2 ป.ออกงานวันแรงงานแห่งชาติ “บิ๊กป้อม” นั่งคุย “บิ๊กตู่” เดินเกาะไหล่ ปิดปากเงียบงดจ้อสื่อ “สุชาติ” ยันนายกฯสำรองไม่มีเรื่องจริง เย้ย “ธรรมนัส” จินตนาการไปเอง ส.ส.ซ่อนมีดรอเสียบ พท.ถกพรรคเล็กหาแนวร่วมโค่นรัฐบาล “ชลน่าน” นัดคุยสัปดาห์หน้า ไม่เชื่อปั่นราคาแลกกล้วย จ่อดีล “ผู้กองมนัส-กับพวก” สอยนายกฯ “พิเชษฐ” แฉ 3 กรรมการชิ่งลงมติท่อส่งน้ำอีอีซีหนีเสี่ยงคุก ลั่นผนึกฝ่ายค้านตรวจสอบรัฐบาล กู้คืนศรัทธาระบบรัฐสภา ฝ่ายค้านพบ ปชช.เปิดเวทีทวงอำนาจคืน ปชช. “จาตุรนต์” ขย่ม “ประวิตร” นั่งนายกฯยิ่งพัง “เบญจา” นับถอยหลังระเบิดเวลาบอมบ์รัฐบาลใกล้ปะทุ “นิคม” อ้างข่าววงใน “ประยุทธ์” ไขก๊อกไม่เกิน มิ.ย.สัมพันธภาพระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม กับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ยังเป็นที่จับตามอง ท่ามกลางกระแสข่าวเรื่องนายกฯสำรองหากเกิดอุบัติเหตุการเมืองในสภาฯ ที่ล่าสุดพรรคฝ่ายค้านนัดหารือข้อมูลซักฟอกกับพรรคเล็กร่วมรัฐบาล “บิ๊กป้อม” เกาะไหล่ “บิ๊กตู่” ปิดปากเงียบเมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 1 พ.ค.ที่ห้องประชุม จอมพล ป. พิบูลสงคราม กระทรวงแรงงาน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้เดินทางมาเป็นประธานเปิดงานวันแรงงานแห่งชาติ พ.ศ.2565 โดยมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ร่วมงานด้วย โดยก่อนหน้านั้นระหว่างรอเปิดงาน พล.อ.ประยุทธ์ได้เข้าไปพูดคุยกับ พล.อ.ประวิตรที่เดินทางมาถึงก่อนและเข้าไปนั่งในห้องพักรับรอง โดยใช้เวลาประมาณ 10 นาที ก่อนจะเดินเข้าห้องประชุมกระทรวงแรงงานบริเวณจัดงานพร้อมกัน โดย พล.อ.ประวิตรได้เดินเกาะไหล่ พล.อ.ประยุทธ์ อย่างไรก็ตาม ทั้งก่อนและหลังเข้าร่วมงานทั้ง พล.อ.ประวิตรและ พล.อ.ประยุทธ์ต่างปิดปากเงียบ ไม่ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนในประเด็นเกี่ยวกับการเมืองเลย“สุชาติ” เย้ยนายกฯสำรองไม่จริงนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ในฐานะผอ.พรรค พปชร.ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสนายกฯสำรองหาก พล.อ.ประยุทธ์เกิดอุบัติเหตุทางการเมืองว่า งงกับข่าวเหมือนกันไม่ใช่เรื่องที่เป็นสาระ ไม่ใช่เรื่องจริง โฆษกพรรคชี้แจงไปแล้วไม่เป็นประเด็น ไม่อยากพูดหรือคิดอะไร พรรคที่ร่วมรัฐบาลไม่มีใครคิดเรื่องนี้ คนให้ข่าวต้องถามกลับไปที่พรรคที่เห็นสอดคล้องกับประธานคณะกรรมการญาติวีรชนฯว่าคิดจากอะไร ส่วนจะเป็นเครื่องมือขยายความขัดแย้งระหว่างพล.อ.ประยุทธ์กับ พล.อ.ประวิตร ผู้ใหญ่คงไม่ได้คิด แต่คนพูดไม่รู้ว่ามาอย่างไรและไม่รู้ว่ามีเครดิตขนาดไหน งานวันนี้ก็เห็นทั้ง พล.อ.ประยุทธ์และ พล.อ.ประวิตรนั่งอยู่ด้วยกันคุยกัน ถ้าเรามัวแต่ฟังใครพูดคนหนึ่ง แล้วนำมาคิดตามหมด ประเทศจะอยู่อย่างไรแขวะ “ธรรมนัส” จินตนาการไปเองเมื่อถามถึงกรณี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขา ธิการพรรคเศรษฐกิจไทยพูดถึงกรณีนายสุชาติไปกินข้าวกับพรรคเล็ก นายสุชาติตอบว่า ตนวิทยายุทธ์อาจจะน้อยกว่าวันไหนเจอต้องขอถาม ร.