ครั้งหนึ่ง หลายปีเต็มทีแล้ว มีป้ายผ้าแผ่นใหญ่ เขียนว่า “อย่าปล่อยให้คนชั่วลอยนวล” อยู่หลายมุมเมือง ตอนอ่านไม่มีใครรู้ สื่อความหมายอะไรแน่ไม่นาน เมื่อหนังชุดเปาบุ้นจิ้น ออกฉายทางทีวีช่อง 3 จึงรู้กันว่าเป็นโฆษณาประวัติศาสตร์จีน ยุคจั้นกว๋อ เก่าไปกว่าสมัยเปาบุ้นจิ้น พบในหีบหนังสือวังจิ่งหยวนกง พระราชวังโบราณกรุงปักกิ่ง บันทึกเรื่องทำนองเดียวกัน เรื่อง “วาจาของก่วนจ้ง” เอาไว้(สายธารแห่งปัญญา หงอิ้งหมิง เขียน บุญศักดิ์ แสงระวีแปล พ.ศ.2535 สำนักพิมพ์ ก.ไก่)ก่อนก่วนจ้ง นายกแคว้นฉีจะตาย เขาฝากวาจาไว้กับฉีหวนกง อ๋องแคว้นฉีเจ้านายว่า ขอให้ตีตัวออกห่างจากอี้หยา ซู่เตียว ฉางจืออู และกงจื่อฉี่ฟาง คนโปรดข้างตัวแต่อ๋องแคว้นฉีไม่เชื่อ เขาแย้งวาจาก่วนจ้งว่า“อี้หยาเคยฆ่าลูกชาย เอาเนื้อมาให้เรากิน ตอนที่เราอยากกินเนื้อ ซู่เตียวยอมเจ็บตัวเพื่อรับใช้เรา ฉางจิืออูช่วยขับไล่ภูตผีปีศาจ รักษาโรคให้เรา กงจื่อฉี่ฟางติดตามเรามานานถึง 15 ปี บิดาตายก็ยังไม่กล้าไปงานศพคนเหล่านี้ ไม่มีอะไรน่าสงสัยว่าจะไม่ซื่อ”ก่วนจ้งต้องอธิบาย “ท่านอ๋อง ท่านคิดผิด ใครบ้างไม่รักลูกในไส้ ฆ่าได้กระทั่งลูก นับประสาอะไรกับท่านมนุษย์ล้วนแต่รักถนอมร่างกาย ซู่เตียวยอมแยกร่างกายกับตัว นับประสาอะไรกับท่านโรคภัยไข้เจ็บเพราะภูตผี...ท่านอย่าเชื่อฉางจืออูนัก รักษาร่างกายให้ดีดีกว่าใครบ้างไม่รักบิดา กงจื่อฉี่ฟางไม่ไปงานศพบิดา เพราะเกรงบารมีของท่าน นับประสาอะไรกับท่าน”ฉีหวนกงจำนนเหตุผล หลังก่วนจ้งตาย ก็สั่งเนรเทศสี่ผู้ใกล้ชิด ออกนอกแคว้นแต่เมื่อสี่คนอยู่ไกลตัว อ๋องแคว้นฉี ฉีหวนกงเสวยอาหารไม่ถูกปาก เพราะขาดอี้หยาที่เคยดูแล ในวังมีแต่เรื่องยุ่งเหยิง เพราะขาดขันทีซู่เตียวคอยควบคุมโรคก็ดูจะรุมเร้า เมื่อไม่มีฉางจืออู หมอผีรักษาพยาบาลกิจการบ้านเมืองก็วุ่นวาย เมื่อขาดกงจื่อฉี่ฟางบริหารฉีหวนกง ทนความยุ่งยากลำบากต่อไปไม่ไหว สั่งให้สี่คนกลับมารับใช้เหมือนเดิมปีต่อมา ฉีหวนกงล้มป่วย ฉางจืออูก็ออกไปป่าวประกาศนอกวัง ท่านอ๋องใกล้ตาย ร่วมมือกับอี้หยาและซู่เตียวก่อกบฏส่วนกงจื่อฉี่ฟาง ยึดดินแดนส่วนหนึ่งเอาไปสวามิภักดิ์แคว้นอุ้ยเหตุการณ์เหล่านี้ มีขึ้นก่อนฉีหวนกงจะตาย เขารู้ข่าวแล้วถอนหายใจรำพัน “เมื่อเราตาย จะไปพบหน้าท่านก่วนจ้งได้อย่างไร” แล้วก็สิ้นใจศพฉีหวนกงถูกทิ้งเดียวดายในวัง คนที่ไว้วางใจแต่ละคน กำลังวุ่นวายกับการชิงอำนาจจบเรื่องเล่า วาจาก่วนจ้ง มีคำสอนว่า “ป่วยจึงรู้ความแข็งแรงว่าวิเศษ วุ่นวายจึงรู้ว่าความสงบเป็นความสุขได้ดีเพราะโชคช่วย แต่รู้ว่าคือรากเหง้าแห่งความวิบัติ รักชีวิตกลัวความตาย แต่รู้สาเหตุแห่งความตาย นี้จึงเป็นความเฉียบแหลม ของผู้มีปัญญา”อ่านเรื่องนี้จบ ผมก็พอได้ข้อสรุป คนชั่ว...ยุคใดสมัยไหน น่ากลัว ไว้ใจไม่ได้...ไม่ว่าสมัยฉีหวนกงเป็นใหญ่ สมัยเปาบุ้นจิ้น กระทั่งถึงสมัยปัจจุบันปล่อยให้คนชั่วลอยนวลต่อไป ภัยพิบัติไม่แค่จะมีต่อตัวเอง แต่จะเดือดร้อนวุ่นวายไปทั้งบ้านเมือง.กิเลน ประลองเชิง