“นายกฯ” ออกแถลงการณ์บังคับใช้กฎหมายเข้มข้นทุกฉบับทุกมาตรา โอดจริงใจแก้ปัญหา แต่สถานการณ์ไม่เบาลง โฆษก รบ.ปัดไม่ได้ข่มขู่ แต่ผ่อนคลายให้ไร้ผล จำเป็นต้องเด็ดขาด “กลุ่มราษฎร” โต้เดือดนี่คือการประกาศสงครามกับ ปชช. กร้าวไม่มียอมจำนน “ทัตเทพ” ซัด รบ.ใช้นิติสงครามเต็มรูปแบบ “ชลธิชา” จวกธาตุแท้จ่อประเคนข้อหา ม.112 “อานนท์” ปลุก ขรก.เลือกข้าง ลั่นพร้อมยกระดับชุมนุมขั้นสูงสุด “ก้าวไกล” ซัดเผด็จการขี้ขลาด ก่อสงครามกับคนเห็นต่าง พท.เตือนยิ่งขู่ยิ่งรุนแรง ผลักผู้ชุมนุมลงถนน “ปิยะ” ลั่นถ้าเข้าข่ายคืนชีพ ม.112 เชือด ชี้เหตุปะทะหน้าสภา คาดการ์ดฝั่งราษฎรเปิดฉากยิง “วีระ” แฉไม่เนียนมีหลักฐานชัดจัดฉากป้ายสีม็อบเด็ก จี้ล่าชายชุดชมพูแทรกซึมข้ามฝั่งทำท่าเล็งปืนใส่ม็อบเหลือง “สุชาติ” โบ้ยไม่ได้ส่งลูกน้องมาป่วน อ้างคนเมืองชลฯป้องกันตัวเองทั้งถูกปืนยิง มีดฟันหัวการเมืองไทยเข้าสู่ภาวะตึงเครียดยิ่งขึ้นทุกขณะ หลังจากที่ประชุมร่วมรัฐสภาตีตกร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนหรือไอลอว์ เกิดเหตุปะทะ ระหว่างม็อบ 2 ขั้วหน้ารัฐสภา เมื่อวันที่ 17 พ.ย. จนกลุ่มราษฎรยกระดับนัดชุมนุมใหญ่วันที่ 25 พ.ย.หน้าสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ออกแถลงการณ์เพิ่มความเข้มข้นในการบังคับใช้กฎหมายทุกฉบับทุกมาตรา“บิ๊กตู่” ชี้สถานการณ์ไม่มีท่าทีเบาลงเมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 19 พ.ย. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหมออกแถลงการณ์ มีใจความว่า จากสถานการณ์การชุมนุมในห้วงที่ผ่านมา ซึ่งรัฐบาลและทุกฝ่ายกำลังร่วมกันหาทางออกโดยสงบและสันติ บนพื้นฐานของกระบวนการตามกฎหมาย และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ดังกล่าวยังไม่มีท่าทีที่จะบรรเทาลง แม้รัฐบาลได้แสดงความจริงใจในการแก้ปัญหา โดยหน่วยงานด้านความมั่นคงได้ใช้ความ พยายามปฏิบัติหน้าที่ในการรักษาความสงบเรียบร้อย รวมทั้งติดตาม และประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ดำเนินการต่างๆตามหลักสากล ด้วยความระมัดระวัง โดยตั้งอยู่บนพื้นฐานของการรักษาบรรยากาศของความรักความสามัคคีปรองดองของทุกคนในชาติ เพื่อรักษาผลประโยชน์ของบ้านเมือง และประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศเป็นสำคัญจำเป็นใช้ ก.ม.ทุกฉบับทุกมาตราเข้มข้นแถลงการณ์ของนายกฯ ระบุอีกว่า ปัจจุบันสถานการณ์ยังไม่คลี่คลายไปในทิศทางที่ดีนัก และมีแนวโน้มจะพัฒนาไปสู่ความขัดแย้ง นำไปสู่ความรุนแรงมากยิ่งขึ้น หากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไปอาจเกิดความเสียหายต่อประเทศชาติ และสถาบันอันเป็นที่รักยิ่ง รวมทั้งความสงบสุขปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนโดยทั่วไป รัฐบาลและหน่วยงาน ด้านความมั่นคง จึงจำเป็นต้องเพิ่มความเข้มข้นในการปฏิบัติ โดยจะบังคับใช้กฎหมายทุกฉบับ ทุกมาตราที่มีอยู่ ดำเนินการต่อผู้ชุมนุมที่กระทำความผิด ฝ่าฝืนกฎหมาย เพิกเฉยต่อการเคารพสิทธิเสรีภาพของบุคคลอื่น โดยจะดำเนินคดีต่างๆให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมของประเทศ ที่สอดคล้องกับหลักการสากล จึงขอแจ้งมาเพื่อทราบโดยทั่วกัน แจงผ่อนคลายไร้ผลจำเป็นต้องเฉียบนายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่า ที่ผ่านมารัฐบาลผ่อนคลายมาตรการหลายส่วนแล้ว แต่การชุมนุมไม่ได้สงบเหมือนที่กล่าวอ้าง มีแนวโน้มว่าหลังจากนี้จะมีผู้เห็นต่าง ออกมาชุมนุมกันมากขึ้นจนนำไปสู่การเผชิญหน้า เหมือนเหตุการณ์หน้าอาคารรัฐสภาเมื่อวันที่ 17 พ.ย.จนเจ้าหน้าที่ต้องเข้าระงับเหตุ ดูแลผู้บาดเจ็บ นอก เหนือจากดูแลความปลอดภัยพื้นที่ ดังนั้น เพื่อให้สังคมกลับมาสู่ความสงบเรียบร้อยโดยเร็ว เมื่อรัฐบาลผ่อนคลายมาตรการแล้วไม่เป็นผล จึงจำเป็นต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น ส่วนการบังคับใช้กฎหมายจะเป็นอย่างไรเจ้าหน้าที่ตำรวจคงชี้แจงออกมา ขอให้ผู้ชุมนุมปฏิบัติตามสิ่งที่เจ้าหน้าที่ตำรวจชี้แจงอ้อมโลกไม่กล้าพูดงัด ม.112 เชือดเมื่อถามว่าบางฝ่ายมองเหมือนข่มขู่ผู้ชุมนุม นายอนุชาตอบว่า รัฐบาลไม่มีเจตนาข่มขู่ เพียงแต่ต้องการให้เหตุการณ์สงบโดยสันติภายใต้กรอบของกฎหมายเท่านั้น เมื่อถามว่าการชุมนุมมีการใช้ถ้อยคำรุนแรงเกี่ยวกับสถาบัน และมี ส.ว.บางส่วนบอกควรใช้กฎหมายอาญามาตรา 112 ดำเนินการได้แล้ว จากแถลงการณ์ดังกล่าวจะถึงขั้นนำมาตรา 112 มาดำเนินการหรือไม่ นายอนุชากล่าวว่า แถลงการณ์ดังกล่าวเป็นการพูดถึงการบังคับใช้กฎหมายในภาพรวม ขอให้ผู้ชุมนุมหลีกเลี่ยงการกระทำผิด รัฐบาลไม่ปิดกั้นการแสดงออก แต่ขอให้ชุมนุมภายใต้กฎหมายอย่างสงบ หลีกเลี่ยงการกระทำใดที่กระทบความรู้สึกประชาชนส่วนใหญ่และสิทธิเสรีภาพบุคคลอื่น เมื่อถามว่าวันนี้รัฐบาลเป็นจำเลยปล่อยให้ม็อบชนม็อบ นายอนุชากล่าวว่า จึงต้องบังคับใช้กฎหมายให้เป็นไปตามบทบัญญัติที่มีอยู่ ส่วนที่กลุ่มราษฎรประกาศนัดชุมนุมใหญ่อีกครั้งวันที่ 25 พ.ย.หน้าสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ขอยังไม่พูดถึงจุดนี้ ขอแค่สถานการณ์ปัจจุบันก่อน “เฮ้ง” โบ้ยไม่ได้ส่งลูกน้องปะทะเดือดนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ในฐานะ ส.ส.ชลบุรี พรรคพลังประชารัฐ กล่าวชี้แจงถึงกรณีโลกโซเชียลตั้งข้อสังเกตกลุ่มคนเสื้อเหลืองในเหตุปะทะกับกลุ่มราษฎรเมื่อวันที่ 17 พ.ย.เป็นคนสนิท มีภาพถ่ายร่วมกันอย่างสนิทสนมว่า ภาพที่ออกไปเป็นภาพจริงเพราะเป็นผู้แทน จ.