อ.ธรรมนัสให้สอนหน่อย ส่วนที่พรรคเล็กไปทานข้าวกับพรรคเพื่อไทยน่าจะมีแค่คนเดียว คนอื่นไม่ได้ไป การที่นายพิเชษฐ สถิรชวาล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพปชร.ไปแชร์ข้อมูลฝ่ายค้านในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ รู้จักนายพิเชษฐมานาน มีวุฒิภาวะเชื่อว่ามีจุดยืนบางอย่าง ยังเชื่อมั่นพรรคเล็กจะสนับสนุนนายกฯในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เมื่อถามว่าการเมืองช่วงนี้ค่อนข้างอ่อนไหวหรือไม่เพราะ ร.อ.ธรรมนัสเตือนว่าทุกคนรอเปิดสภาและซ่อนมีดไว้อยู่ นายสุชาติตอบว่า ร.อ.ธรรมนัสอาจจินตนาการไปเอง คนที่พูดไม่ใช่พรรคร่วมรัฐบาล แต่ถ้าพรรคร่วมรัฐบาลพูดถึงจะน่ากลัว ตอน ร.อ.ธรรมนัสออกจากพรรคพูดชัดเจนว่ายังสนับสนุนรัฐบาล สิ่งที่พูดวันนั้นกับวันนี้สะท้อนให้เห็นว่ายังสนับสนุนรัฐบาลหรือไม่“ธนกร” หยันอย่าแค่ราคาคุยนายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกฯกล่าวว่า กรณีแกนนำพรรคเพื่อไทยเชื่อว่ารัฐบาลจะอยู่ไม่ครบเทอมจะเจอศึกหนักหลังเปิดสภา 22 พ.ค.ว่า รัฐบาลไม่ได้สนใจไม่ให้ค่ากับคำขู่ของพรรคเพื่อไทยเลย พฤติกรรมชอบขู่ให้กลัว แต่เอาเข้าจริงไม่มีอะไร เป็นเอกลักษณ์ของพรรคนี้ โวว่ามีหมัดเด็ดในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่สุดท้ายหยิบมุกเดิมๆ มากล่าวหารัฐบาลเลื่อนลอย คงเหมือนเดิมอีก เอาอะไรมามั่นใจว่ารัฐบาลจะอยู่ไม่ครบเทอม หรือแค่อยากกลับมาเป็นรัฐบาลอีกเต็มแก่ จึงหาเรื่องดิสเครดิตไปเรื่อย ไม่นับรวมเรื่องที่ไปดีลหาคะแนนสนับสนุนจาก ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลเพื่อมาล้มรัฐบาล แบบไม่อายฟ้าดินอีก ขอย้ำว่านายกฯและ ครม.พร้อมเสมอไม่หวั่นจะ 3 ศึกหรือกี่ศึก ขณะที่ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลทุกคนคำนึงถึงความถูกต้องเหมาะสมและประโยชน์ของบ้านเมืองมากกว่าจะเล่นเกมการเมือง ไม่ว่าการพิจารณา พ.ร.บ.งบฯ ปี 66 หรือการอภิปรายไม่ไว้ วางใจ ขอเพียงฝ่ายค้านทำการบ้านให้หนักๆอย่าให้เป็นแค่เพียงราคาคุยเท่านั้นก็พอพท.ไม่เชื่อพรรคเล็กปั่นราคากล้วยที่ รร.บางแสนเฮอริเทจ จ.ชลบุรี นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการพูดคุยกับพรรคเล็กเสนอแนวทางโหวตร่วมกับฝ่ายค้านในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีว่า พรรคเพื่อไทยต้องการให้พรรคร่วมรัฐบาลและพรรคเล็ก เห็นพ้องกับข้อมูลของเรา พรรคเล็กอาจคิดว่าการช่วยโหวตน่าจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศได้ แต่ยังไม่มีการนัดหมายที่ชัดเจนแต่ติดต่อประสานมา เรารับข้อเสนอพูดคุยเรื่องข้อมูลหากพรรคเล็กต้องการเสริมประเด็นใด ฝ่ายค้านมีคณะทำงานแยกไปคุย แล้วนำข้อมูลมาพิจารณาร่วมกัน ข้อมูลฝ่ายค้านเป็นข้อมูลลับ ไม่ได้หมายความว่าไม่ไว้วางใจ แต่เป็นสิทธิผู้อภิปรายต้องรักษาเป็นความลับ แต่หากใครจะเพิ่มเติมอะไรพร้อมเปิดรับจากทุกฝ่าย หลายคนอาจคิดหรือมองพรรคเล็กเล่นเกมปั่นราคากล้วย แต่หากเจตนาดีกับประเทศจริงๆทำอย่างโจ่งแจ้ง ไม่ได้ทำลับๆล่อๆ พรรคเล็กประกาศอยากช่วยเรื่องที่ประเทศเสียหาย สัญญากับประชาชนถ้าไม่ทำจะไปเข้าสมมติฐานเป็นการปั่นราคาก็จะเสียหายเอง พรรคเล็กคงไม่คิดฆ่าตัวตายทางการเมืองจะเป็นการเล่นการเมืองครั้งสุดท้าย เชื่อว่าต้องการให้เกิดประโยชน์ต่อบ้านเมืองจริงๆ จ่อดีล “ธรรมนัส” ร่วมโค่นรัฐบาลเมื่อถามย้ำว่า จะพูดคุยกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรคเศรษฐกิจไทยด้วยหรือไม่ นพ.ชลน่านตอบว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านมี 208เสียง การจะมีเสียงไม่ไว้วางใจเกินกึ่งหนึ่งต้องใช้ 238 เสียง แนวทางแสวงหาเสียงนอกจากใช้ข้อมูลแล้ว การติดต่อประสานงานกับพรรคที่เห็นแก่ชาติบ้านเมือง เราแสวงหาโดยไม่ปฏิเสธที่จะเข้าไปพบปะพูดคุยอยู่แล้ว แต่จะเป็นจังหวะใดค่อยดูกันอีกครั้ง ถ้าได้เสียงจากพรรคเศรษฐกิจไทยก็มีโอกาสเป็นไปได้สูงจะล้ม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ เผลอๆ อาจมีการตัดสินใจก่อนการอภิปรายไม่ไว้วางใจเลยก็ได้ หากกฎหมายลูกทั้ง 2 ฉบับผ่านวาระ 3 กลางเดือน มิ.ย. ช่วงกลางเดือน มิ.ย.เป็นช่วงที่จะมีการตัดสินใจหลายเรื่อง หากนายกฯต้องการรับผิดชอบต่อบ้านเมือง คิดว่าออกไปแล้วจะมีคนเข้ามาทำหน้าที่ได้ดีกว่า หรือแก้ปัญหาทุกอย่างได้ นายกฯอาจตัดสินใจช่วงเวลานี้เลย ง่ายที่สุดคือการลาออกจับมือ “พรรคเล็ก-ผู้กองนัส” สอยผู้นำนายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมาและเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการกินเลี้ยงกับพรรคเล็กว่า ได้คุยกับนายพิเชษฐ สถิรชวาล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค พปชร. ในฐานะหัวหน้ากลุ่ม 16 พูดถึงความอึดอัดใจในโครงการท่อส่งน้ำอีอีซี ไม่เห็นด้วยที่รัฐบาลจะเซ็นสัญญาจ้างวันที่ 3 พ.ค.จึงแลกเปลี่ยนข้อมูลกับฝ่ายค้าน ถึงขนาดปรารภว่าถ้ารัฐบาลยังเดินหน้าจะไม่ยกมือสนับสนุน หัวหน้าพรรคเพื่อไทยมอบให้ตนเป็นผู้ประสานเบื้องต้นกับพรรคเล็ก เมื่อถามว่า ถึงได้กลุ่ม 16 มาสนับสนุนแต่ไม่พอโหวตล้มรัฐบาลอยู่ดี จะคุยกับพรรคร่วมรัฐบาลอย่างพรรคภูมิใจไทย พรรคประชาธิปัตย์ด้วยหรือไม่ นายประเสริฐตอบว่า ไม่อยากให้มองแบบนั้น วันนี้พรรคเศรษฐกิจไทยยังไม่แสดงตนว่าเป็นพรรครัฐบาลหรือพรรคฝ่ายค้าน ดังนั้น 18 เสียงจะโยกไปทางไหนยังตอบไม่ได้ แต่ถ้าพรรคเศรษฐกิจไทยรวมกับพรรคเล็กจะมี 30 กว่าเสียง ก็มีนัยทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงได้แฉ 3 กก. ที่ราชพัสดุชิ่งไม่เสี่ยงติดคุกนายพิเชษฐ สถิรชวาล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะหัวหน้ากลุ่ม 16 กล่าวว่าหลังกลุ่ม 16 แสดงจุดยืนโหวตไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับการประมูลระบบท่อส่งน้ำในพื้นที่อีอีซีโดยไม่โปร่งใส มีผู้ส่งข้อมูลความน่าสงสัยเกี่ยวกับโครงการดังกล่าวมาให้จำนวนมาก ทราบว่าในการประชุมคณะกรรมการที่ราชพัสดุ เพื่อพิจารณาทบทวนมติการให้ความเห็นชอบรับรองผลการคัดเลือกเอกชนดำเนินโครงการบริหารและดำเนินกิจการระบบท่อส่งน้ำสายหลักในภาคตะวันออก เมื่อวันที่ 14 มี.