“ไอติม” ย้ำ “วิทยา คำพวง” แอบอ้างสถาบันฯ ชี้หลักฐานหลายคลิปมัดขบวนการโกง สว. เป็นภารกิจทำเพื่อข้างบนแฉ “โกเกียรติ” อ้างคำสั่งเบื้องบนให้เครือข่ายสีน้ำเงินสกัดสีส้มให้ได้ ไม่ยุใครแจ้งความมาตรา 112 แต่เป็นพฤติกรรมไม่เหมาะสมผนวกหลักฐานอื่นเพียงพอที่ กกต.ต้องส่งฟ้องศาล “มาร์ค” วางคิวร่วม ขยี้ฮั้ว สว.-ไล่บี้ ป.ป.ช.-แก้ รธน. จ่อยื่นร้อง ป.ป.ช.กันพยาน สาวถึงตัวการใหญ่โกงสอบท้องถิ่น “พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข” ประกาศบังคับใช้แล้ว นิรโทษกรรมคดีการเมือง ปล่อยผีม็อบการเมืองทุกขั้ว ไม่รวมคดีมาตรา 112-คดีทุจริต-ความผิดทำให้ผู้อื่น ถึงแก่ความตาย “อดุลย์” เผยโอกาสดีสยบไฟขัดแย้งย้อนหลัง 20 ปี เดินหน้าปรองดอง ม็อบทุกสีเสื้อ 6 พันคนรับอานิสงส์นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน (ปชน.) โพสต์เฟซบุ๊กตอกย้ำพฤติกรรมขบวนการโกง สว. มีหลักฐานจากพยานหลายคลิปบ่งชี้ มีการแอบอ้างสถาบันเบื้องสูง เป็นพฤติกรรมไม่เหมาะสมอันควรเป็นหลักฐานเพียงพอต่อการให้ กกต.สั่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมดในขบวนการไปสู่ศาล“ไอติม” ย้ำ “วิทยา คำพวง” อ้างสถาบันเมื่อวันที่ 23 ส.ค.นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.)โพสต์เฟซบุ๊กว่า พฤติกรรมการอ้างว่า “ทำเพื่อข้างบน” ปรากฏขึ้นมา ให้เห็นหลายครั้ง ในหลักฐานคดีโกง สว. พฤติกรรมดังกล่าวเป็นการแสดงความจงรักภักดีอย่างปกติทั่วไป หรือการจงใจหาประโยชน์จากความศรัทธาของผู้คน เพื่อต่อยอดผลประโยชน์ตนเอง และเพื่อนำมาเป็นเกราะกำบังให้กับการทุจริตของตนเอง 1 สัปดาห์ผ่านไป หลังจากได้นำเสนอคลิปหลักฐานเกี่ยวกับคดีโกง สว. จากโรงแรม B2 รังสิต ที่มีการพูดถึงการทำเพื่อข้างบน แม้เจ้าของเสียงในคลิป นายวิทยา คำพวง นายกเทศมนตรีตำบลโพนสา อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย จะออกมาชี้แจงว่าข้างบนในที่นี้หมายถึง กกต. (และกำหนดการหรือขั้นตอนที่ กกต.กำหนดไว้) แต่ด้วยบริบทของบทสนทนาทั้งหมดในคลิป ผู้คนจำนวน ไม่น้อยกลับตีความว่า นายวิทยากำลังแอบอ้างการทำเพื่อสถาบันฯในการดำเนินการเรื่องการโกง สว.หลายคลิปมัดพฤติกรรมทำเพื่อข้างบน“หากความหมายของนายวิทยาเป็นไปตามที่หลายคนตีความ เหตุการณ์ในคลิปไม่ใช่ครั้งแรกหรือครั้งเดียวที่เราได้ยินถึงพฤติกรรมลักษณะดังกล่าว โดยบุคคลในขบวนการโกง สว. หากรวบรวมและวิเคราะห์จากคำบอกเล่าของพยาน และข้อมูลที่ปรากฏ ต่อสาธารณะ เรารับทราบหรือได้รับแจ้งถึงร่องรอยพฤติกรรมดังกล่าวในหลายกรณี เช่น 1.คลิปเหตุการณ์ที่โรงแรม B2 เกี่ยวกับนายวิทยา [คลิป 1] มีการพูดถึง “ข้างบน” ในคลิปถึง 2 ครั้งว่า 1.เราทำเพื่อข้างบน มันเป็นภารกิจเพื่อข้างบน เข้าใจนะฮะ 2.