มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันมาก หลังจากที่เลขาธิการคณะรัฐมนตรี มี หนังสือด่วนที่สุด ถึงสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน แจ้งถึงข้อสั่งการของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้พิจารณานำเงินกองทุนประกันสังคมมาทำให้เกิดประโยชน์ ให้ผู้ประกันตนกู้ยืมเพื่อการลงทุนหรือเพื่อรายจ่ายจำเป็นอื่นๆมีเสียงคัดค้านในทันที จากนายมนัส โกศล ประธานสภาองค์การลูกจ้างพัฒนาแรงงานแห่งประเทศไทย ระบุว่าตาม พ.ร.บ.ประกันสังคม ไม่สามารถนำ เงินมาปล่อยกู้ผู้ประกันตนได้ เพราะอาจมีผู้ประกันตนหลั่งไหลเข้ามากู้ กระทบกองทุนภาพรวมอาจล่มได้ และกระทบถึงเงินบำนาญของลูกจ้างผู้ประกันตนทุกคนท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์เรื่องนี้ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่า ไม่ใช่เป็นการสั่ง แต่ใช้คำว่า “ข้อสั่งการ” ของนายกรัฐมนตรี คล้ายกับเป็นเรื่องที่ประธานแจ้งให้ทราบ เป็นข้อสั่งการสำนักงานประกันสังคม (ส.ป.ส.) ว่าทำได้หรือไม่ ถ้ากระทรวงแรงงาน แจ้งกลับมาว่าทำไม่ได้ จบแต่ถ้า ส.ป.ส.ไม่ทำตามข้อสั่งการ จะกลายเป็นการขัดคำสั่งผู้บังคับบัญชา หรือไม่ เป็นความผิดทางวินัยและต้องรับโทษหรือไม่ กรณีนี้ ผู้บังคับบัญชาไม่ธรรมดา แต่เป็นถึงนายกรัฐมนตรี ผู้มีอำนาจสูงสุดในการบริหารประเทศ และถ้าทำตามข้อสั่งการ เกิดความเสียหายต่อกองทุน ใครจะรับผิดชอบกองทุนประกันสังคมเป็นกองทุนใหญ่ มีเงินทุนประมาณ 2.1 ล้านล้าน บาท เป็นเงินสวัสดิการของผู้ประกันตน 16,431,422 คน กลุ่มแรกทำงานในสถานประกอบการ 11.6 ล้านคน กลุ่มที่สอง มีผู้ประกันตน 1.6 ล้านคน กลุ่มที่สามเป็นประชาชนทั่วไป ประกันตน 3.1 ล้านคน กองทุนนี้เป็นที่หมายปองของนักการเมืองและข้าราชการตามปกติจะมีคณะกรรมการกองทุน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นข้าราชการหรือคนที่นักการเมืองส่งเข้าไปบริหาร มีเสียงเรียกร้องมาโดยตลอด ให้มีตัวแทนของนายจ้างและลูกจ้างเข้าไปเป็นกรรมการบริหารกองทุน ที่มีสิทธิมีเสียงและมีอำนาจที่แท้จริง เพราะกองทุนส่วนใหญ่มาจากนายจ้างกับลูกจ้าง เป็นกองทุน “เพื่อ” ลูกจ้างมีเสียงเรียกร้องด้วยว่า ขอให้ตั้ง “มืออาชีพ” ผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนและเศรษฐกิจ เป็นผู้บริหารกองทุน เนื่องจากกองทุนมีมหาศาล หากเกิดความผิดพลาด ถ้าปล่อยกู้สะเปะสะปะ ตามคำสั่งหรือความต้องการของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง อาจเกิดความเสียหายร้ายแรงถึงกองทุนล่ม ใครจะรับผิดชอบ?