ค.65 มีกรรมการร่วมประชุมเพียง 9 คนจาก 12 คนที่ประชุมลงมติยืนยันให้บริษัท วงษ์สยามก่อสร้าง ชนะประมูลโครงการด้วยคะแนน 6 ต่อ 3 ใน 3 เสียงนั้นมี 2เสียงขอให้รอคำพิพากษาศาลปกครองตามที่มีผู้ไปร้องคัดค้านการประมูลโครงการ อีก 1 เสียงลงมติงดออกเสียง และมีผู้ไม่เข้าร่วมประชุม 3 เสียง เพราะไม่อยากเสี่ยงติดคุกในการไปร่วมลงมติกลุ่ม 16 ถก “ชลน่าน” ร่วมตรวจสอบนายพิเชษฐกล่าวว่าสัปดาห์หน้า นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้นัดกลุ่ม 16 และพรรคเศรษฐกิจไทย หารือข้อมูลการอภิปรายไม่ไว้วางใจจะพูดคุยความน่าสงสัยโครงการระบบท่อส่งน้ำในพื้นที่อีอีซีด้วย แต่ยังไม่กำหนดชัดเจนจะนัดหารือวันใดไม่เสียหายแม้กลุ่ม 16 เป็นฝ่ายรัฐบาลไปพูดคุยกับฝ่ายค้าน อยากให้ประชาชนเชื่อมั่นในระบบรัฐสภาว่ามีความเข้มข้นตรวจสอบรัฐบาล แม้อยู่ฝ่ายรัฐบาลไม่ได้หมายความว่าจะเห็นด้วยกับรัฐบาลทุกเรื่องต้องรอดูข้อมูลฝ่ายค้าน ถ้าข้อมูลหนักแน่นพร้อมยกมือสวน เรียกศรัทธาในระบบรัฐสภากลับมาฝ่ายค้านเปิดเวทีทวงคืนอำนาจ ปชช.เมื่อเวลา 10.00 น. ที่โรงแรมบางแสนเฮอริเทจ จ.ชลบุรี นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน หัวหน้าพรรคเพื่อไทยและผู้นำฝ่ายค้านกล่าวเปิดโครงการผู้นำฝ่ายค้านพบประชาชน : ทั่วไทยทวงคืนอำนาจประชาชน เวทีที่ 3 “ประชาธิปไตยเสื่อม ประเทศโทรม แรงงานสิ้นหวัง” ว่าการบริหารประเทศของรัฐบาลทำให้ประชาชนสิ้นเสรีภาพ ถูกละเมิดสิทธิตั้งแต่วินาทีแรกที่ยึดอำนาจรัฐธรรมนูญยกร่างมาละเมิดสิทธิเสรีภาพประชาชนอย่างรุนแรง แก้รัฐธรรมนูญถูกปิดกั้นด้วยกลไกบิดเบี้ยวให้มี ส.ว. เสรีภาพประชาชนถูกจำกัด ผู้เห็นต่างกับรัฐถูกจับกุม คุมขังสิ้นเสรีภาพ แรงงาน 39 ล้านคน ทุกภาคส่วนเดือดร้อนจากการบริหารงานล้มเหลวของรัฐบาลสะท้อนจากตัวเลขว่างงานและเสมือนว่างงานมากเกือบ 4 ล้านคน รัฐบาลทำประชาชนจนลง ประเทศเจ๊ง หนี้เพิ่มรายได้หด เสียหายยับเยินจากมาตรการผิดพลาด กู้เงินมาใช้ไม่เกิดประสิทธิภาพ สร้างหนี้ ไม่สร้างรายได้จนใกล้เข้าสู่ทางตันทางการคลัง “อ๋อย” ขย่ม “บิ๊กป้อม” นั่งนายกฯยิ่งพังนายจาตุรนต์ ฉายแสง คณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมือง พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ระบบประชาธิปไตยทำให้ได้รัฐบาลไม่สนใจตอบสนองประชาชน เพราะมี ส.ว. 250 คนสนับสนุน ไม่ต้องง้อ ส.ส.หรือฟังเสียงประชาชน ที่มีหลายฝ่ายเสนอชื่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ เป็นนายกฯสำรอง แทน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หากเกิดอุบัติเหตุทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็นนายกฯปัจจุบันหรือลูกพี่ก็ไม่ไหวทั้งคู่ เป็นก็ยิ่งพัง ทำไมยังพูดว่า 2 คนนี้จะเป็นนายกฯอีก เพราะตั้ง ส.