นพ.ภาสกร ชัยวานิชศิริ รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า สมองติดยาเป็นอาการที่พบได้ในผู้เสพยาและสารเสพติด เมื่อเสพเข้าสู่ร่างกายจะมีผลต่อสมอง 2 ส่วน คือ สมองส่วนคิดและสมองส่วนอยาก ยาและสารเสพติดจะเข้าไปกระตุ้นสมองให้หลั่งโดปามีน ซึ่งทำให้เกิดความสุขออกมามากกว่าปกติ เมื่อหมดฤทธิ์จะทำให้ผู้เสพมีอาการหงุดหงิด ซึมเศร้า จึงพยายามแสวงหายาและสารเสพติดมาใช้ซ้ำๆ เมื่อใช้ยาและสารเสพติดบ่อยๆ จะทำให้สมองส่วนคิดถูกทำลาย สมองส่วนอยากจะอยู่เหนือสมองส่วนคิด ทำให้ทำอะไรตามใจตามอารมณ์ ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้นพ.สรายุทธ์ บุญชัยพานิชวัฒนา ผอ.สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี (สบยช.) กล่าวว่า การที่ผู้เสพยาและสารเสพติดเข้ากระบวนการเลิกยาและสารเสพติดอย่างจริงจังช้าเกินไป เซลล์สมองจะถูกทำลาย และหากมีภาวะเสริมจากปัญหาของสมอง เช่น ระดับสติปัญญาต่ำ หรือมีสภาพจิตใจที่ไม่ปกติ มีแนวโน้มทางกรรมพันธุ์ที่มีโอกาสจะเกิดโรคทางจิตเวช ยิ่งทำให้อาการทางสมองที่ผิดปกติแสดงออกมาอย่างรุนแรงมากขึ้น ทำให้สูญเสียความทรงจำ ไม่สามารถควบคุมอารมณ์ได้ อย่างไรก็ตาม หากหยุดเสพยาตั้งแต่เริ่มเสพไม่นาน และเข้ารับการบำบัดรักษาอย่างต่อเนื่อง สมองจะมีโอกาสฟื้นฟูมากขึ้น แต่หากเสพยาและสารเสพติดมากกว่า 5-10 ปี และเข้าบำบัดรักษาช้า สมองจะถูกทำลาย ไม่สามารถใช้สมองเพื่อเรียนหนังสือหรือทำงานได้อย่างเช่นคนปกติทั่วไป.