ชลบุรี คนมางานวันเกิดเราเป็นหมื่นๆคน ใครมาดีกับเราก็ถ่ายรูปด้วย แต่ถามว่ารู้จักคนทั้งหมดไหมในภาพเราไม่รู้จักทุกคนหรอก ถามว่าเป็นลูกน้องเราไหมต้องบอกว่าไม่ใช่ เพราะไม่ได้เป็นนักการเมือง ไม่มีตำแหน่งทางการเมือง ไม่เคยได้รับเงินเดือนจากตนและตนไม่ได้เลี้ยงเขา คนที่อยู่ในรูปที่เห็นก็ไม่ได้อยู่ในตำบลในเขตตน ไม่เคยกากบาทเลือกตนสักครั้ง แล้วจะมาเป็นหัวคะแนนตนได้อย่างไรอ้างป้องกันตัวถูกปืนยิง มีดฟันหัวนายสุชาติกล่าวอีกว่าส่วนที่ไปวันที่ 17 พ.ย.รู้จักบ้างเป็นร้อยแต่เขาไปกันเอง ถ้าจ้างไปถามว่าด้วยความสัตย์จริงเขาจะยอมโดนเอาปืนไล่ยิงหรือไม่ ภาพที่ออกมาก็เยอะแยะว่าโดนปืนยิง โดนมีดฟันโดนแทง โดนหินทุบหัว ถามว่าถ้าถูกจ้างเขาจะยอมตายไหม จะสู้ตายไหม แต่นี่เขาสู้เพื่อปกป้องคนที่เขาพาไป พ่อแม่ ลูกหลานของเขา เป็นการป้องกันตัวจากที่โดนขับรถน้ำพุ่งเข้ามา ไปดูได้จากสื่อที่ถ่ายทอดสด มีเสียงปืนยิงมา ส่วนที่มีข่าวว่าจับคนเสื้อเหลืองมีอาวุธปืน .38 เป็นคนชลบุรีที่ไหน ดูจากเอกสารที่ออกมาทางสื่อเป็นคน กทม. แล้วจะมาเหมารวมได้อย่างไร การชุมนุมตามสิทธิเสรีภาพควรอยู่ในสิทธิที่ทำตามกฎหมาย ไม่ใช่มาทำร้ายกัน เขามาปกป้องสถาบัน “สิระ” ด่ายับม็อบถ่อยยั่วเปิดเกมแรงนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงการชุมนุมของกลุ่มราษฎร หน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่า การกระทำของกลุ่มผู้ชุมนุม 2 วันที่ผ่านมาเป็นพฤติกรรมเลวถ่อย นี่คือการชุมนุมโดยอหิงสารักสงบหรือไม่ เกิดจากแกนนำและผู้ชุมนุมบางคนพยายามก่อจลาจล ยั่วยุเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้กำลังปราบปราม คาดหวังอยากให้มีคนตาย จะใช้ศพเรียกร้องประชาธิปไตย โยนความผิดให้เจ้าหน้าที่ กล่าวหาว่ารัฐใช้ความรุนแรงควบคุมม็อบ ต้องย้อนกลับไปดูการกระทำของผู้มาชุมนุมว่าทำอะไรกับเจ้าหน้าที่ตำรวจก่อน การชุมนุมหลายครั้งไม่ขออนุญาตอย่างถูกต้อง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงต้องดูแลอย่างเข้มงวด ถ้าปล่อยให้ทำแบบนี้จะเกิดความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ สุดท้ายจะมีคนตายสมใจ บรรดาอีแอบข้างหลังม็อบ ขอฝากไปถึงผู้ปกครองเด็กที่มาชุมนุมว่าการชุมนุมตอนนี้เห็นชัดแล้วว่ามีความไม่ปลอดภัยอย่างมาก หากบุตรหลานท่านได้รับบาดเจ็บจากการชุมนุม อย่ามาเรียกร้องทีหลัง “เสรี” ยุใช้ ม.112 กำราบม็อบให้เด็ดขาดนายเสรี สุวรรณภานนท์ ส.ว. กล่าวว่า ขอเรียกร้อง รัฐบาลและเจ้าหน้าที่ต้องจริงจังกับการบังคับใช้กฎหมาย เลิกคิดจะปรองดองกับคนจาบจ้วงใส่ร้าย ดูหมิ่นด่าทอ สร้างความแตกแยกทำลายชาติ สถาบัน ความมั่นคงและเศรษฐกิจ ทำผิดกฎหมายมากมาย และรุนแรงขึ้นทุกวัน บ้านเมืองเป็นเช่นนี้เพราะการให้โอกาสแก้ปัญหาร่วมกันอย่างสันติวิธี แต่ยิ่งนานวันคนพวกนี้กลับฮึกเหิม ก้าวร้าว หลงตัวเองคิดว่าเป็นผู้ยิ่งใหญ่จะแสดงออกพูดจาอะไรก็ได้ คิดจะใช้กฎหมู่อยู่เหนือกฎหมาย ถึงเวลาที่จะบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังเสียที หากปล่อยให้มีพฤติกรรมเช่นนี้ต่อไปจะเกิดกลียุค บ้านเมืองไม่สงบเรียบร้อย ชาวบ้านเรียกร้องให้รัฐบาลและเจ้าหน้าที่บ้านเมืองดำเนินการกับคนทำผิดคิดร้ายกับบ้านเมืองและสถาบัน ต้องเอาประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 มาใช้บังคับอย่างจริงจัง ก่อนชาวบ้านจะออกมาจัดการกันเอง มิฉะนั้นบ้านเมืองจะไม่สงบ อย่าไปกลัวพวกทำผิดกฎหมาย “สุวพันธุ์” เตือนม็อบเดินสู่ทางเสื่อมนายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ ส.ว.ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการพิทักษ์และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ วุฒิสภา กล่าวว่า ปัจจุบันต้องช่วยกันพิจารณาว่าได้เดินมาถึงจุดที่พ้นความชอบธรรมในการเรียกร้องทางการเมืองไปแล้วหรือไม่ การปราศรัยของแกนนำบนเวทีหรือข้อเขียนชี้นำผ่านโซเชียลมีเดีย ทั้งชี้นำ ยุยง ดูหมิ่นจาบจ้วงสถาบันฯ มิใช่การปฏิรูปหรือการวิพากษ์วิจารณ์ด้วยความเคารพ สร้างสรรค์ แท้จริงแล้วเขากำลังพาอนาคตของชาติไปผิดทาง พาเดินไปในทางเสื่อมมากกว่าทางที่ดี “ก้าวไกล” อัด รบ.โจรแถลงการณ์เฮงซวยนายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม. โฆษกพรรคก้าวไกล กล่าวถึงแถลงการณ์ของนายกฯว่าเป็นแถลงการณ์ที่เฮงซวยสมกับที่ออกมาจากรัฐบาลเฮงซวย ดื้อตาใส ซ่อนความเหี้ยมโหดอำมหิตบิดเบือนความจริง เพียงเพื่อเป็นข้ออ้างในการใช้อำนาจเบ็ดเสร็จตามถนัดของผู้นำเผด็จการ ที่ความกลัวกำลังเข้าตาแถลงการณ์เต็มไปด้วยความขี้ขลาด ขอเตือนความจำ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ที่ไร้ศักยภาพคนนี้สักหน่อยว่าท่านเป็นนายกฯครั้งแรกจากการรัฐประหาร พูดง่ายๆคือเอาปืนไปปล้นเขามาเยี่ยงสันดานโจรกระทำกัน คนเลือกท่านไม่ใช่ประชาชน แต่เป็น ส.ว.กลุ่มคนที่ไร้ประโยชน์ต่อชาติบ้านเมือง และขโมยสิทธิของประชาชนในการเลือกอนาคตของเขาเองด้วยการปัดตกร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับประชาชน พวกเขามีเพียงสองมือและเรือเป็ด แต่รัฐกลับประกาศใช้กฎหมายทุกฉบับทุกมาตราจัดการกับประชาชนชี้เผด็จการขี้ขลาดทำสงครามกับ ปชช.