ปัญหาอะไร ที่เขาทำอะไร มีเกม อย่าไปกลัว เพราะข้างบนท่าน[...] ไม่งั้น กกต.เขาประกาศโมฆะไปแล้ว”ซัด “โกเกียรติ” อ้างคำสั่งเบื้องบนสกัดส้มนายพริษฐ์ระบุด้วยว่า 2.คำบอกเล่าจากพยานบุคคลเกี่ยวกับนายสมเกียรติ เลียงประสิทธิ์ (บิดาของ รมช.มหาดไทย และ 1 ในผู้ถูกกล่าวหา 229 คน) [คลิป 2] “โกเกียรติ” หรือนายสมเกียรติ เป็นบุคคลที่ถูกกล่าวหาโดยพยานหลายคนว่าเป็นหนึ่งในวิทยากร หลักที่เดินสายบรรยาย และนำกิจกรรมจัดทำโพย ตามศูนย์ทำโพยหลายแห่ง 1-2 วัน ก่อนการเลือกระดับประเทศ พยานบุคคลหลายคนยังให้ข้อมูลตรงกันว่าสมเกียรติมักหยิบยกประเด็นเรื่องสถาบันฯ มาเป็นเหตุผลหรือข้ออ้างในการโน้มน้าวหรือกำชับให้ผู้สมัคร สว.ให้ความร่วมมือกับขบวนการและลง คะแนนตามโพย เช่น 1.พยานบุคคลจากนครศรี ธรรมราช (นายมนตรี เฉียบแหลม) เคยให้การไว้บทเวทีวิปฝ่ายค้าน (12 ก.ค.2569) ว่า ณ ศูนย์ทำโพย ที่โรงแรมธาราแกรนด์ จ.ปทุมธานี นายสมเกียรติได้อ้างว่า มีคำสั่งจากเบื้องบนให้เครือข่ายสีน้ำเงินทำทุกทางให้สกัดสีส้มให้ได้ 2.พยานบุคคลจากภูเก็ต (พ.ต.อ.สมยศ สีหาบัว) เคยให้การไว้บนเวทีวิปฝ่ายค้าน ว่า ณ ศูนย์ทำโพยที่โรงแรมธาราแกรนด์ จ.ปทุมธานี นายสมเกียรติได้สั่งให้ผู้สมัครทุกคนใส่เสื้อเหลืองที่มีตราสัญลักษณ์ในวันเลือก เพื่อแสดงถึงความจงรัก ภักดี พยานเล่าว่าได้ลุกขึ้นคัดค้านว่าไม่สมควรดึงสถาบันฯ เข้ามาเกี่ยวข้องกับการเมืองหรือการเลือก สว.ไม่ยุแจ้งความ ม.112 แต่จี้ กกต.ส่งศาลนายพริษฐ์โพสต์อีกว่า 3.คลิปการนิยาม “สว. สีน้ำเงิน” โดยนายศุภชัย โพธิ์สุ อดีตรองประธานสภาฯจากพรรค ภท. และ 1 ในผู้ถูกกล่าวหา 229 คน (คลิป 3) ในการจัดงานแสดงความยินดีกับ สว.ที่ได้รับเลือก นายศุภชัยได้ประกาศต่อหน้าผู้เข้าร่วมอย่างไม่อายใครว่า สว. 3 คนจากจังหวัดนครพนมเป็น สว. “สายสีน้ำเงิน” หรือ “สังกัดสายสีน้ำเงิน” เขาให้นิยามว่าเป็นเพราะสีน้ำเงินเป็นสีของสถาบันและ สว.ดังกล่าวเป็นคนจงรักภักดีต่อสถาบันฯ สังคมบางส่วนคงอดคิดไม่ได้ว่าการแสดงความเคารพและความจงรักภักดีต่อสถาบันของกลุ่มบุคคลนี้ในจังหวะเวลาดังกล่าวอาจเป็นเพียงข้ออ้าง หรือกลยุทธ์จงใจหาประโยชน์จากความศรัทธาของผู้คน เพื่อนำมาต่อยอดผลประโยชน์ตนเอง และเป็นเกราะกำบังให้กับพฤติกรรมที่น่ารังเกียจของตนเอง ผลลัพธ์ที่เราอยากเห็นคงไม่ใช่การที่สังคมรุมเข้าไปแจ้งความเอาผิดผู้มีพฤติกรรมแอบอ้างสถาบัน ด้วยประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 เพราะเห็นว่าในเชิงหลักการ การที่กฎหมายเปิดช่องให้ใครร้องทุกข์กล่าวโทษใครก็ได้ อาจนำไปสู่การกลั่นแกล้งกันทางการเมืองได้ อาจไม่ส่งผลดีในระยะยาวต่อการรักษาระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข แต่หากพฤติกรรมดังกล่าว (หากมีอยู่จริง) เป็นอีกหนึ่งในหลายพฤติกรรมไม่เหมาะสมของขบวนการโกง สว. ประกอบกันแล้วควรเป็นหลักฐานเพียงพอต่อการให้ กกต.