คนไทยคุ้นสำนวนว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเอง ได้ยินแล้วก็เข้าใจ หมายความถึงคนที่พูดว่าคนอื่นอย่างไร ตนเองก็เป็นเช่นนั้นพระเอกเจ้าชายอิเหนาเป็นคู่หมั้นกับนางเอกเจ้าหญิงบุษบา แต่ตอนที่อิเหนาติดพันสาวอื่นอยู่ ก็ปฏิเสธแข็งขันไม่เอาๆ แต่เมื่อไปเจอหน้าเข้าก็กลับหลงไม่ลืมหูไม่ลืมตา ถึงขั้นต้องลักพาเอาบุษบาไปอยู่ด้วยกันในถ้ำวรรณกรรมอิเหนานิยมกันตั้งแต่สมัยอยุธยา มาถึงต้นรัตนโกสินทร์ เดิมทีเป็นเรื่องของเจ้านายในวัง...ฟังแล้วจับเค้าได้ เป็นเรื่องที่เล่าขานกันในอินโดนีเซียวรรณกรรมไทยส่วนใหญ่เราได้จากอินเดีย พอมาถึงอิเหนากลิ่นอายแปร่งแปลกไป เมื่อเป็นเรื่องชู้สาวชิงรักหักสวาท จึงฝังใจชาวบ้าน เหมือนเรื่องขุนช้างขุนแผน ที่มาของสำนวน วันทองสองใจการเปรียบเปรยทำนองเดียวกัน มีในทุกชาติทุกภาษา อาจารย์ กาญจนาคพันธุ์ ท่านเล่าไว้ใน “สำนวนไทย” ว่า ในอังกฤษเมืองหนาว อยู่ใกล้กับกาต้มน้ำ...จึงมีสำนวนว่า หม้อว่ากาต้มน้ำ...ดำเยอรมนีมีลามาก...มีสำนวนว่า ลาว่าลาอีกตัว หูเจ้ายาวสเปนว่า เหยี่ยวตลาดไล่กา “ออกไปเจ้าดำ” อิตาเลียนว่า กระทะบอกหม้อออกไปห่าง เดี๋ยวเขม่าเปื้อนข้ากรีกว่า ลาด่าไก่ เจ้าหัวโต รัสเซียว่า หมูเสียดสีม้า ตีนเจ้าหงิกแล้วขนก็ใช้ประโยชน์อะไรไม่ได้ แขกบังกล่าวว่า ตะแกรง บ่นกับเข็ม เจ้ามีรูที่หาง แขกพิหารว่า ตะแกรงด่ากระจาด เจ้ามีรูตั้งพันแขกกะลิงว่า ครกรำคาญเสียงกลอง ว่าดังเกินไป แขกออสมันลีว่า เห็นผงในตาคนอื่น แต่ไม้ดุ้นใหญ่ในตาตัวเองมองไม่เห็น แขกฮินดูว่า จุดเล็กในตาคนอื่นมองเห็น แต่ฝ้าปื้นหนาในตาตัวเองไม่เห็นแขกมะระถี (เอากันเองนะครับ เมืองไหน) เอาสากในตาตัวเองออกเสียก่อน จะไปเอาผงออกจากตาคนอื่นจีนมีสองสำนวน สำนวนแรกว่า กวาดหิมะหน้าประตูบ้านตัวเองก่อนเถิด อย่าไปเอาธุระกับหิมะหลังคาเพื่อนบ้าน สำนวนที่สอง กาเยาะหมูว่า ดำญี่ปุ่นว่า ไล่แมลงวันจากหัวตัวเองเสียก่อน ไปสนใจเรื่องคนอื่นสำนวนหลายๆบ้านเมือง ที่กาญจนาคพันธุ์ ท่านอุตส่าห์ค้นคว้ามาเล่า...พอจับเค้าได้ ใครใกล้กับสิ่งใด ก็มักเปรียบเทียบกับสิ่งนั้นในไทย นอกจากสำนวนว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเองแล้ว ในโคลงโลกนิติ ที่คนรุ่นพ่อนับถือและจดจำมาสั่งสอนลูกๆหลานๆ บทหนึ่งว่าโทษท่านปานหนึ่งน้อย เม็ดงา พาลเพ่งเล็งเอามา เชิดชี้ ผลพร้าวใหญ่เต็มตา เปรียบโทษ ตนนา บ่อยๆร้อยหนจี้ บอกแล้ว หรือเห็นความจริง โคลงโลกนิติบทนี้น่าจะมีคนจำและท่องได้คล่องปาก ถ้าไม่มีกลอนแบบชาวบ้าน ที่กระทั่งเด็กวัดก็ท่องจำได้ เพียงแต่ไม่รู้ว่าใครแต่งโทษคนอื่นมองเห็นเป็นภูเขา โทษของเรามองเห็นเท่าเส้นขน ตดคนอื่นเหม็นเบื่อเราเหลือทน ตดของตนถึงเหม็นไม่เป็นไรกลอนบทนี้ ดูจะหยาบสัปดนไปหน่อย แต่ที่จำกันได้ เพราะจี้ใจมากผมเขียนมายืดยาว อย่าเดาเลย ตอนจบ จะเอาไปกระทบกระเทียบใคร...จะเอาชื่อท่านอาจารย์หัวแรงใหญ่เขียนรัฐธรรมนูญ ตัวตั้งตัวตี เขียนรัฐธรรมนูญ แต่ถึงเวลาจะต้องแสดงบัญชีทรัพย์สิน ก็ลาออกเพราะรับไม่ได้ ก็ดูจะไม่ถูกที่ถูกตัวนักบ้านนี้เมืองนี้ไม่ว่าจะมองไปทางไหน อยู่ในพรรคไหน พวกใคร ก็หนีไม่พ้นอิเหนา ด่าเขาแล้วก็ทำเสียเองไปเสียทั้งนั้น.กิเลน ประลองเชิง