“ขอถามชัดๆเลยว่าจะอ้างสถาบันพระมหากษัตริย์เพื่อใช้มาตรา 112 ด้วยใช่หรือไม่ ขอเตือนว่าการนำความจงรักภักดีมาผูกไว้กับความล้มเหลวของรัฐบาล นั่นเป็นเรื่องที่อันตรายอย่างยิ่งต่อสถาบันเอง นี่ไม่ใช่ท่าทีของคนที่มีความจริงใจทั้งต่อประชาชน และสถาบันพระมหากษัตริย์เลย แต่เป็นนิสัยของเผด็จการขี้ขลาดที่ต้องการไล่ล่าจัดการคนที่เห็นต่าง คิดต่าง อย่าดันทุรังแล้วผลักประชาชนให้หมดหนทาง สถานการณ์ทั้งหมดสงบลงได้แค่ท่านลาออก เดินถอยออกไปให้เห็นปัญหาและใช้สัมปชัญญะที่ท่านพอมีแก้ไขปัญหานี้ ดีกว่าการประกาศทำสงครามกับประชาชน” “โรม” เตือนงัด ม.112 ไม่ฉลาดมีเเต่พังเมื่อเวลา 13.30 น. นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล โพสต์ข้อความเฟซบุ๊กส่วนตัว ว่า “มีแต่พังกับพัง” การประกาศว่าจะบังคับใช้กฎหมายทุกมาตรา รวมถึง 112 ด้วยของนายกรัฐมนตรีเป็นการตัดสินใจที่ไม่ฉลาดและมีแต่จะทำให้สถานการณ์แย่ลง เพราะการบังคับใช้ 112 เท่ากับรัฐบาลจะดึงให้สถาบันกษัตริย์เข้ามาเป็นคู่ขัดแย้งโดยตรง ไม่มีข้อดีอะไร มีแต่เสียกับเสียพท.ซัดผู้นำข่มขู่ยิ่งรุนแรงบานปลายนายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กรณีนายกฯออกแถลงการณ์เพิ่มความเข้มข้นมาตรการบังคับใช้กฎหมายกับผู้ชุมนุมทุกฉบับทุกมาตราที่มีอยู่ว่า ข้อเท็จจริงเมื่อกฎหมายมีอยู่กับต้องบังคับอยู่แล้ว แต่ที่ผ่านมาเป็นการบังคับใช้กฎหมายเฉพาะกลุ่มหรือไม่ ถ้าเป็นเช่นนั้นปัญหาจะยิ่งเพิ่มขึ้น ความจริงแถลงการณ์เช่นนี้ถ้าออกมาจากนายกฯไม่ควรออกมา เพราะเจ้าหน้าที่ทำตามกฎหมายอยู่แล้ว แถลงการณ์เช่นนี้มองว่าเป็นการข่มขู่ จะสร้างความไม่พอใจกับผู้ชุมนุม แล้วจะทำให้สถานการณ์จะยิ่งแรงขึ้นกว่าเดิมหรือไม่ใช้แต่ ก.ม. จัดการผลักผู้ชุมนุมลงถนนน.ส.อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ในสถานการณ์บ้านเมืองวิกฤติของความขัดแย้ง ประชาชนมีความคิดเห็นทางการเมืองแตกต่างกัน บางกลุ่มอาจแตกต่างกันอย่างสุดขั้ว การที่รัฐใช้หลักนิติศาสตร์แก้ปัญหาอาจไม่สามารถตอบโจทย์ปัจจุบันได้ จำเป็นต้องเอาหลักรัฐศาสตร์เข้ามาแก้ไขร่วมด้วย คือนำเอาเรื่องการเมือง การประสานกลุ่มต่างๆ เปิดโอกาสให้คนเข้ามามีส่วนร่วมแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง การใช้แต่หลักนิติศาสตร์ไม่ได้ช่วยทำให้สถานการณ์บ้างเมืองที่วิกฤติอยู่ขณะนี้คลี่คลายได้ มันอาจทำให้เกิดวิกฤติมากขึ้น เพราะการบอกว่าจะให้กฎหมายทุกมาตราทุกฉบับไม่ชัดเจนว่าเป็นมาตราไหน เรื่องใด ย่อมนำไปสู่ความกังวลของผู้ชุมนุมได้ เมื่อถามว่า มองว่าการออกแถลงการณ์เช่นนี้จะยิ่งทำให้การชุมนุมรุนแรงขึ้นหรือไม่ น.ส.อรุณีตอบว่า ท่าทีของผู้ชุมนุมคือเรียกร้องให้รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน แต่ข้อเรียกร้องนี้ถูกปัดตกไปแล้ว ถ้าจะแก้ไขสถานการณ์เปิดพื้นที่ลดความขัดแย้ง รัฐบาลควรเปิดโอกาสให้ผู้เสนอร่างของประชาชน เข้ามาให้ความคิดเห็นในชั้นอนุกรรมาธิการ ไม่ใช่จะใช้เพียงกฎหมาย แล้วผลักให้ผู้ชุมนุมไม่มีทางออกจนต้องนำข้อเสนอไปสู่ท้องถนน จ่อเรียก จนท.สอบสลายม็อบหน้าสภานพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีการสลายการชุมนุมหน้ารัฐสภาของเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ไม่เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมายและไม่เป็นไปตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะกระทำการใดๆที่นอกเหนือกฎหมายกำหนดไว้ไม่ได้ และการบังคับใช้กฎหมายต้องดูพฤติกรรมของผู้ชุมนุมว่าจะมีการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายหรือไม่ ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะใช้อำนาจตามอำเภอใจอย่างที่ผ่านมา เพราะการใช้อำนาจเกินกว่าเหตุเท่ากับผู้รักษากฎหมายเป็นผู้ละเมิดกฎหมายเสียเอง อีกทั้งการใช้เครื่องมือและอุปกรณ์ควบคุมฝูงชน มีการเขียนแนวทางชัดเจน ไม่มีการเขียนให้ใช้รถฉีดน้ำที่ผสมสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพของประชาชนอย่างวันที่ 17 พ.ย. เพราะในกฎหมายให้ใช้น้ำธรรมดา กรณีที่เกิดขึ้นพรรคเพื่อไทยจะหารือกับคณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้องเพื่อเชิญเจ้าหน้าที่มาชี้แจงถึงการกระทำที่ผิดกฎหมายของเจ้าหน้าที่ เพื่อให้ความจริงกระจ่างที่สุด เพราะผู้ชุมนุมมาชุมนุมตามสิทธิ์ในรัฐธรรมนูญที่กฎหมายรองรับอัด ตร.ปัดสวะอ้างเป็นกลางปล่อยปะทะนพ.ชลน่านกล่าวอีกว่า ส่วนการปะทะกันของผู้ชุมนุมที่ตำรวจไม่ห้าม บอกต้องเป็นกลางนั้นเป็นการพูดแบบปัดสวะให้พ้นตัว เพราะกรณีที่เกิดขึ้นตำรวจไม่ห้ามเท่ากับละเว้นการปฏิบัติหน้าที่อย่างจงใจ รวมถึงต้องสอบสวนกรณีมีการใช้อาวุธปืนที่มีทั้งกระสุนจริงและกระสุนยาง เจ้าหน้าที่ต้องชี้แจงและเร่งสอบหาความจริง ไม่ควรออกมาปฏิเสธว่าไม่มีการใช้กระสุนยาง มีหลักฐานชัดเจนว่ามีการจ่ายอาวุธปืนและจ่ายกระสุนยางให้ ตร.ในพื้นที่ราษฎรโต้เดือดแถลงการณ์ “บิ๊กตู่”ด้านความเคลื่อนไหวม็อบราษฎร หลังมีการเผยแพร่แถลงการณ์นายกรัฐมนตรี องค์กรแนวร่วมสำคัญล้วนมีความเคลื่อนไหว กลุ่มเยาวชนปลดแอก นำโดยนายทัตเทพ เรืองประไพกิจเสรี และนายภานุมาศ สิงห์พรม ได้โพสต์ข้อความว่า นี่คือการประกาศสงครามกับประชาชนเต็มรูปแบบใช่หรือไม่? รัฐบาลของประยุทธ์ได้ออกแถลงการณ์โดยจะใช้นิติสงครามเต็มรูปแบบ ทุกมาตราที่มีอยู่ในมือ นั่นอาจรวมถึง 112 หรือกฎหมายเอาผิดผู้ที่วิพากษ์วิจารณ์กษัตริย์ด้วย ฟางเส้นสุดท้ายได้ขาดลงแล้ว อนาคตของประเทศขึ้นอยู่กับข้าราษฎรทุกหมู่เหล่า พนักงานออฟฟิศ ชาวสวน ชาวไร่ ชาวนา และราษฎรทุกคน สันติวิธีนั้นมีหลายรูปแบบ การสาดสีและพ่นสียังจัดอยู่ในสันติวิธี แต่บนรัฐที่ล้มเหลวเช่นนี้อะไรก็เกิดขึ้นได้ การพยายามบิดเบือนและสร้างความชอบธรรมให้รัฐเกิดขึ้นอยู่เสมอดังเช่นในอดีต แต่ผองราษฎรจงอย่ายอมจำนน ถ้าไม่ลุกขึ้นสู้ก็ต้องอยู่อย่างทาสไปอีกหลายทศวรรษโปรดเตรียมพร้อมรับมือกับความเหลวแหลกของรัฐเผยธาตุแท้จ่อประเคนข้อหา ม.112ขณะที่กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย นำโดย น.