สั่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมดในขบวนการ ไปที่ศาลในโทษฐานการทุจริตการเลือก สว.“มาร์ค” จัดคิวขยี้ฮั้ว สว.รื้อ–รธน.-บี้ ป.ป.ช.ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า วันที่ 25 ส.ค.พรรคจะยื่นร่าง พ.ร.บ.ปาล์มน้ำมันและเร่งรัดร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ กฎหมายประกันสังคมและกฎหมายเกี่ยวข้องกับท้องถิ่นเข้าสู่สภาฯ วันที่ 26 ส.ค.จะอภิปราย พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ชี้ให้เห็นการแก้ปัญหาเศรษฐกิจของรัฐบาลใช้เงินกู้ก้อนใหญ่ จนหนี้สาธารณะเกือบชนเพดานแล้ว กำลังมาถึงทางตันเงินช่วยเหลือประชาชนเหลือแค่งวดเดียวต้นเดือน ก.ย. วันที่ 27 ส.ค.จะตั้งกระทู้ถามหรืออาจร่วมกับฝ่ายค้านเสนอญัตติการแก้ปัญหาความรุนแรงในภาคใต้ วันที่ 28-29 ส.ค.จะประชุมร่วมฝ่ายค้าน 3 เรื่องใหญ่ คือฮั้ว สว. กกต.ไม่มีเหตุผลใดจะไม่ส่งเรื่องนี้ให้ศาลฎีกา การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญมีเรื่องเร่งด่วน จำเป็นต้องแก้ไขไปก่อน ไม่ว่าการได้มาของ สว. ไม่ควรเหมือนครั้งที่ผ่านมาอีกต่อไปและอำนาจประธานสภาในการส่งเรื่องไปยังศาลฎีกาตั้งกรรมการไต่สวนอิสระกรณี ป.ป.ช.ปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบ จะเรียกร้องให้ประธานสภาฯอย่างน้อยสุดต้องเปิดเผยชื่อกรรมการกลั่นกรอง และกรอบเวลาชัดเจนว่าจะพิจารณาเสร็จเมื่อไหร่ ส่วนการประชุมอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล แกนนำฝ่ายค้านจะหารือช่วงสิ้นเดือน ส.ค. ยืนยันพรรค ปชป.ร่วมอภิปรายแน่นอน เราจะวางแนวทางและตารางเวลาอย่างไร หลังสภาเปิดจะอภิปรายทั้ง พ.ร.ก.กู้เงิน จากนั้นไม่เกิน 2 สัปดาห์จะเป็นการอภิปรายงบฯปี 70 วาระ 2 และ 3ดักคอฮั้ว สว. กกต.ต้องส่งศาลเท่านั้นเมื่อถามย้ำว่าฮั้ว สว.พูดไว้ตั้งแต่วันเลือกนายกฯแล้วว่ามีรัฐมนตรีเกี่ยวข้องถูกแจ้งข้อกล่าวหาอยู่ในสํานวนของคณะกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 ของ กกต. ข้อเท็จจริงที่พรรค ปชน.ทยอยเปิดมากับข้อมูลที่เรามีอยู่สอดคล้องกันหมด ภารกิจเบื้องต้นต้องการให้ กกต.ส่งเรื่องนี้ไปสู่ศาล จะทำให้การทำหน้าที่ของ กกต. ทำให้เราได้ข้อเท็จจริงเรื่องนี้มากที่สุด ในอดีต กกต.เคยส่งกรณีผู้สมัคร สว. 2 คนคุยไลน์กัน แล้วแลกเปลี่ยนคะแนนกันไปให้ศาลตัดสินว่าผิด ข้อเท็จจริงเปิดเผยมาช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมามีเหตุผลอะไรที่ กกต.จะไม่ส่งเรื่องนี้ให้ศาลพิพากษายื่น ป.ป.ช.กันพยานสาวตัวใหญ่โกง สถ.นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า การทุจริตสอบท้องถิ่นทำเป็นขบวนการใหญ่ มีผู้บงการเป็นผู้มีอำนาจและมีเครือข่ายกว้างขวาง จะสาวถึงผู้บงการตัวจริงได้หรือไม่หรือตัดตอน คนทำความผิดจ่ายเงินสอบเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่น มีข้อมูลสำคัญว่านายหน้า คนติดต่อแต่ละส่วนเป็นใคร อยากให้ข้อมูลข้อเท็จจริงสาวถึงตัวการใหญ่แต่กังวลจะถูกดำเนินคดีหรือไม่ กฎหมาย ป.ป.ช.มาตรา 135 ระบุกันบุคคลเหล่านี้ไว้เป็นพยานได้ กรณีทำผิดแต่ไม่ใช่ตัวการสำคัญ เวลา 10.00 น. วันที่ 24 ส.ค.จะไปยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช.ขอให้มีนโยบายประกาศชัดเจนถึงมาตรการกันพยานอย่างไรชี้เครือข่ายใหญ่ไม่เชื่อทำแค่ระดับกรมเมื่อถามว่า พยานมีมากน้อยแค่ไหน นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ยังไม่สามารถระบุจำนวนได้ แต่มีทั้งที่ติดต่อมาโดยตรงจำนวนหนึ่ง พรรคพร้อมประสานนำพยานไปให้ข้อมูลต่อ ป.ป.ช.ควรเร่งกำหนดความชัดเจน พิจารณาให้สิทธิแก่กลุ่มบุคคลที่เข้าให้ข้อมูลเป็นกลุ่มแรกๆก่อน ข้อมูลพยานจะไปถึงบุคคลระดับรัฐมนตรีหรือไม่ ต้องอยู่ที่ ป.ป.ช.จะสร้างความมั่นใจตรงนี้ได้อย่างไร เว้นเสียแต่ว่า ป.ป.ช.บอกว่ามีความพร้อมอยู่แล้ว ทำได้อยู่แล้วเป็นอีกเรื่องหนึ่ง วันนี้ไม่ได้พาดพิงใคร ดูง่ายมากนึกภาพว่าขนาดและจำนวนบุคคล และพื้นที่เกิดเรื่อง คงเป็นไปไม่ได้ที่จะเป็นเรื่องของคนระดับเล็กๆ แม้กระทั่งผู้บริหารระดับสูงในระบบราชการ ไม่เชื่อว่าจะกล้าหรือมีศักยภาพทำสิ่งเหล่านี้ทุจริต สถ.—โกง สว.—เขากระโดงเขย่า รบ.วันเดียวกัน นิด้าโพลเปิดเผยผลการสำรวจประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค รวมทั้งสิ้น 1,310 หน่วยตัวอย่าง เรื่อง “ปัญหามากมาย จะรอดไหมเนี่ย” ระหว่างวันที่ 18-20 ส.ค. เมื่อถามถึงประเด็นที่อาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพรัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ พบว่าร้อยละ 62.75 ระบุการทุจริตการสอบเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่น ร้อยละ 55.88 การถูกกล่าวหาคดีฮั้ว สว.ร้อยละ 42.29 การโดน สส.ตรวจสอบคดีเขากระโดง ด้านการรับมือประเด็นที่อาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพรัฐบาล ร้อยละ 39.69 ระบุว่าจะสามารถรับมือได้บางประเด็น ร้อยละ 31.99 ไม่สามารถรับมือได้เลย ร้อยละ 16.26 สามารถรับมือได้ทั้งหมด ส่วนความอยู่รอดของรัฐบาล เกี่ยวกับประเด็นที่อาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพ ร้อยละ 37.86 ระบุว่าจะไม่รอดแน่ๆ ร้อยละ 26.03 รอด แต่จะบอบช้ำมาก ร้อยละ 17.94 รอด แต่จะบอบช้ำเล็กน้อย เมื่อถามถึงความคิดเห็นเกี่ยวกับการที่นายอนุทินก้มกราบที่ตักนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ร้อยละ 41.45 ระบุว่า เป็นแค่การแสดงความเคารพของผู้น้อยที่มีต่อผู้ใหญ่ ร้อยละ 29.62 เป็นแค่ฉากดราม่าทางการเมือง ร้อยละ 21.60 ระบุว่าการเมืองไม่มีมิตรแท้และศัตรูที่ถาวรปชช.