อาการที่ชาวบ้านเรียกว่า “ใหลตาย” หรือที่ทางการแพทย์สากลขนานนามว่า “Brugada Syndrome” ถือเป็นหนึ่งในปริศนาเร้นลับที่หลอกหลอนสังคมไทยมาช้านานจากอดีตที่สังคมพึ่งพาคำอธิบายทางไสยศาสตร์เพื่อหาทางออก สู่ยุคปัจจุบันที่วิทยาศาสตร์การแพทย์พยายามถอดรหัสปริศนา คำถามคลาสสิกที่ยังคงค้างคาใจคือ ตกลงแล้วคือ “โรคทางวิทยาศาสตร์” หรือ “วิญญาณกระชากวิญญาณ” กันแน่?ย้อนกลับไปในอดีต เมื่อปรากฏการณ์ชายฉกรรจ์นอนหลับแล้วเสียชีวิตกะทันหันเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า โดยที่ไม่มีร่องรอยการต่อสู้หรือโรคประจำตัวเด่นชัด ความไร้คำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ ในยุคโบราณทำให้ผู้คนต่างผูกโยงเรื่องนี้เข้ากับสิ่งลี้ลับ...เกิดเป็นตำนานความเชื่อเรื่อง “ผีแม่ม่าย”...ที่เชื่อกันว่าออกตระเวนมาฉุดวิญญาณชายหนุ่มไปเป็นสามีในโลกหลังความตาย ทำให้ในหลายหมู่บ้านถึงขั้นต้องกลอุบายให้ผู้ชายทาเล็บสีแดง แต่งตัวปลอมเป็นผู้หญิง หรือแขวนป้ายเตือนใจหน้าบ้านเพื่อ “หลอกผี” ความหวาดกลัวนี้ฝังรากลึกในวัฒนธรรมไทย กลายเป็นความเชื่อสืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน“โรคใหลตาย หลายคนให้ความสนใจ” ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ ราชบัณฑิต สำนักวิทยาศาสตร์ ศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ให้ความรู้ไว้เมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา ระบุว่า ผมต้องขอออกตัวผมไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญโรคหัวใจแต่ได้มีโอกาสร่วมทำวิจัยทางพันธุกรรม กับทีมโรคหัวใจ ศาสตราจารย์นายแพทย์กุลวี เนตรมณี และศาสตราจารย์อภิชัย คงพัฒนะโยธิน ที่ศูนย์ของผม และอาจารย์อภิชัยได้ให้ความรู้มาในวันนี้พอสมควรเราคงได้ยินการที่ผู้ชายแข็งแรงดีแล้วเสียชีวิต มีการพูดว่าเพราะผีแม่ม่ายมาเอาตัวไป จึงเป็นความเชื่อที่ให้บ้านต้องเอาผ้าสีมาผูกหน้าบ้าน หรือตุ๊กตา รวมทั้งชายหนุ่มจะทาเล็บ หลอกผีแม่ม่ายไม่ให้มาเอาตัวไป พบได้บ่อยโดยเฉพาะทางภาคอีสาน“โรคใหลตาย” ภัยเงียบที่อาจเกิดกับคนสุขภาพแข็งแรง หลายคนอาจคิดว่า “คนแข็งแรงไม่น่าจะเสียชีวิตกะทันหัน” แต่ความจริงแล้ว โรคใหลตาย (Brugada Syndrome) อาจเกิดขึ้นได้ แม้ในผู้ที่ไม่มีโรคประจำตัว และมักเกิดขณะนอนหลับ อย่างที่ปรากฏในข่าว...ชายชาวม้งที่อพยพจากไทยไปอยู่ในสหรัฐอเมริกาเสียชีวิตด้วยโรคนี้ และในปี พ.ศ.2533 แรงงานชายไทยที่ไปทำงานในประเทศสิงคโปร์นอนหลับแล้วเสียชีวิตหลายราย หรือข่าวที่มีผู้มีชื่อเสียงที่ต้องจากไปก่อนวัยอันควร “โรคใหลตาย” คืออะไร? โรคไหลตายเกิดจากความผิดปกติของระบบไฟฟ้าหัวใจ ทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะอย่างรุนแรง จนอาจหมดสติหรือเสียชีวิตกะทันหัน โดยผู้ป่วยจำนวนมากอาจไม่เคยมีอาการเตือนมาก่อน ประเด็นสำคัญมีว่า... “คนไทยเสี่ยงมากกว่าที่คิด”โรคใหลตายพบมากในหมู่คนเอเชีย โดยเฉพาะเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น ประเทศไทยและประเทศจีนตอนล่าง พบโรคนี้ประมาณ 1:500-1:1,000 คน และพบได้บ่อยในผู้ชายวัยหนุ่มที่มีสุขภาพแข็งแรง ในประเทศไทยพบได้โดยเฉพาะในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือสัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม หากคุณหรือคนใกล้ชิดมีอาการต่อไปนี้ ควรรีบพบแพทย์...มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคใหลตาย หรือเสียชีวิตอย่างกะทันหันโดยไม่ทราบสาเหตุ, เป็นลมโดยไม่ทราบสาเหตุ, หายใจเฮือก กระสับกระส่าย หรือเกร็งขณะนอนหลับถามว่า...สาเหตุเกิดจากอะไร? คำตอบคือ...ส่วนของพันธุกรรม ยีน SCN5A การศึกษาในประเทศไทยพบกลายพันธุ์ในยีนดังกล่าว 10-15% ส่วนที่ไม่ใช่พันธุกรรม ปกติคนเป็นโรคใหลตายอาจไม่มีอาการอะไรเลย แต่บางครั้งมีปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดหัวใจเต้นผิดจังหวะ ซึ่งนำไปสู่การเสียชีวิตจากโรคใหลตายเช่น ไข้สูง การบริโภคอาหารจำพวกข้าว แป้ง น้ำตาล และแอลกอฮอล์จำนวนมากเกินไปเตือนว่า ตรวจพบได้...ก่อนจะสายเกินไป การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG) สามารถช่วยคัดกรองผู้ที่มีความเสี่ยงได้ โดยเฉพาะผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นใหลตายหรือเคยเป็นลมโดยไม่ทราบสาเหตุศ.นพ.ยง เสริมว่า วิธีลดความเสี่ยงในกรณีเป็นโรคใหลตาย รีบรักษาเมื่อมีไข้ ไม่ปล่อยให้ไข้สูง หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์และสารเสพติด รับประทานอาหารในปริมาณเหมาะสม ไม่อิ่มมากเกินไป หลีกเลี่ยงกลุ่มยาที่มีกลไกการออกฤทธิ์ลดการทำงานของ Sodium channel พลิกแฟ้มข้อมูลแล้วหมายถึง...ยาที่ไปจับและปิดกั้นช่องทางผ่านของประจุโซเดียม ส่งผลให้กระแสประสาทหรือสัญญาณไฟฟ้าในเซลล์ทำงานช้าลงหรือหยุดชะงัก...มักถูกนำมาใช้เป็นยาต้านอาการชัก ยาควบคุมหัวใจเต้นผิดจังหวะสำหรับการรักษา...โรคใหลตายปัจจุบัน ยังไม่มียารักษาโรคใหลตายให้หายขาด แต่หากพบว่ามีความเสี่ยงที่จะเสียชีวิตจากโรคนี้แพทย์จะให้การรักษาตามอาการแบบประคับประคอง ได้แก่การฝังเครื่องกระตุกหัวใจอัตโนมัติ เครื่องนี้จะตรวจการหยุดเต้นของหัวใจ แล้วปล่อยกระแสไฟช็อตเพื่อกระตุ้นให้หัวใจกลับมาทำงานโดยอัตโนมัติ, การจี้หัวใจ เป็นการรักษาที่ได้ผลดี เป็นต้น“โรคใหลตาย”...อาจไม่มีสัญญาณเตือน แต่การรู้เท่าทันตรวจคัดกรองตั้งแต่เนิ่นๆช่วยลดความเสี่ยงของการเสียชีวิตได้ เพราะ “การป้องกัน” เริ่มต้นจากการรู้จักโรคและไม่ละเลยสัญญาณผิดปกติของร่างกายโรคใหลตายจากอดีตถึงปัจจุบันได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ความกลัวที่ไร้เหตุผลมักถูกแทนที่ด้วยความจริงทางวิทยาศาสตร์เสมอ การป้องกันที่ดีที่สุดจึงไม่ใช่การหาเครื่องรางของขลังมาแขวนหน้าห้องนอน แต่เป็นการ “ตรวจสุขภาพหัวใจ คลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมชีวิต”เพราะ...ในโลกยุคใหม่ ความตายยามนิทราไม่ใช่เรื่องของภูตผีวิญญาณ แต่คือสัญญาณเตือนจากร่างกายที่เราอาจละเลยไป...ก่อนที่ลมหายใจสุดท้ายจะหลุดลอยไปอย่างถาวร.คลิกอ่านคอลัมน์ “สกู๊ปหน้า 1” เพิ่มเติม