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว และนายกรกต แสงเย็นพันธุ์ โพสต์ข้อความว่า “ถอยคนละก้าว”, “Land of Compromise”, “Love them all the same” ล้วนเป็นวาทกรรมลวงโลก เพราะผู้มีอำนาจมือถือสากปากถือศีล ไม่เคยทำอย่างที่พูด สิ่งที่ทำจริงๆก็ยังคงเป็นการยัดคดีคุกคามประชาชน เอาของเล่นสารพัดอย่างของตัวเองมาทำร้ายประชาชนแบบที่นับวันยิ่งหนักข้อขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่กลไกการแก้ปัญหาในระบบอย่างสภาก็กลับกลายเป็นเวทีใส่ร้ายประชาชน ฟอกขาวการกระทำต่ำช้าของตัวเองอยู่ร่ำไป การมีแถลงการณ์นี้ออกมาในแง่หนึ่งจึงเป็นการฉีกหน้ากากของฝ่ายผู้มีอำนาจเอง เปิดเผยธาตุแท้ออกมาเสียทีว่าพร้อมยัดคดีในทุกข้อหา ไม่เว้นแม้แต่มาตรา 112 ที่อาจกลับมาอีกครั้ง แต่ราษฎรก็ขอยืนยันว่าจะไม่ยอมแพ้ต่อความเลวทรามนี้เช่นกัน เราขอยืนยันว่าการมาของพวกเราทุกครั้งพวกเรามาดีเสมอ แต่ถ้าผู้มีอำนาจยังดึงดันที่จะปฏิบัติต่อพวกเราด้วยลวดหนาม ปืนยิงน้ำ แก๊สน้ำตา การปล่อยม็อบชนม็อบ และกฎหมายทุกฉบับทุกมาตรา เราก็จะไม่ยอมจำนน ปลุก ขรก.ต้องเลือกข้างแล้วด้านนายอานนท์ นำภา แกนนำม็อบราษฎร โพสต์ข้อความว่า “ประยุทธ์ประกาศรบกับประชาชน สำหรับข้าราชการที่ยังไม่เลือกข้าง ท่านต้องเลือกแล้วว่าจะอยู่กับอดีตหรือจะสร้างอนาคตไปพร้อมกับพวกเรา จะให้ความรุนแรงทั้งทางกฎหมายและทางกายภาพใดๆ กับผู้ชุมนุมก็เชิญตามแต่ความชั่วช้าของพวกท่าน พวกเรายืนยันสันติวิธีขั้นสูงสุด ในการต่อสู้ครั้งนี้ และพร้อมจะยกเพดานการต่อสู้ทางสันติวิธีแบบที่เคยยกเพดานด้านข้อเรียกร้องเช่นกัน ขอให้เพื่อนร่วมขบวนราษฎรเตรียมรับความชั่วช้าของประยุทธ์กับพวกให้พร้อม เตรียมอุปกรณ์ป้องกัน และดูแลจิตใจให้เข้มแข็ง มุ่งมั่น ต่อสู้เพื่อสังคมใหม่ของเราทุกคน”กลุ่ม นร.เลวนัดราชประสงค์ 21 พ.ย.ช่วงเที่ยงกลุ่มนักเรียนเลว นำโดยนายลภนพัฒน์ หวังไพสิฐ โพสต์ข้อความ ประกาศนัดชุมนุมใหญ่ใจความว่า “ถ้าสภาผู้แทนราษฎร รับบทไดโนเสาร์ ไม่รับ ไม่รู้ ไม่เปลี่ยนแปลง นักเรียนอย่างเราก็จะเป็นอุกกาบาต พุ่งชนความล้าหลังของผู้ใหญ่ในบ้านเมือง เมื่อเรียกร้องเรื่องการศึกษาแล้วไดโนเสาร์ไม่รับฟัง เจอกันราชประสงค์ 21 พ.ย.นี้ นักเรียนจะพูดทุกเรื่อง ทุกเรื่องที่ไดโนเสาร์ไม่อยากฟัง!”2 กลุ่มอาชีวะถอนตัวไม่เข้าร่วมวันเดียวกัน เฟซบุ๊กเพจกลุ่มอาชีวะเพื่อนประชาธิปไตย โดย Ed Chalayan หนึ่งในผู้ดูแลเพจประกาศ กลุ่มระบุว่ากลุ่มอาชีวะเพื่อนประชาธิปไตยและฟันเฟืองประชาธิปไตย ขอแสดงอารยะขัดขืนต่อเหตุการณ์ในม็อบเมื่อวาน (18 พ.ย.) ที่มีจาบจ้วงอย่างรุนแรง วันที่ 25 พ.ย. ขอความร่วมมือโปรดอย่าแสดงสัญลักษณ์ทั้งสองกลุ่มนี้ในพื้นที่ชุมนุม (แมสก์และปลอกแขน) ส่วนท่านใดจะไปร่วมชุมนุมเป็นสิทธิส่วนบุคคลของท่าน เมื่อเหตุการณ์การดูหมิ่นจาบจ้วงเบาบางไปจากม็อบ อาชีวะทั้งสองกลุ่มนี้จะเข้าร่วมในการชุมนุมครั้งต่อๆไป #ปฏิรูปต้องพูดด้วยหลักการและเหตุผลด้านวิชาการ #แสดงการดูหมิ่นจาบจ้วงล่วงเกินไม่ใช่แนวทางของอาชีวะ #ขอความร่วมมือจึงเรียนมาเพื่อทราบ ก่อนหน้านี้กลุ่มอาชีวะฯได้โพสต์ข้อความพร้อมภาพผู้ชุมนุมกำลังพ่นสีข้อความจากตรงสถาบันหน้า ตร. ระบุว่า “ถ้าทำกันแบบนี้แล้วเอาอาชีวะเป็นหนังหน้าไฟ ให้อาชีวะปะทะล้มเจ็บตกอยู่ในความเสี่ยงกันขอประณาม จะพูดเรื่องปฏิรูปจงพูดด้วยเหตุผลโดยหลักวิชาการ ไม่ใช่หมิ่นหรือจาบจ้วงรุนแรงแบบนี้ รู้สึกสงสัยมานานแล้วว่ารับงานใครมา ที่สร้างความโกรธแค้นแตกแยกระหว่างไทยด้วยกันเพื่อประโยชน์ในอำนาจของนายมึงโดยถาวร”“หมู อาชีวะ” ระบุขอหยุดดูท่าทีผู้สื่อข่าวโทรศัพท์สัมภาษณ์ “หมู อาชีวะ” แกนนำกลุ่มอาชีวะเพื่อนประชาธิปไตยถึงเหตุผลที่ไม่เข้าร่วมชุมนุมครั้งต่อไปว่า กลุ่มไม่ได้ถอนตัวเพียงแต่หยุดเพื่อดูท่าทีเคลื่อนไหวของกลุ่มราษฎร กลุ่มอาชีวะได้ตกลงกันตั้งแต่เริ่มเข้าร่วมว่าจะไม่พาดพิงเรื่องสถาบัน อุดมการณ์เราไม่เอารัฐบาลเผด็จการประยุทธ์ ทุกครั้งเลิกชุมนุมพวกเราจะเก็บขยะ ไม่ให้เป็นภาระเจ้าหน้าที่ กทม. แต่จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหน้า ตร. ดูแล้วเกินขอบเขต ปกติกลุ่มอาชีวะมี 3 ฝ่าย กลุ่มแรกเห็นด้วยกับแนวทางราษฎร กลุ่มที่ 2 อยู่ฝั่งเสื้อเหลือง กลุ่มที่ 3 เป็นกลางอยู่และดูท่าทีว่าจะเข้ามาร่วมกับฝั่งไหน การไปพ่นสีข้อความจาบจ้วงสถาบันกลายเป็นดาบสองคม ย้อนกลับมาแทงพวกเราเอง ทำให้กลุ่มเป็นกลางมองว่าทำไมเราไม่ดูแล ปล่อยให้เกิดเหตุการณ์นี้และลังเลที่จะมาร่วม ขณะที่กลุ่มที่อยู่กับเสื้อเหลืองมองว่าเราเป็นคนทำ ทั้งที่กลุ่มอาชีวะเพื่อนประชาธิปไตยไม่ทราบเรื่อง เพราะคุมพื้นที่บริเวณราชประสงค์ย้ำมติกลุ่มไม่ยุ่งพาดพิงสถาบันฯ“มติของกลุ่มอาชีวะเราไม่พาดพิงเรื่องสถาบันอยู่แล้ว เหตุที่เกิดหน้า ตร.