อยากฟังขยี้ ศก.ปากท้อง—โกง สถ.ขณะที่สวนดุสิตโพลสำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ จำนวน 1,267 คน เรื่อง “ประชาชนกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล” วันที่ 18-21 ส.ค. ผลการสำรวจพบว่า ร้อยละ 38.28 ค่อนข้างสนใจติดตามการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลที่กำลังจะมีขึ้น โดยเรื่องที่อยากให้มีการอภิปรายมากที่สุด ร้อยละ 80.58 คือ การแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ปากท้อง รองลงมา ร้อยละ 54.54 ทุจริตสอบท้องถิ่นและร้อยละ 53.59 ปัญหาพลังงานและราคาพลังงาน ทั้งนี้ ร้อยละ 54.30 ไม่เชื่อว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจจะช่วยตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลได้ สำหรับสิ่งที่อยากเห็นภายหลังการอภิปรายร้อยละ 56.99 ต้องการให้มีการตรวจสอบข้อกล่าวหาอย่างต่อเนื่องจริงจัง และร้อยละ 50.28 เห็นว่าสถานการณ์การเมืองไทยโดยรวมหลังจากการอภิปรายนี้ ไม่น่าจะเปลี่ยนแปลงประกาศใช้ พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฯวันเดียวกัน เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข 2569 พระบาทสมเด็จ พระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าการสร้างเสริมสังคมสันติด้วยการนิรโทษกรรมให้แก่ผู้ที่เข้าร่วมชุมนุมทางการเมืองหรือแสดงออกทางการเมืองอันมีมูลเหตุมาจากความขัดแย้งหรือแรงจูงใจทางการเมือง ซึ่งได้กระทำตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.48 ถึงวันที่ 16 ก.ค.68 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตรา พ.ร.บ.ขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของรัฐสภา โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการย้อนหลัง 20 ปีเดินหน้าปรองดองผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามบัญชีแนบท้าย 31 ฐานความผิด ระบุเหตุผลการประกาศใช้เนื่องจากตลอดเกือบ 20 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยเกิดการแตกแยกความแตกแยกความคิดทางการเมือง แบ่งแยกเป็นฝักเป็นฝ่าย ประชาชนผลัดกันชุมนุมทางการเมืองต่อต้านรัฐบาลฝ่ายตรงข้ามอย่างต่อเนื่องตลอด ทำให้รัฐบาลยกระดับประกาศและบังคับใช้กฎหมายควบคุมการชุมนุมทางการเมืองอย่างเข้มงวด ส่งผลให้การชุมนุมทางการเมืองหรือการแสดงออกทางการเมืองของประชาชนกลายเป็นการกระทําผิดต่อกฎหมาย