เช้าวันนี้ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดย คุณอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ฯ จัดงาน “Thailand Focus 2026” ภายใต้แนวคิด “Reignite Thailand” ปลุกกระแสการลงทุนในตลาดทุนไทย โดยมี ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและรัฐมนตรีคลัง เป็นประธานเปิดงาน และร่วมฉายภาพยุทธศาสตร์และนโยบายการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยที่มีการลงทุนนำ ณ โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ ตั้งแต่ 26–28 สิงหาคม โดยมีบริษัทจดทะเบียน 78 บริษัทในทุกอุตสาหกรรมร่วมให้ข้อมูลกับนักลงทุนจากทั่วโลก ทั้งแบบ one–on–one และ group meetingThailand Focus 2026 จัดขึ้นเป็นปีที่ 20 แล้ว ปีนี้ผมคิดว่าน่าจะพิเศษกว่าปีอื่น เพราะดัชนีหุ้นไทยพุ่งปรี๊ดขึ้นมาอย่างมีนัยสำคัญเลยทีเดียวคุณอัสสเดช คงสิริ กรรมการผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ฯ เปิดเผยว่า Thailand Focus ครั้งนี้เป็น Flagship สำคัญที่เปิดโอกาสให้นักลงทุนสถาบันทั่วโลกรับฟังข้อมูล โดยตรงจากบริษัทจดทะเบียนไทย 78 บริษัทในทุกอุตสาหกรรม ทั้ง SET และ mai รวมทั้งบริษัทในโครงการ JUMP+ 16 บริษัท ร่วมให้ข้อมูลแผน 3 ปี และมุมมองจากภาครัฐและผู้เกี่ยวข้องโดยตรง เป็นเวทีที่ภาครัฐ ตลาดทุน บริษัทจดทะเบียน และผู้ลงทุนสถาบัน มาหารือแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เพื่อสร้างความเข้าใจในมุมมองและบริบทระหว่างกัน นำไปสู่การพัฒนานโยบายและสินค้าที่ตอบโจทย์นักลงทุนทั่วโลกThailand Focus 2026 ยังเปิดเวทีให้ผู้บริหารระดับสูงจากตลาดหลักทรัพย์อาเซียน 6 ประเทศ ได้แก่ มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม และ ไทย ร่วมให้ข้อมูลถึงการเชื่อมโยงเงินทุนสู่การเติบโตทั่วภูมิภาคอาเซียนด้วยคุณอัสสเดช กล่าวว่า บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันนี้กลับมามีความโดดเด่นอีกครั้ง SET Index ปรับเพิ่มขึ้นเกือบ 30% นับตั้งแต่ต้นปี สูงสุดเป็นอันดับ 4 ของโลก สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่กลับมาอย่างชัดเจน ท่ามกลางปัจจัยสนับสนุน อาทิ กระแสเงินทุนจากต่างชาติที่ไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง มุมมองด้านความน่าเชื่อถือของประเทศไทยที่ได้รับการปรับดีขึ้น จากสถาบันจัดอันดับชั้นนำของโลก นโยบายเศรษฐกิจภาครัฐมีทิศทางชัดเจน และมุ่งสร้างการเติบโตระยะยาว ภาคธุรกิจไทยก็มีพื้นฐานแข็งแกร่ง มีศักยภาพในการปรับตัวบล.อินโนเวสท์ เอกซ์ ระบุว่า 78 บริษัทที่เข้าร่วมให้ข้อมูลในไทยแลนด์โฟกัส มีมาร์เกตแคปรวมกันราว 15 ล้านล้านบาท คิดเป็น 74% ของมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดและเป็นครั้งแรกที่มีตลาดหลักทรัพย์จาก 5 ประเทศอาเซียนมาร่วมด้วยภาพรวมตลาดหลักทรัพย์ไทย ณ สิ้นเดือนกรกฎาคม SET Index ปิดที่ 1,623.64 จุด เพิ่มขึ้น 28.9% จากสิ้นปี 2568 โดยได้รับแรงหนุนจากเงินลงทุนต่างชาติอย่างต่อเนื่อง มูลค่าซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 87,397 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 105% เทียบกับปีที่แล้ว Dividend Yield SET สิ้นเดือน ก.ค. อยู่ที่ 4.1% สูงกว่าค่าเฉลี่ยในเอเชียที่ 2.8% นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิที่ 75,864 ล้านบาท เฉพาะเดือน ก.ค.เดือนเดียวซื้อสุทธิ 48,864 ล้านบาท เป็นการซื้อสุทธิต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 ผู้ลงทุนต่างประเทศยังคงมีสัดส่วนมูลค่าการซื้อขายสูงสุดที่ระดับ 54.3% ของมูลค่าการซื้อขายรวม ตามด้วยนักลงทุนรายย่อยในประเทศ 31.3% ผู้ลงทุนสถาบันในประเทศ 7.3% และบริษัทหลักทรัพย์ 7.1%P/E ตลาดหลักทรัพย์ 24 ส.ค. อยู่ที่ 16.13 เท่า ถ้าตัด DELTA ออกไปจะเหลือ 12–13.6 เท่า ถือว่าตลาดหุ้นไทยยังน่าลงทุน ราคาหุ้นไม่แพงเกินไปนักวิเคราะห์หลายสำนักมอง SET Index ถึงสิ้นปี 2569 น่าจะมีโอกาสขึ้นไปถึง 1,700 จุด บางรายให้ถึง 1,800 จุด เมื่อดูสถานการณ์รวมแล้ว โอกาสที่จะไปถึง 1,700 จุด เป็นไปได้สูง ก่อนต้มยำกุ้ง ดัชนี SET เคยขึ้นไปทำสถิติสูงสุดที่ 1,789.16 จุด และ เคยทำสถิติสูงสุดที่ 1,838.96 จุด เมื่อ 24 ม.ค.2561 ถ้าการเพิ่มจีดีพีโดยใช้การลงทุนนำนโยบายเศรษฐกิจมีความชัดเจนโอกาสที่จะไปถึง 1,800 จุด ก็มีความเป็นไปได้และถ้าการเมืองไทยมีคุณภาพมากกว่านี้อีกนิด ผมเชื่อว่า 1,800 จุด ไปถึงแน่นอน.“ลม เปลี่ยนทิศ”คลิกอ่านคอลัมน์ “หมายเหตุประเทศไทย” เพิ่มเติม