ทุกวันเทคโนโลยีดิจิทัลแทรกซึมปะปนอยู่ในชีวิติประจำวัน เป็นตัวแปรสำคัญกำหนดอนาคตของเศรษฐกิจทั่วโลก ไม่มีประเทศไหนที่ไม่ขับเคลื่อนด้วยเศรษฐกิจดิจิทัล ไทยก็เคยโหมวางโครงสร้างพื้นฐานและผลักดันพฤติกรรมสังคมให้เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจดิจิทัล ในช่วงปรับตัวเริ่มต้นถือว่าก้าวหน้าด้วยดี แต่ระยะหลังการส่งเสริมจากภาครัฐค่อนข้างเนือยๆแผ่วลงย้อนหลังไป 10 กว่าปีก่อน โครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมของไทยยังไม่สามารถเชิดหน้าชูตาได้ในกลุ่มอาเซียน แม้แต่ลาวยังมีคลื่น 3G ใช้ก่อนไทยเสียอีก กระทั่งในยุคที่ คุณฐากร ตัณฑสิทธิ์ ดำรงตำแหน่ง เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (กสทช.) ได้เป็นตัวจักรสำคัญในการผลักดันเร่งจัดประมูลคลื่น 3G ในปี 2555 ประมูลคลื่น 4G ในปี 2558 และประมูลคลื่น 5G ในเดือน ก.พ.2563 ทำให้ไทยเป็นประเทศแรกในกลุ่มอาเซียนที่ประมูลคลื่น 5G สำเร็จปัจจุบันคุณฐากรหันมาลงสนามการเมือง เป็น ประธานคณะกรรมการพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ พรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) เพื่อจะมาสานต่อความฝันที่ค้างอยู่ โดยเฉพาะ การต่อยอดเทคโนโลยี 5G และการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลในงานจัด แสดงวิสัยทัศน์ ของพรรคไทยสร้างไทย คุณฐากรได้กล่าวหัวข้อ เศรษฐกิจดิจิทัล ว่า มีความฝันที่จะสร้างเศรษฐกิจดิจิทัล เพื่อให้เศรษฐกิจไทยมีที่ยืนอย่างแข็งแกร่งในการค้าการลงทุนโลก ซึ่งจะสร้างงานสร้างอาชีพที่มั่นคงให้คนไทยจำนวนมากได้ หลายประเทศกำลังหาทางวางบทบาทตัวเองในยุคการเปลี่ยนผ่านของเทคโนโลยีนี้ หากไทยกำหนดยุทธศาสตร์ได้เร็วและดี เศรษฐกิจและประชาชนจะได้รับประโยชน์มหาศาล เช่น เกษตรกรมีรายได้เพิ่ม การสร้างศูนย์ประวัติคนไข้กลาง (Patient Record Center) เพื่อต่อยอดการรักษาพยาบาลจาก 30 บาท เป็น 30 บาทพลัส บัตรประชาชนใบเดียวรักษาได้ทุกที่ นอกจากนี้ยังเปิดช่องทางทำธุรกิจใหม่ๆได้อีกมากมายคุณฐากรกล่าวว่า หัวใจของการสร้างเศรษฐกิจดิจิทัลอยู่ที่ 3 คำคือ ประชาชน เอกชน และภาครัฐประชาชน : พรรคไทยสร้างไทยจะสนับสนุนให้ 3คือทักษะการคำนวณและภาษาที่เข้มแข็ง สิ่งที่ทำได้เลยคือโครงการพัฒนาทักษะดิจิทัลระดับชาติ ผ่าน online learning ให้ทุกคนเรียนฟรี เราสามารถร่วมมือกับแพลตฟอร์มการเรียนรู้ระดับโลก เช่น Coursera หรือร่วมมือกับสถาบันการศึกษาต่างๆที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ เป็นศูนย์พัฒนาทักษะสำหรับผู้เรียนที่ต้องการเรียนตัวต่อตัว (in-person training) หรือผู้ที่ไม่สามารถเรียนจากบ้านได้ โครงการนี้จะกระจายโอกาสการเข้าถึงทักษะจำเป็นให้คนไทยโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเอกชน : จะสนับสนุนให้เกิดการลงทุน นวัตกรรม และการจ้างงานผ่าน 2 ช่องทาง ได้แก่ 1.การสร้างคลัสเตอร์ธุรกิจดิจิทัล ดึงดูดธุรกิจทั้งไทยและต่างชาติให้มีการลงทุนเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยมีศักยภาพและความพร้อมสำหรับธุรกิจใหม่ๆในหลายภาคส่วน 2.การจัดตั้งกองทุนเศรษฐกิจดิจิทัลชุมชน เพื่อสนับสนุนให้เกิดธุรกิจดิจิทัลในระดับหมู่บ้าน ใช้งบประมาณจัดตั้งในครั้งแรก 15,000 ล้านบาท กระจายให้กับหมู่บ้าน 75,032 หมู่บ้านทั่วประเทศ เฉลี่ย 2 แสนบาทต่อหมู่บ้าน เงินจำนวนดังกล่าวมาจากการประสานความร่วมมือจาก ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มระดับโลกที่ใช้โครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมของไทยและเปิดให้บริการในเมืองไทย จึงไม่เป็นการผลักภาระให้ประชาชนและไม่เป็นภาระงบประมาณของรัฐภาครัฐ : จะทำให้ภาครัฐมีบทบาทสำคัญ 4 อย่างคือ 1.วางยุทธศาสตร์เศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ ให้ไทยสามารถเป็นจุดเชื่อมระหว่างตะวันออกกับตะวันตก และสร้างความสัมพันธ์ระดับนโยบายกับนานาชาติ 2.ร่วมมือกับเอกชนสร้างเศรษฐกิจดิจิทัล ภาครัฐจะไม่เป็นแค่ผู้ออกและบังคับใช้กฎเกณฑ์ แต่ต้องร่วมกับเอกชนปรับปรุงกฎระเบียบ ที่ล้าหลัง เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล 3.เปลี่ยนรูปแบบการให้บริการประชาชน ทั้งด้านสุขภาพ การศึกษา กฎระเบียบต่างๆ ให้อยู่ในรูปแบบของดิจิทัล 4.ต้องใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือให้ประชาชนตรวจสอบถ่วงดุลภาครัฐได้ผมถือว่าเป็นการนำเสนอนโยบายที่ครอบคลุมทุกมิติ ถ้าทุกองคาพยพขับเคลื่อนพร้อมกันได้ตามนี้ เศรษฐกิจไทยจะเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งและทั่วถึง.ลมกรด