นำไปสู่การเผชิญหน้าระหว่างประชาชนและเจ้าหน้าที่รัฐ นำไปสู่การสลายการชุมนุมจนบาดเจ็บล้มตาย และยังมีผู้เข้าร่วมชุมนุมหรือเข้าร่วมแสดงออกโดยบริสุทธิ์จำนวนมากถูกจับกุม ดำเนินคดีทั้งแพ่งและอาญา ทั้งที่มิใช่มีเจตนาชั่วร้ายหรือเจตนากระทำผิดอาญา สร้างความเสียหายต่อประเทศทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงของชาติ ดังนั้น จึงสมควรให้คนเหล่านี้พ้นจากความรับผิดตามกฎหมาย ปราศจากมลทินมัวหมอง เพื่อให้โอกาสประชาชนและสังคมไทยกลับมาอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข สมัครสมานสามัคคี ปรองดองของคนในชาติอีกครั้ง เดินหน้าร่วมฟื้นฟูประเทศ รวมถึงส่งเสริมสิทธิมนุษยชนและสิทธิพลเมืองตามระบอบประชาธิปไตย อันเป็นการรักษาคุ้มครองศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ด้วย จะทําให้สังคมไทยกลับมาอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข ร่วมแรงร่วมใจกันเป็นหนึ่งเดียว เพื่อสร้างเสริมสังคมสันติสุขและร่วมกันพัฒนาประเทศชาติ ให้มีความเจริญอย่างมั่นคงและยั่งยืนสืบไป จึงจำเป็นต้องตรากฎหมายดังกล่าว“อดุลย์” ชี้ยกเว้นคดีโกง-112-ฆ่าคนตายด้านนายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 ให้สัมภาษณ์ว่า ถือเป็นโอกาสที่ดีประเทศไทยเดินหน้าเข้าสู่การปรองดอง เพื่อร่วมกันฟื้นฟูบ้านเมือง กฎหมายไม่นิรโทษกรรมแก่ผู้กระทำความผิดฐานทุจริต ความผิดที่ทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และการกระทำความผิดอาญา มาตรา 112 จะมีการตั้งคณะกรรมการสร้างเสริมสันติสุข มีนายกฯหรือรองนายกฯเป็นประธาน มีหน้าที่และอำนาจวินิจฉัยชี้ขาดการได้รับนิรโทษกรรมจากผู้ที่มีประโยชน์เกี่ยวข้อง กำหนดให้มีการประชุมคณะกรรมการฯครั้งแรกภายใน 30 วันนับตั้งแต่วันที่ พ.ร.บ.มีผลบังคับใช้ และต้องดำเนินการให้เป็นไปตาม พ.ร.บ.ฉบับนี้ให้เสร็จสิ้นภายใน 180 วันนับแต่วันที่ประชุมครั้งแรก กรณีเห็นว่าไม่อาจดำเนินการให้แล้วเสร็จได้ภายในกำหนด ให้ขยายเวลาออกไปได้อีก 2 ครั้ง ครั้งละไม่เกิน 90 วัน ทุกเสื้อสี 6 พันคนได้รับอานิสงส์นายอดุลย์กล่าวว่า ส่วนผู้ที่จะได้รับสิทธินิรโทษกรรมตามเงื่อนเวลาและคดีที่กำหนด ทั้งคดีต่างๆที่อยู่ในชั้นพนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ รวมถึงผู้ต้องโทษตามคำพิพากษาก่อนวันที่ พ.ร.บ.ฉบับนี้มีผลบังคับใช้พ้นจากความผิดหรือได้รับการปล่อยตัว และยังทำให้ไม่ต้องรับผิดทางแพ่งต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่หน่วยงานของรัฐ ดูภาพรวมแล้วจะมีคนได้รับนิรโทษกรรมประมาณ 6 พันคน ส่วนใหญ่เป็นเสื้อสีส้ม อีกครึ่งหนึ่งเป็นกลุ่มเสื้อเหลือง เสื้อแดงและ กปปส.อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่