ทุกคนจึงกลับมาคุยกันใหม่ ยืนยันวัตถุประสงค์เดิม แต่ถ้าม็อบไหนมีการจาบจ้วงเราจะไม่ยุ่ง ม็อบไหนไม่จาบจ้วงเราจะเข้าไปปกป้อง เราไม่ได้ทิ้งหรือถอย เราลุยกันมาจนถูกยิงและมีคนเห็นใจแต่ภาพอีกวันออกมามันไม่ใช่ เราควรข้ามบันไดทีละขั้น ถ้ากระโดดข้ามไปมันตกลงมาเจ็บ เราอยากให้มวลชนมาเพิ่มไม่ใช่ลดลง” “ไผ่-แอมมี่” นำทีมปราศรัยชัยนาทเย็นวันเดียวกัน เวลา 17.00 น. ที่เขื่อนเรียงหิน ศาลากลางจังหวัดชัยนาท กลุ่มแนวร่วมประชาชนชัยนาทเพื่อประชาธิปไตย จัดชุมนุมสาธารณะ “ปราศรัย ด้วยเหตุผล ด้วยข้อมูล ละเว้นการลิดรอนสิทธิเสรีภาพผู้อื่น” โดยมี ไผ่ ดาวดิน แอมมี่ เดอะบอททอมบลูส์ บอย ธัชพงษ์ ม่อน อาชีวะ จัสตินและกลุ่มแนวร่วมกว่า 200 คน ขณะที่กลุ่มคนรักในหลวง และนายสนั่น สุพรรณกูล ประธานชมรมคนรักในหลวงชัยนาท กลุ่มกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชนชาวชัยนาทกว่า 1,000 คน ออกมาชุมนุมเรียกร้องสิทธิและเสรีภาพ ปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ ไม่ไกลกัน ห่างกันประมาณ 300 เมตร เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงต้องวางกำลังอย่างแน่นหนาป้องกันการปะทะ เชียงใหม่ไล่ “บิ๊กตู่” แก้ที่ดินเหลวที่ จ.เชียงใหม่ เวลา 15.00 น. กลุ่มเกษตรกรและชาวบ้านกลุ่มชาติพันธุ์จากหลายอำเภอใน จ.เชียงใหม่และจังหวัดใกล้เคียงราว 200 คน สมาชิกสหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ หรือ สกน. รวมตัวกันที่ลานอนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย อ.เมืองเชียงใหม่ จัดกิจกรรม “มหกรรมที่ดินเป็นของราษฎร 46 ปี สหพันธ์ ชาวนาชาวไร่ฯ” เดินเท้าไปยังลานข่วงประตูท่าแพ อ.เมืองเชียงใหม่ เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาที่ดิน ที่ทำกิน และลดความเหลื่อมล้ำให้กับชาวไร่ชาวนา พร้อมปราศรัยขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม รวมทั้งเขียนบอกเล่าถึงผลกระทบความเดือดร้อน เพื่อส่งให้รัฐมนตรีกระทรวงที่เกี่ยวข้องได้รับทราบปัญหาและเข้ามาช่วยเหลือประชาชน “สุวิทย์” กล่อมหมู่บ้านเสื้อแดงเมื่อเวลา 15.30 น. ที่ศาลา 750 ปี เม็งรายมหาราชานุสรณ์ ศูนย์การเรียนรู้ชุมชน ต.แม่กรณ์ อ.เมืองเชียงราย นายสุวิทย์ ทองประเสริฐ หรืออดีต พระพุทธะอิสระ พร้อมนายอานนท์ แสนน่านอดีตประธานหมู่บ้านเสื้อแดงแห่งประเทศไทย ร่วมกับนายกนก วิศวะกุล ประธานชมรมคนรักในหลวงจ.เชียงราย จัดเวทีรวมลานบ้าน ชวนกินข้าว ฟังเรื่องเล่าพระเจ้าอยู่หัว สร้างความเข้าใจและความสมานฉันท์กับกลุ่มคนเสื้อแดง ท่ามกลางผู้สนใจร่วมรับฟังกว่า 300 คน พร้อมเชิญชวนให้ทุกคนไปแสดงความจงรักภักดีพร้อมกันในวันที่ 5 ธ.ค.ที่ท้องสนามหลวง กรุงเทพฯ ฉีดน้ำ-ล้างสีหน้า ตร.ขนานใหญ่ที่หน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เวลา 00.10 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่กลุ่มผู้ชุมนุมราษฎร ได้พ่นสีและสาดสีใส่ป้ายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก่อนยุติการชุมนุม ตำรวจได้ระดมกำลังรื้อลวดหนามป้องกันกลุ่มผู้ชุมนุมออกจากบนประตูทั้งสองฝั่ง เคลื่อนย้ายรถบรรทุก 2 คันที่นำมาจอดไว้ด้านในออกไปนอกพื้นที่ ขณะที่ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานและเจ้าหน้าที่ชุดอีโอดีได้นำสุนัข K9 ลงลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณโดยรอบ ตรวจหาวัตถุต้องสงสัยหรือสิ่งแปลกปลอม พร้อมนำรถฉีดน้ำแรงดันสูง ฉีดทำความสะอาดคราบสีบนป้าย ตร.รวมถึงบริเวณผนัง ประตูและฟุตปาท ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่สำนักงานเขตปทุมวันเก็บกวาดขยะ และนำรถน้ำมาฉีดทำความสะอาดพื้นถนน นอกจากนี้ ยังนำสีขาวมาทาทับตัวอักษรบริเวณผนังของวัดปทุมวนาราม และตอม่อรถไฟฟ้าที่กลุ่มผู้ชุมนุมใช้สีเขียนข้อความไว้ ต่อมาช่วงเช้าเจ้าหน้าที่วัดได้มาทาสีซ่อมแซมป้ายหน้าวัดเพิ่มเติมแจ้งความม็อบทำให้เสียทรัพย์จากนั้นเวลา 10.00 น. พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รอง ผบก.ปอท. ฐานะรองโฆษก ตร. พ.ต.อ.หญิงศิริกุล กฤตพิทยบูรณ์ รองโฆษก ตร.ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายบริเวณโดยรอบ พ.ต.อ.ศิริวัฒน์กล่าวว่า พบความเสียหายที่เกิดขึ้นรอบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีกล้องวงจรปิดถูกพ่นสีทับเพื่อป้องกันการหาพยานหลักฐานเอาผิดรวม 13 ตัว และมีป้ายชื่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กำแพง โคมไฟที่ได้รับความเสียหายเช่นกัน ตร.มอบหมายให้ตำรวจบช.ส. แจ้งความเอาผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ และความผิดตาม พ.ร.บ.ความสะอาด ที่ สน.ปทุมวัน และยังมีตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) ที่ปฏิบัติหน้าที่บาดเจ็บเล็กน้อยจากการถูกขว้างปาสิ่งของจากข้างนอก 3 นาย เข้าแจ้งความไว้ที่ สน.ปทุมวัน เช่นกัน ส่วนมูลค่าความเสียหายอยู่ระหว่างประเมิน ทั้งนี้ยังมีรถตำรวจ สน.สุวินทวงศ์ ถูกพ่นสเปรย์และเจาะยางเสียหาย 1 คัน ขอฝากเตือนให้ชุมนุมโดยสันติ ไม่ทำลายทรัพย์สินราชการจากภาษีประชาชนสแกนหลักฐานเอาผิดทุกรายที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) เวลา 13.45 น. พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น. ฐานะโฆษก บช.น.เปิดเผยว่า หลังกลุ่มราษฎรชุมนุมแยกราชประสงค์ พบผู้กระทำความผิดปรากฏในภาพข่าวและภาพเคลื่อนไหวตามสื่อ ผู้ปราศรัยทุกคนต้องมีส่วนร่วมรับผิดชอบเป็นตัวการกระทำความผิดข้อหา 1.ชุมนุมโดยผิดกฎหมายหรือชุมนุมสาธารณะโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย 2.ร่วมกันตั้งแต่ 10 ขึ้นไปก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองตามมาตรา 215 วรรคแรกและวรรคสอง 3.