ปี พ.ศ.2563 คนไทยถูกสอนให้ท่องคาถา “กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ” เพื่อรักษาชีวิตให้รอดจากโรคโควิด-19 ซึ่งสถานการณ์วันนี้อยู่ในขอบเขต ยังเป็นโรคนำเข้าผมเปิดหนังสือ “ครัวไทย” (สำนักพิมพ์พิมพ์คำ พ.ศ.2558) อ่านย่อหน้าที่ ส.พลายน้อย เล่าเรื่องเมื่อกว่า 70 ปีที่แล้ว รัฐบาลท่านรณรงค์ให้ชาวบ้านดูแลตัวเองให้ไกลจากอหิวาตกโรค“ครูเหลี่ยม” นักเขียนชื่อดังสมัย ร.6 ร.7 แต่งคำคล้องจอง “อหิวาต์กำเริบ ล้างมือก่อนเปิบด้วยน้ำประปา ผักดิบผักสด งดเสียดีกว่า หากใช้น้ำท่า จงต้มเสียก่อน...”สโลแกนของครูเหลี่ยมยืนยันว่า ในสมัย ร.6 ร.7 คนไทยก็ยัง “เปิบข้าว” ด้วยมือกันอยู่ทั้งๆที่รู้กัน สมัย ร.5 สมัยที่ไทยจำเป็นต้องคบค้ากับฝรั่ง สมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง พยายามปฏิรูปหลายๆเรื่อง การปฏิรูปคนไทย ให้เลิกเปิบข้าวมาใช้ช้อนส้อม เป็นเรื่องหนึ่งสมเด็จฯกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงนิพนธ์ไว้ว่าปีมะเมีย พ.ศ.2431 เสด็จกลับจากประพาสสิงคโปร์ เริ่มตั้งโต๊ะเสวยที่พระที่นั่งไพศาลทักษิณมีเจ้านายบางพระองค์เอาพระหัตถ์ซ้ายถือส้อมปักแทงชิ้นอาหารให้ทะลุกรึงไว้กับจาน เอาพระหัตถ์ขวาถือมีดหั่นอาหารเป็นชิ้นน้อยๆ เรียกเยาะกันว่า “แผลงศร”นับจากปี 2413 ที่พระพุทธเจ้าหลวง ทรงจัดให้เจ้านายได้ใช้ช้อนส้อม...จนถึงปี 2431 แล้ว พวกเจ้านายก็ยังใช้กันไม่ค่อยจะเป็น นี่เป็นปัญหาระหว่างเจ้ากับเจ้า ที่ต่อมาก็ดูจะกลมกลืนกันไปได้แต่การใช้ช้อนส้อม เมื่อถูกนำไปใช้กับ “พระ” เป็นเรื่องยากมากมีเรื่องในจดหมายเหตุว่า ครั้งรัชกาลที่ 5 ในการสมโภชพระราชมณเฑียร 14 ส.ค.2441 มีการถวายอาหารบิณฑบาต เป็นการจัดอย่างใหม่ ให้พระสงฆ์รับพระราชทานฉันด้วยช้อนส้อม อย่างโต๊ะเลี้ยงข้าราชการขณะพระสงฆ์ฉัน พระเจ้าอยู่หัวได้ทอดพระเนตรเห็นสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (แสง ปัญญาทีโป) วัดราชบูรณะ ใช้ผ้าพันหุ้มช้อนส้อม เพราะเข้าใจว่าเป็นเงินจึงมีพระราชดำรัสว่า ไม่ต้องเอาผ้าหุ้ม ไม่ใช่เงินแท้ เพราะได้หารือกรมหมื่นวชิรญาณวโรรสแล้ว ไม่เป็นอาบัตินี่ก็เป็นปัญหาจากความเคร่งวินัย ข้อที่ว่าพระจับเงินทองไม่ได้ครั้งนั้นเหมือนกัน พระเจ้าอยู่หัวทอดพระเนตรเห็นหม่อมเจ้า สมเด็จพระพุฒาจารย์ (ทัด เสนีย์วงศ์) วัดพระเชตุพน ไม่ทรงจับช้อนส้อม แต่ใช้หัตถ์รับพระราชทานฉันมีพระราชดำรัสว่า สมเด็จพระพุฒาจารย์ เห็นจะไม่เคยใช้ช้อนส้อม การเลี้ยงพระด้วยช้อนส้อมเห็นจะต้องเลิกปัญหาความไม่ลงรอย ระหว่างเจ้าที่พยายามปฏิรูปเรื่องการใช้ส้อม...กับพระยังมีต่อไป สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ทรงเล่าไว้ในสาส์นสมเด็จ วันที่ 6 พ.ค.2479 ว่าเมื่อสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงเสด็จกลับจากยุโรป โปรดให้มีการเลี้ยงพระสงฆ์อย่างฝรั่ง มีพระราชาคณะที่เคร่งวินัยรูปหนึ่ง บอกให้ประเคนมีดและช้อนส้อมด้วย ท่านว่าสนิมช้อนจะติดเข้าไปกับอาหารทรงประชดพระน้ำลายของท่านที่กลืนอยู่วันยังค่ำนั้น ใครจะไปประเคนให้ได้เล่าเรื่องที่ผู้ใหญ่บันทึกไว้นี้ชี้ว่า รัชกาลที่ 5 ทรงจัดให้เจ้านายได้ใช้ช้อนส้อมตั้งแต่ปี 2413 ให้พระสงฆ์ฉันด้วยช้อนส้อม ปี 2441 ห่างกันถึง 28 ปี เรื่องก็ยังไม่ค่อยจะเป็นไปตามพระราชประสงค์เนื่องเพราะการใช้มือเปิบข้าว เป็นความเคยชินของคนไทยมาช้านานวันเวลาผ่านมาถึงวันนี้ คนไทยที่ถูกสอนให้ล้างมือก่อนเปิบข้าว กำลังถูกสอนบทเรียนใหม่ ล้างมือยังไม่พอ ต้องล้างด้วยแอลกอฮอล์ ล้างทุกครั้งที่เอามือไปแตะไปจับอะไรมาเรากำลังถูกสอนให้ทำหลายสิ่งใหม่ๆ ไปไหนมาไหนต้องใส่หน้ากาก จับนิดแตะหน่อยก็ต้องล้างด้วยน้ำยาเคมี ผมหวังว่า ไม่ช้าเราจะชินกันไปเอง.กิเลน ประลองเชิง