ปศุสัตว์ออกประกาศกำหนดเขตโรคระบาดสัตว์ รุนแรง 3 อำเภอใน จ.มหาสารคาม หลังตรวจพบควาย ล้มตาย 25 ตัวป่วย 28 ตัว นำก้อนเนื้อไปตรวจพบควายป่วยเป็น “โรคคอบวม” ตั้งด่านกั้นบริเวณในรัศมี 5 กม. จากจุดระบาด ห้ามเคลื่อนย้ายและกักสัตว์เลี้ยงไว้ 30 วัน รอดูอาการ รวมทั้งงดซื้อขายวัวและควายไปจนถึง 6 ส.ค.นี้ปศุสัตว์ประกาศกั้นพื้นที่ 3 แห่งเป็นเขตโรคระบาดสัตว์ เปิดเผยเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 25 ก.ค. นายนพดล พินิจ ปศุสัตว์จังหวัดมหาสารคาม เปิดเผยว่า สำนักงานปศุสัตว์ฯ รับรายงานมีควายของชาวบ้านป่วยล้มตายเป็นจำนวนมาก ไปตรวจสอบพร้อมประสานสัตวแพทย์ไปตรวจ 3 จุด ประกอบด้วยจุดที่ 1 บ้านหนองหญ้าปล้อง หมู่ 4 ต.บ่อใหญ่ อ.บรบือ พบควายของเกษตรกรป่วย 6 ตัว และตาย 5 ตัว จุดที่ 2 บ้านบ่อทอง หมู่ 10 ต.เลิงแฝก อ.กุดรัง พบควายป่วย 20 ตัว และตาย 19 ตัว และจุดที่ 3 บ้านหนองผง หมู่ 8 ต.ดงยาง อ.นาดูน พบควายป่วย 2 ตัว และตาย 1 ตัว รวมควายป่วย 28 ตัว และตาย 25 ตัวนายนพดลเปิดเผยอีกว่า เจ้าหน้าที่ตัดชิ้นเนื้อควายส่งไปตรวจพิสูจน์ที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการสัตวแพทย์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน จ.ขอนแก่น ทราบว่า ควายตายด้วยสาเหตุของโรคระบาดเฮโมรายิกเซพติซีเมีย (โรคคอบวม) เพื่อประโยชน์ในการควบคุม ป้องกัน และกำจัดโรคอย่างมีประสิทธิภาพ เห็นควรประกาศกำหนดเขตโรคระบาดสัตว์ ชนิดโรคเฮโมรา–ยิกเซพติซีเมีย เป็นโรคระบาดชนิดร้ายแรง สามารถติดต่อไปยังสัตว์ประเภทวัว ควาย แพะ แกะ และสุกร ฉะนั้นอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 20 แห่ง พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์ พ.ศ.2558 ประกาศให้ทราบโดยทั่วกันว่า พื้นที่ทั้ง 3 แห่งเป็นเขตโรคระบาดสัตว์ในรัศมี 5 กม.จากจุดระบาด กักกันสัตว์เลี้ยงไว้ 30 วัน เพื่อดูอาการ เร่งฉีดวัคซีนป้องกันโรค ขณะเดียวกัน ปศุสัตว์จะนำหญ้าไปแจกให้กับเกษตรกรที่ต้องกักกันสัตว์เลี้ยง ชาวบ้านควรหลีกเลี่ยงการใช้เส้นทางผ่านจุดที่เกิดโรค เนื่องจากจะมีเจ้าหน้าที่ตั้งด่านตรวจการเคลื่อนย้ายสัตว์ในเส้นทางดังกล่าวนอกจากนี้ ปศุสัตว์จังหวัดมหาสารคาม มีประกาศให้งดเคลื่อนย้ายสัตว์ในพื้นที่ระบาดของโรค และขอความร่วมมืองดตลาดซื้อขายวัวและควายทั้ง 5 แห่ง ในพื้นที่จนถึงวันที่ 6 ส.ค.นี้ การระบาดของโรคจะเกิดขึ้นได้ง่ายในสภาวะที่สัตว์เกิดความเครียด เช่น ช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะต้นฤดูฝน การเคลื่อนย้ายสัตว์หรือการใช้แรงงานสัตว์มากเกินไป จากการสอบสวนโรค สาเหตุการระบาดมาจากการเคลื่อนย้ายสัตว์ มาจากพื้นที่เกิดโรคระบาด และเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ เพราะเกษตรกรไม่ฉีดวัคซีนป้องกันโรคให้สัตว์“สัตว์ที่เป็นโรคจะมีอาการซึม ไข้สูง น้ำลายไหล และตายภายในเวลาอันรวดเร็วไม่เกิน 24 ชั่วโมง หรือแบบเฉียบพลัน จะสังเกตเห็นอาการทางระบบหายใจของสัตว์คือ อ้าปากหายใจ หายใจหอบลึก ยืดคอไปข้างหน้า หายใจมีเสียงดัง ลิ้นบวมจุกปาก หน้า คอ หรือบริเวณหน้าอกจะบวมแข็งร้อน ต่อมาจะมีอาการเสียดท้อง ท้องอืด อุจจาระมีมูกเลือดปน สัตว์จะตายภายใน 2-3 วัน ผู้เลี้ยงมักจะสังเกตอาการไม่ทัน การป้องกันที่ดีที่สุดคือ ฉีดวัคซีนป้องกันโรคให้วัวและควาย ตั้งแต่อายุ 4 เดือนขึ้นไป วัคซีนของกรมปศุสัตว์นี้จะสามารถควบคุมโรคได้นาน 1 ปี ทั้งนี้ โรคคอบวมเป็นโรคระบาดรุนแรงของควาย แต่โรคนี้จะมีความรุนแรงน้อยลงในสัตว์อื่นๆ เช่น วัว แกะ หมู ม้า อูฐ กวาง และช้าง เป็นต้น ไม่เป็นโรคติดต่อระหว่างสัตว์และคน ลักษณะสำคัญของโรคในสภาวะความเครียดเช่นนี้ สัตว์ที่ป่วยจะปล่อยเชื้อออกมาปนเปื้อนกับอาหารและน้ำ เมื่อสัตว์ตัวอื่นกินอาหาร หรือน้ำที่มีเชื้อปนเปื้อนเข้าไปจะป่วยเป็นโรคนี้และขับเชื้อออกมากับสิ่งขับถ่ายต่างๆ เช่น น้ำมูก น้ำลาย และอุจจาระ ทำให้โรคแพร่ระบาดต่อไป เชื้อนี้จะมีชีวิตอยู่ในแปลงหญ้าประมาณ 24 ชั่วโมง แต่ถ้าอยู่ในดินที่ชื้นแฉะได้นานถึง 1 เดือน” นายนพดลกล่าว