ทำให้เสียทรัพย์สินของทางราชการ ทรัพย์สินของประชาชนและทรัพย์สินส่วนอื่นๆทั้งรถราชการ กล้องวงจรปิด ป้าย ตร.เป็นทรัพย์สินหน่วยงานใด หน่วยงานนั้นต้องแจ้งความร้องทุกข์ ยืนยันแกนนำทุกคนต้องมีส่วนรับโทษ ผู้กระทำผิดในแต่ละกรณี แต่ละรายต้องแยกไปตามการกระทำความผิดของแต่ละคนคาดการ์ดฝั่งราษฎรเปิดฉากยิงก่อนพล.ต.ต.ปิยะกล่าวว่า ส่วนกรณีกลุ่มผู้ชุมนุม 2 ฝ่ายที่มีการยิงกันบริเวณรัฐสภา อยู่ระหว่างตามหาชายสวมใส่ชุดสีชมพู คาดว่าน่าจะเป็นการ์ดของกลุ่มราษฎรนำปืนมาก่อเหตุ เริ่มเปิดฉากยิงก่อน พร้อมทั้งนำรถน้ำวิ่งเข้าใส่ประชาชนที่ชุมนุมกันอยู่บริเวณถนนทหาร มีปลอกกระสุนตกอยู่ในบริเวณที่เกิดเหตุ ต้องหาข้อมูลว่าผู้ก่อเหตุมีลักษณะเป็นมืออาชีพหรือไม่ ขอขอบคุณประชาชนและสื่อมวลชนที่ให้ข้อมูลสอดคล้องกับภาพกล้องวงจรปิด คาดจะได้ตัวในเร็ววัน ส่วนประเด็นที่มีกระสุนมาจากฝั่งตรงข้ามกลุ่มราษฎรหรือไม่ เบื้องต้นพบกระสุนปืนดังกล่าวมาจากกลุ่มพวกเขาเอง อยู่ระหว่างรอรับพยานหลักฐานดังกล่าวด้วยการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์ หาร่องรอยวิถีกระสุน หรือจะเป็นยิงกันเองของกลุ่มราษฎร หรือจะมีกลุ่มตรงข้ามเกี่ยวข้อง ยังอยู่ระหว่างสอบสวนคืนชีพ ม.112 งัดมาใช้ถ้าเข้าข่ายพล.ต.ต.ปิยะยังกล่าวถึงกรณีที่นายกฯออกประกาศให้มีการบังคับใช้กฎหมายเต็มที่ว่า กรณีดังกล่าวไม่ได้มีการบังคับใช้กฎหมาย มาตรา 112 แต่อย่างใด แต่การบังคับใช้กฎหมายทุกมาตราอาจจะเป็นกรณีความผิดอื่นๆที่เกี่ยวข้อง เช่น การนำพลุดอกไม้เพลิงไปจุดใกล้สถานที่ราชการ มีความเสี่ยงในการเกิดเพลิงไหม้ พฤติกรรมมีเจตนาหรือย่อมเล็งเห็นผลในการวางเพลิงหรือไม่ ตำรวจจะดำเนินการในส่วนความผิดนั้น แต่ต้องศึกษาคำแถลงของนายกฯก่อน ตำรวจทำตามหน้าที่ไม่มีกังวลอะไรทั้งนั้น การทำผิดเข้าองค์ประกอบตามกฎหมายใดก็ต้องดำเนินการตามกฎหมายนั้น ส่วนจะนำกฎหมายมาตรา 112 กลับมาใช้หรือไม่ หากพบความผิดเข้าองค์ประกอบของกฎหมายแล้วก็ต้องนำมาใช้ กรณีมีการก้าวล่วงสถาบันอย่างรุนแรงระหว่างการชุมนุมหน้า ตร.นั้น ตำรวจจะนำมาตรา 112 มาใช้หรือไม่คงต้องดูการกระทำ เจตนาของผู้กระทำเป็นหนึ่งในองค์ประกอบของกฎหมายเตรียมจัดเต็มรับม็อบใหญ่ 25 พ.ย.พล.ต.ต.ปิยะกล่าวอีกว่า การเตรียมรับมือการชุมนุมวันที่ 21 พ.ย.และวันที่ 25 พ.ย.ตำรวจเตรียมพร้อมจะเพิ่มความเข้มบังคับใช้กฎหมาย ผู้ชุมนุมจะไปสำนักงานทรัพย์สินฯ ซึ่งห้ามเข้าไปอยู่แล้ว หากขอกำลังเข้าไปดูแลบริเวณภายในและโดยรอบพื้นที่ตำรวจจะประสานกับผู้เกี่ยวข้องเพื่อเตรียมความพร้อมในการปฏิบัติ“วีระ” จี้ ตร.เร่งตามจับชายชุดสีชมพูวันเดียวกัน นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวพร้อมรูปภาพระบุว่า “ตำรวจต้องไปตามจับตัวชายที่ใส่เสื้อสีชมพูมาสอบสวนและลงโทษตามกฎหมายให้ได้ มิฉะนั้นจะทำให้เชื่อว่าตำรวจปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อช่วยเหลือผู้กระทำความผิด มีภาพและวีดิโอปรากฏชัดว่าชายคนดังกล่าว เล็งอาวุธปืนใส่กลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อเหลือง เมื่อวันที่ 17 พ.ย. ที่แยกเกียกกาย พบหลักฐานเชื่อว่าชายใส่เสื้อสีชมพู อาจเป็นผู้ชุมนุมคนหนึ่งของฝ่ายเสื้อเหลือง เพราะมีภาพเดินปะปนอยู่ในกลุ่มเสื้อเหลือง แต่เวลาจะสร้างสถานการณ์โยนความผิดให้ม็อบคณะราษฎร เขาจะข้ามมาอยู่ฝั่งคณะราษฎรแล้วทำท่าชักปืนเล็งใส่ไปทางกลุ่มเสื้อเหลืองเพื่อทำให้คนที่เห็นภาพเข้าใจว่ากลุ่มคณะราษฎรใช้ปืนยิงใส่กลุ่มเสื้อเหลืองแฉชัดๆจัดฉากป้ายสีม็อบราษฎรนายวีระระบุว่า ข้อพิรุธที่จับผิดได้คือ 1.ไม่มีผู้ใดได้ยินเสียงปืนจากการยิงของชายคนนี้ 2.ในระยะใกล้ๆเพียงแค่นี้ หากมีการยิงปืนจริงทำไมไม่มีเสื้อเหลืองคนใดถูกกระสุนปืนเลยสักคน 3.หากยิงปืนจริง ปืนที่ยิงโดยมีกระสุน น่าจะเห็นประกายไฟและควันแลบที่ปลายกระบอกปืนออกมาบ้าง แต่นี่ไม่มีอะไรเลย ทั้งเสียง ทั้งประกายไฟ ควัน 4.ที่สำคัญหากดูในภาพและคลิปวิดีโอ ไม่ปรากฏว่ามีกลุ่มเสื้อเหลืองคนใดเกรงกลัวอาวุธปืน หรือวิ่งหลบหนีการยิงปืนจากชายที่ใส่เสื้อสีชมพูคนนี้เลย ดังนั้น จึงสรุปได้ว่าชายที่ใส่เสื้อสีชมพูไม่ได้มีการยิงจริงๆ เพียงแต่ทำท่ายกปืนขึ้นมาเล็งใส่กลุ่มเสื้อเหลืองเท่านั้น แล้วถ่ายภาพถ่ายวิดีโอเอาไว้เพื่อโยนความผิด เป็นการสร้างสถานการณ์โดยมีคนที่เตรียมมา คอยยืนถ่ายภาพอยู่ข้างหลัง เหมือนสมคบคิด วางแผนเตรียมการกันไว้ล่วงหน้า สร้างสถานการณ์เพื่อโยนความผิดให้กับกลุ่มคณะราษฎร แต่ครั้งนี้ถูกจับผิดได้อีกแล้ว ทำไม่เนียนเลย“จตุพร” ไล่บี้หาตัวคนขนเสื้อเหลืองที่ศาลอาญา นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. กล่าวว่า กรณีรัฐสภาไม่รับหลักการร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ผลักไสให้ผู้ชุมนุมพุ่งเป้าหมายไปที่ข้อเรียกร้องข้อที่ 3 คือการปฏิรูปสถาบันฯเพียงข้อเดียว ยังมีข้อสงสัยว่าคนของรัฐก็ร่วมสร้างสถานการณ์นำคนเสื้อเหลืองที่กลับไปแล้วกลับเข้ามาอีกเพื่อให้ปะทะและจะประกาศใช้กฎอัยการศึกหรือจะเพิ่ม พ.ร.ก.ฉุกเฉินเข้ามา ปิดท้ายด้วยการรัฐประหาร นายกฯต้องสอบสวนรัฐมนตรีร่วมคณะว่าคนเสื้อเหลืองที่มาชุดหลังใครเป็นคนเอามา รัฐธรรมนูญ 60 ไม่มีวันจะได้รับการแก้ไขเด็ดขาด ตามฉากที่เกิดขึ้นทั้งการขนกำลังเพื่อให้เกิดการปะทะกันเป็นเงื่อนไขเพื่อให้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ถูกฉีก ออกแบบมาตั้งแต่ต้นว่าไม่ได้ร่างไว้เพื่อให้แก้ไขได้ แต่มีไว้เพื่อส่งให้กับคณะรัฐประหารชุดใหม่”ตั้ง “บิ๊กแดง” รอง ผอ.