน ขณะนี้เจ้าหน้าที่เร่งสอบสวนเชิงลึกและพิสูจน์ข้อเท็จจริงตามขั้นตอน เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย และสร้างความกระจ่างให้แก่สังคมชี้กลุ่มทุนเทาลงขันดิสเครดิตพล.ท.นรธิปกล่าวต่อว่า จากการวิเคราะห์ภาพรวมเหตุความรุนแรง คนร้ายไม่ได้มุ่งหวังเอาชีวิตประชาชนหรือข้าราชการเป็นหลัก แต่เจตนาดิสเครดิตการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐ เชื่อว่าส่วนหนึ่งเป็นผลกระทบจากการที่เจ้าหน้าที่เปิดยุทธการกดดันและกวาดล้างสิ่งผิดกฎหมายตามแนวชายแดนอย่างหนักตลอดช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะ “ยุทธการ 90 วัน พิฆาตยาเสพติด” กวาดล้างจับกุมผู้กระทำผิดจำนวนมาก ล่าสุดที่ อ.ยะรัง จ.ปัตตานี เจ้าหน้าที่เข้ายึดบุหรี่เถื่อนได้สูงถึง 2 ล้านมวน พร้อมเงินสดอีก 18 ล้านบาท กลุ่มธุรกิจผิดกฎหมายเหล่านี้มีความเชื่อมโยงกับขบวนการยาเสพติดและเป็นแหล่งเงินทุนหลักในการเรียกเก็บค่าคุ้มครอง มีมูลค่าความเสียหายสะพัดหลายร้อยล้านบาท อาจเป็นชนวนเหตุให้กลุ่มอิทธิพลใต้ดิน “ลงขัน” ก่อเหตุโต้ตอบเจ้าหน้าที่รัฐลั่นไม่ยอม “ซูเอี๋ย” กับคนร้ายแม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวต่อไปว่า สำหรับแนวทางการดำเนินงานหลังจากนี้ ยืนยันจะไม่ยอมความหรือ “ซูเอี๋ย” กับผู้กระทำผิดกฎหมายอาญาแน่นอน ได้สั่งการให้ขยายผลตรวจค้น ออกหมายจับ และเชิญตัวผู้ต้องสงสัยเข้าสู่ศูนย์ซักถามเพื่อทลายเครือข่ายทั้งในและนอกประเทศ นอกจากนี้ยังได้ประสาน ป.ป.ป. เข้ามาตรวจสอบเส้นทางการเงินและกวาดล้างเจ้าหน้าที่รัฐที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการรับผลประโยชน์อย่างถึงที่สุด ในส่วนของผู้เห็นต่างทางการเมือง ยังคงเปิดช่องทางในการพูดคุยตามมาตรการสันติสุข แต่ผู้ที่ก่อเหตุทำร้ายเจ้าหน้าที่และประชาชนจะต้องได้รับโทษตามกฎหมาย พร้อมกันนี้ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการเร่งสร้าง “รั้วชายแดน” เชื่อว่าหากแล้วเสร็จ จะสามารถลดปัญหาการสู้รบและการกระทำผิดกฎหมายข้ามแดนได้อย่างยั่งยืนประชุมถกหน่วยความมั่นคงเมื่อเวลา 08.05 น. ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ดอนเมือง กทม. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ได้เรียกประชุมฝ่ายความมั่นคง ภายหลังคนร้ายก่อเหตุความไม่สงบในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ ช่วงค่ำวันที่ 22 ส.ค. มี พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผบ.ทบ. พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก ในฐานะเลขาธิการ กอ.รมน.เข้าร่วม ขณะที่ พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 ได้โทรศัพท์เข้ามารายงานสถานการณ์ในพื้นที่ให้นายกฯได้รับทราบ นายกฯกำชับให้ดูแลประชาชนที่ได้รับบาดเจ็บ รวมทั้งบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด ใช้เวลาประชุมนานกว่า 1 ชม. ก่อนเดินทางลงพื้นที่ดูปัญหาน้ำท่วม จ.น่านอุบลงพื้นที่ปลายด้ามขวานต่อมาช่วงเที่ยง ที่ศาลาว่าการจังหวัดน่าน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีเหตุความรุนแรงในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ภายหลังร่วมประชุมกับหน่วยงานความมั่นคง นายกฯพยักหน้าพร้อมกล่าวว่า ได้รับทราบสถานการณ์แล้ว พร้อมได้หารือและมีข้อสั่งการไปแล้ว เมื่อถามว่าจะลงพื้นที่ไปด้วยตนเองหรือไม่ นายกฯ ตอบเพียงว่า “ได้มีการดำเนินการอยู่แล้ว” เมื่อถามว่าเป็นห่วงสถานการณ์หรือไม่ นายกฯไม่ได้ตอบคำถาม และหลังลงพื้นที่ติดตามแก้ปัญหาน้ำท่วม จ.น่าน นายกฯมีกำหนดการเดินทางต่อไปที่ จ.อุบลราชธานี เพื่อเยี่ยมทหารที่ได้รับบาดเจ็บจากเหยียบทุ่นระเบิดขาขาดอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่