พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ประธานอนุกรรมาธิการศาสนา วุฒิสภา บอกว่า การพิจารณาเรื่องร้องเรียน ขอให้กำหนดมาตรการการป้องกันการล่วงละเมิดพระพุทธศาสนา กรณีภาพวาดอุลตร้าแมนนั่งแท่นพระพุทธชินราช ในซุ้มเรือนแก้วทับผ้าทิพย์ พระธรรมจักรเหนือพระพุทธบัลลังก์อนุกรรมาธิการ วุฒิสภา ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 3 หน่วยงานมาให้ข้อเท็จจริง และขอรับทราบแนวทางแก้ไขพอสรุปได้ว่า ที่ทั้ง 3 หน่วยทำมายังเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเฉพาะเรื่องที่เกิดขึ้นเท่านั้นการแก้ปัญหาในระยะยาวยังมองไม่เห็น คำแนะนำได้ให้ไปแก้ไขทั้งขอความร่วมมือทุกภาคส่วนในการทำความเข้าใจเกี่ยวกับหลักศาสนา ไม่ใช่ทำเฉพาะที่เดียว ให้ไปแก้ไขกฎ ระเบียบ ข้อบังคับของแต่ละหน่วยให้ทันสมัย เพื่อให้รองรับปัญหาที่อาจเกิดขึ้นทำนองเดียวกันในอนาคต การแก้ไขปัญหานี้นอกจากขอความร่วมมือทุกภาคส่วนในการสร้าง “จิตสำนึก” ให้ทุกคนตระหนักรู้ ตระหนักเห็น และช่วยกันปกป้องคุ้มครองช่วยกันทำนุบำรุงศาสนาสิ่งสำคัญอีกอย่างคือ กฎหมายที่มีอยู่ไม่ว่าจะเป็นประมวลกฎหมายอาญา หรือ พ.ร.บ.โบราณสถาน โบราณวัตถุฯ พ.ศ.2504 ยังไม่ทันสมัยและยังไม่ครอบคลุมปัญหาที่เกิดขึ้นทั้งในปัจจุบันและอนาคต โดยเฉพาะกฎหมายประมวลกฎหมายอาญา ลักษณะที่ 4 ความผิดเกี่ยวกับศาสนา ม.206 ซึ่งใช้บังคับมาตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2500 แม้จะมีแก้ไขตามคำสั่งคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน (ฉ.24) ข้อ 6 พ.ศ.2519ยังไม่ครอบคลุมถึงปัญหาที่เกิดขึ้น เพราะตาม ม.206 เดิมบัญญัติไว้แต่เพียงว่าต้องเป็นการกระทำใดๆต่อวัตถุหรือสถานอันเป็นที่เคารพในทางศาสนาของหมู่ชนใด อันเป็นการ “เหยียดหยาม” ศาสนา ผิดตาม ม.206คำว่า “เหยียดหยาม” ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตฯ หมายความว่า “ดูหมิ่น” แต่ถ้าพิจารณาตามแนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 736/2505วินิจฉัยไว้ว่า “การกระทำของจำเลยเป็นการไม่สมควรอย่างยิ่ง แต่จะถือว่าเป็นการเหยียดหยามศาสนา” ตามความใน ม.206 ยังไม่ถนัด เพื่อป้องปรามและทำให้ครอบคลุมปัญหาที่มีขึ้นอีกในอนาคต จำเป็นที่จะแก้ไขเพิ่มเติม ม.206ให้เป็นไปตามแนวคำวินิจฉัยที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา เพิ่มเติมข้อความว่า “เป็นการไม่สมควร”เป็นไปตามหลักกฎหมายสากลว่า “ไม่มีความผิด ถ้าไม่มีกฎหมายกำหนด”ถ้าทำได้ทั้งการสร้างความเข้าใจ และมีมาตรการทางกฎหมายเสริมน่าจะแก้ปัญหานี้ได้ไม่มากก็น้อย.“เพลิงพยัคฆ์”pluengpayak@thairath.co.th