ทรัพย์สินฯช่วงค่ำวันที่ 18 พ.ย. เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ประกาศ แต่งตั้งรองผู้อำนวยการทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ มีใจความว่า พระบาทสมเด็จ พระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ประกาศว่า บัดนี้ทรง พระราชดำริว่าสมควรแต่งตั้ง พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ เป็นรองผู้อำนวยการทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ เพื่อความเหมาะสมและเป็นประโยชน์ในการบริหารกิจการของสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 6 มาตรา 7 และมาตรา 8 แห่ง พ.ร.บ.จัดระเบียบทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ พ.ศ.2563 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม แต่งตั้ง พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ เป็นรองผู้อำนวยการทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ประกาศ ณ วันที่ 18 พ.ย.2563 เป็นปีที่ 5 ในรัชกาลปัจจุบันบี้สหรัฐฯเลิกหนุนม็อบราษฎรเมื่อเวลา 10.00 น. ที่หน้าสถานทูตสหรัฐอเมริกา ถนนวิทยุ นายสมบูรณ์ นำทิพย์จันทาเจริญ หรือ อาจารย์โบบิ ผู้อำนวยการศูนย์แว่นตาไอซอพติก พร้อมคณะนับสิบคน ปักหลักชุมนุมอยู่ริมฟุตปาท โดยตั้งเวทีเล็กติดรั้วเหล็ก จัดกิจกรรมแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ทุบนิวเคลียร์จำลอง ที่มีรูปจรวดมิสไซล์ลายธงชาติสหรัฐฯยาวประมาณ 2 เมตร มีข้อความภาษาอังกฤษ “NO nuclear” แล้วตะโกนว่า คนไทยไม่เอานิวเคลียร์ๆๆ ก่อนให้สัมภาษณ์ว่า ได้ตั้งข้อสังเกตว่าสหรัฐฯพยายามสนับสนุนม็อบราษฎรในรูปแบบต่างๆ รวมถึงร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับไอลอว์ ที่สนับสนุนโดยหน่วยงานภาคพลเรือนของซีไอเอ มีเนื้อหาแบ่งแยกดินแดน เปลี่ยนแปลงสถาบัน ผู้ทำผิดทางการเมืองพ้นผิด ดังนั้นขอให้สหรัฐฯหยุดพฤติการณ์ดังกล่าว เรารู้ว่าคุณต้องการรัฐบาลที่สั่งได้ จะได้เอานิวเคลียร์มาติดตั้ง หวังลดอิทธิพลจีน ดังนั้นขอเตือนทุกคนที่ต้องการล้มสถาบัน เป็นบุคคลที่สมควรตาย อยากท้าคณะราษฎร 63 หากมีข้อโต้แย้งใด พร้อมเจอได้ทุกเมื่อที่ศูนย์แว่นตาไอซอพ– ติก ย่านรัชดา ติดสถานทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน “อนุดิษฐ์” เสียดายตัดโอกาสร่าง ปชช.อีกเรื่อง น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีรัฐสภาไม่รับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับของภาคประชาชนหรือไอลอว์ว่า ผิดหวังและเสียดายที่ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญดังกล่าวไม่ผ่านความเห็นชอบจากสภาฯ ทั้งที่เขียนโดยประชาชน เป็นการตัดโอกาสความคิดเห็นของประชาชน สมาชิกรัฐสภาหลายท่านกล่าวอ้างมาตลอดว่ามีที่มาจากประชาชน แต่พอประชาชนเสนอร่างกฎหมายกลับไปตัดโอกาส ยังไม่หมดหวังเสียทีเดียวเพราะยังมีร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของฝ่ายค้านผ่านการพิจารณาวาระ 1 และวาระที่ 2 ยังมีตัวแทนจากประชาชนในรัฐสภาเข้าไปเป็นกรรมาธิการพิจารณา พรรคเพื่อไทยและฝ่ายค้านจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด และพยายามตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนส่วนใหญ่ให้ได้มากที่สุดตีตกร่างไอลอว์ รบ.อายุสั้นกว่าเดิมนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ไม่เหนือความคาดหมาย ทั้งแกนนำ ส.ว. แกนนำพรรคพลังประชารัฐ รวมถึงพรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรคส่งสัญญาณชัดตั้งแต่ต้นว่าจะปฏิเสธร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ภาคประชาชนไม่สบายใจต่อท่าทีเช่นนี้ ความจริงร่างไอลอว์พูดได้เต็มปากว่าเป็นร่างฉบับประชาชน รัฐสภาควรเปิดโอกาสรับหลักการวาระที่ 1 เพื่อให้พื้นที่และให้เวลารัฐสภาจะได้พิจารณาทุกมิติอย่างครบถ้วน ไม่ใช่ชิงปฏิเสธตั้งแต่ด่านแรกด้วยความกลัวว่าอาจกระทบต่อกระบวนการสืบทอดอำนาจ และซื้อเวลาให้นานที่สุด แต่เมื่อไม่รับเช่นนี้แล้วกระบวนการภาคประชาชนนักเรียนนักศึกษาจะรู้สึกได้ทันทีว่ารัฐสภาไม่ใช่ทางออกและไม่ใช่เวทีเปิดกว้าง รวมถึงการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนอย่างแท้จริง จะทำให้การเคลื่อนไหวนอกสภาต้องถูกยกระดับเพราะพวกเขาเห็นแล้วว่ากระบวนการรัฐสภา มิอาจหาทางออกประเทศได้ เมื่อถึงวันนั้นรัฐบาลจะไม่สามารถควบคุมอะไรได้ ที่สุดแล้วรัฐบาลอาจจะไปเร็วขึ้นกว่าการให้ร่างดังกล่าวอยู่ในสภาฯไม่เห็นหัว ปชช.สภาพึ่งไม่ได้ม็อบยิ่งแรงนายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การที่สภาไม่รับร่างของไอลอว์เท่ากับไม่เห็นหัวประชาชน ความจริงถ้ารับร่างเข้ามาแล้วอย่างไรฝ่ายรัฐบาลก็เอาร่างตัวเองเป็นหลักอยู่แล้ว อะไรเข้ากันได้ก็เอามา อะไรขัดหลักการรับร่างรัฐบาลเราไม่รับ ไม่เสียหายอะไรเลย เพื่อให้เกียรติประชาชนจะได้มากได้น้อยอีกเรื่องหนึ่งดีกว่าปฏิเสธร่างเขา การทำแบบนี้จะทำให้การเมืองนอกสภาเข้มข้นขึ้น เพราะเขาจะมองว่าพึ่งสภาไม่ได้แนะเอาส่วนที่ดีมายำในชั้น กมธ.พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ในฐานะกรรมาธิการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติม รัฐสภา กล่าวว่า กมธ.จะนัดประชุมครั้งแรกในสัปดาห์หน้า เพื่อเลือกประธาน รองประธาน เลขานุการประจำ กมธ. ส่วนตัวอยากให้การประชุมดังกล่าวเป็นระบบเปิด ให้ประชาชนติดตามข้อมูล อีกทั้งการพิจารณาในชั้น กมธ.ควรรับฟังความเห็นจากบุคคลภายนอก ไม่ใช่เฉพาะสมาชิกรัฐสภาเท่านั้น และการแก้รัฐธรรมนูญ โดยตั้ง ส.ส.ร. จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นั้นควรนำข้อเสนอที่อยู่ในร่างแก้รัฐธรรมนูญฉบับไอลอว์ที่ไม่ผ่านวาระรับหลักการจากรัฐสภามาพิจารณาร่วมด้วย เพราะการออกแบบรัฐธรรมนูญให้เหมาะสมกับทุกกลุ่มสังคม ทุกชาติพันธุ์ ควรเปิดโอกาสทุกฝ่าย เพื่อลดความหวาดระแวงจากทุกฝ่าย ภายใต้บริบทของสังคมไทยปัจจุบันที่ต้องการความยุติธรรม ความเสมอภาค ความเท่าเทียม ส่วนที่นายอานนท์ นำภา แกนนำม็อบราษฎร เรียกร้องการยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ โดยส.ส.ร.ต้องไม่ตัดอำนาจการแก้ไขหมวด 1 และ 2 นั้น เป็นประเด็นที่ กมธ.ต้องหารือกัน ขณะนี้ยังไม่มีประเด็นดังกล่าว แต่การทำรัฐธรรมนูญใหม่ มีประเด็นที่ถูกกำหนดกรอบไว้ เช่น ราชอาณาจักรไทยไม่สามารถแบ่งแยกได้ การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์ของประชาชน และเพื่อประชาชนปชป.ให้ดูผลศึกษาชุด “พีระพันธุ์” ด้วยเมื่อเวลา 10.00 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงร่างรัฐธรรมนูญที่ได้ผ่านการลงมติจากที่ประชุมร่วมรัฐสภาวาระแรกว่า ต้องถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ พรรคประชาธิปัตย์ประกาศไว้ชัดตั้งแต่เริ่มแรกเมื่อครั้งร่วมรัฐบาล ส่วนร่างของภาคประชาชนหรือไอลอว์ ไม่อยากให้มองว่าตกไปทั้งหมด ความตั้งใจทำในส่วนที่ดีเป็นประโยชน์จำเป็นต้องนำมาประกอบการพิจารณาใน 11 ประเด็นของร่างไอลอว์มีบางประเด็นน่าสนใจ ควรหยิบยกมาพูดคุยกันในชั้นกรรมาธิการฯ เช่น กรณีท้องถิ่นการแก้ไขเพิ่มเติมเพื่อให้มีการเลือกตั้งท้องถิ่น และกระจายอำนาจอย่างแท้จริง อยากให้ กมธ.นำผลการศึกษาของคณะกรรมาธิการฯ ที่มีนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เป็นประธาน มาประกอบการพิจารณาด้วย ส่วนกรณีมีการใช้โซเชียลมีเดียกล่าวหาใส่ร้ายว่าประธานรัฐสภาให้เข้าใจผิดว่าเป็นคนสั่งการให้ทำร้ายประชาชน สืบพบเป็นกลุ่มของพรรคหนึ่ง ประธานรัฐสภาได้ลงนามมอบอำนาจตน สัปดาห์หน้าจะไปแจ้งความร้องทุกข์ข้อหาหมิ่นประมาท ที่สน.บางซื่อ และ ปอท.ความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ จะดำเนินการให้ถึงที่สุด เพื่อเป็นบรรทัดฐาน“ระวี” กล่อมม็อบใจเย็นๆรอแก้ รธน.นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังธรรมใหม่ กล่าวว่า แม้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับไอลอว์จะถูกตีตกไป แต่สภาฯกำลังเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มี ส.ส.เป็นตัวแทนประชาชนเข้าร่วม กลุ่มผู้ชุมนุมมี ส.ส.พรรคก้าวไกล ร่วมเป็นกรรมาธิการ ตามกรอบการแก้ไขที่เสนอมาจะตั้ง ส.ส.ร.มาร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาธิปไตยเต็มใบ แต่ไม่ให้แก้หมวด 1 และ 2 เท่านั้น หลังแก้รัฐธรรมนูญและ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญเสร็จเรียบร้อยภายในเวลาปีครึ่ง นายกฯต้องยุบสภาหรือลาออกเพื่อให้บรรลุข้อเรียกร้องที่อยากให้ พล.อ.ประยุทธ์ลาออกไม่นานเกินรอ ขอให้ใจเย็นๆ วันนี้การชุมนุมมีแนวโน้มรุนแรงเพิ่มขึ้น ถ้าไม่ควบคุมให้เป็นสันติวิธีจริงๆจะเกิดผลเสียมากมาย สุดท้ายสิ่งที่เรียกร้องจะไม่ประสบความสำเร็จ ถ้ามีคนเสียชีวิตในการชุมนุม ทุกฝ่ายจะแพ้กันหมด“วันชัย” ปัดสภาเทข้อเรียกร้อง ปชช.นายวันชัย สอนศิริ ส.ว.กล่าวว่า แม้ร่างแก้รัฐธรรมนูญของไอลอว์จะถูกที่ประชุมรัฐสภาตีตกไป แต่ไม่น่าจะมีอะไรที่จะวิตกกังวลเกินไป ในขั้นตอนกรรมาธิการหรือขั้นตอนยกร่างในชั้น ส.ส.ร. ภาคประชาชนยังมีสิทธิเสนอประเด็นการแก้ไขได้อีกหลายขั้นตอน แต่ละขั้นตอนต้องฟังเสียงประชาชนเป็นสำคัญ เสียงไอลอว์จะมีบทบาทในการแก้รัฐธรรมนูญ ด้วยอย่างยิ่ง อย่าไปคิดว่าสมาชิกรัฐสภาเทข้อเรียกร้องภาคประชาชน การได้ 2 ร่างแก้รัฐธรรมนูญให้มี ส.ส.ร.มายกร่างรัฐธรรมนูญ ถือว่าได้กันทุกฝ่ายแล้ว ประเทศต้องประนีประนอมกันบ้าง กมธ.ที่ตั้งโดยรัฐสภาต้องไปศึกษาหาข้อยุติ ให้กระบวนการและ วิธีการแก้รัฐธรรมนูญออกมาดีและเป็นที่พอใจของประชาชนมากที่สุด เมื่อผ่านวาระ 2-3 แล้ว จะเป็นขั้นตอนลงประชามติ และเมื่อผ่านความเห็นจากประชาชนแล้วจะนำขึ้นทูลเกล้าฯ เมื่อโปรดเกล้าฯลงมา จึงเป็นขั้นตอนเลือก ส.ส.ร.ต่อไป ข้อโต้แย้งเรื่องรัฐธรรมนูญน่าจะจบไปได้ด้วยกระบวนการดังกล่าว การแก้รัฐธรรมนูญไปได้แล้วเปลาะหนึ่ง ส่วนข้อเรียกร้องอื่นๆต้องว่ากันต่อไปว่าใครจะอยู่หรือไปพ.ร.บ.ประชามติเข้ารัฐสภาเดือน ธ.ค.นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล เลขานุการสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงความคืบหน้าการบรรจุวาระร่าง พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติว่า ขณะนี้นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ได้บรรจุร่าง พ.ร.บ.การออกเสียง ประชามติเข้าสู่ที่ประชุมรัฐสภาเรียบร้อยแล้ว แต่ยังไม่ได้ระบุวันชัดเจนว่าจะพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวในวันใด ต้องรอหารือกับวิป 3 ฝ่ายคือ ฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน และ ส.ว.ในสัปดาห์หน้าก่อน เพื่อกำหนดวันประชุมและรูปแบบการพิจารณาให้ชัดเจนก่อน แต่คาดว่าร่าง พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติน่าจะเข้าสู่ที่ประชุมรัฐสภาได้ในเดือน ธ.ค.