ว.250 คนขึ้นมา รอให้ฝ่ายค้านชนะเยอะๆ ได้เสียงเกิน ส.ว. รับรอง 2 คนนี้ไม่ได้เป็นนายกฯ และจะหยุดสร้างความเสียหายให้ประเทศเสียทีก.ก.ประเมินระเบิดเวลาใกล้ปะทุน.ส.เบญจา แสงจันทร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวว่า 8 ปีที่ผ่านมาเป็นทศวรรษที่คนทั้งประเทศอยู่ท่ามกลางความขัดแย้ง ไม่เห็นความพยายามประนีประนอมเพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้ง มีการต่อสู้ทางการเมืองมีผู้บาดเจ็บล้มตาย ติดคุก ขณะที่โควิด-19 สูญเสียจำนวนมาก แต่แก้ปัญหากระท่อนกระแท่นรัฐบาลจึงไปต่อยากมาก ส่วนกระบวนการยุติธรรม 2 มาตรฐาน ไม่สามารถเป็นหลักพิงให้ประชาชนได้ ก่อให้เกิดการสูญสิ้นศรัทธา เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างของประเทศ เรากำลังเห็นระเบิดเวลาลูกใหม่รอวันปะทุ คาดว่าในอนาคตจะปะทุรุนแรง ความขัดแย้งศึกภายในของรัฐบาลทำให้รัฐบาลไม่มีเสถียรภาพ พล.อ.ประยุทธ์นั่งกอดเก้าอี้รากงอกมา 8 ปีแล้ว กำลังโดดเดี่ยว เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ไร้ซึ่งความศรัทธาจากประชาชน ถึงเวลาคืนอำนาจให้ประชาชนได้แล้วแฉ 4 กลไกชั่วร้ายแฝงลึกใน รธน.นายสมชัย ศรีสุทธิยากร ประธานยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนนโยบายพรรคเสรีรวมไทย กล่าวว่า รัฐธรรมนูญนี้มี 4 เรื่อง เป็นกลไกความชั่วร้ายแฝงอยู่คือ 1.การมี ส.ว. 250 คน โหวตเลือกนายกฯเพื่อสืบทอดอำนาจ 2.ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีที่กำหนดองค์ประกอบคณะกรรมการที่มีทหารเป็นหลัก 3.องค์กรอิสระเป็นที่อยู่ของข้าราชการเกษียณ อำนาจล้น ไม่มีการตรวจสอบถ่วงดุล 4.แก้รัฐธรรมนูญยาก เพราะเต็มไปด้วยเงื่อนปมและกับดัก ส่วนประชาธิปไตยเสื่อมคือแก้ไขในสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อฝ่ายตนเองเท่านั้น สิ่งใดเสียประโยชน์ไม่แก้ ขอให้พิจารณาว่าการเลือกตั้งคราวหน้าจะเลือกเขาอีกหรือไม่ รัฐบาลชุดนี้เกือบจะหมดอายุจะไปแล้ว พวกเราที่อยู่บนเวทีจะทำหน้าที่เป็นรัฐบาลแก้ไขปัญหาให้ประชาชนต่อไป“นิคม” ปูดวงใน “บิ๊กตู่” ไขก๊อกไม่เกินมิ.ย.นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อชาติ กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์เป็นเด็กเลี้ยงแกะ ไม่เคยทำตามนโยบายที่หาเสียงไว้ พอ “มิลลิ”มีชื่อเสียงก็รีบโหนกระแส ทั้งที่ก่อนหน้านี้เคยจะเอาผิดต่างๆนานา นี่คือบุคลิกผู้นำที่ไม่เน้นทำ แต่เน้นเกาะกระแส หากรัฐบาลนี้ยังเป็นรัฐบาลไปอีกสัก 2 ปี ประเทศไทยพังแน่นอนนายนิคม บุญวิเศษ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย กล่าวว่า การเมืองจะเปลี่ยนแปลงในอีกไม่นาน อย่าเพิ่งสิ้นหวัง ทุกอย่างต้องเปลี่ยนแปลง ขณะนี้เรามีผู้นำขาดวิสัยทัศน์ ความรู้ความสามารถ จึงต้องมีผู้นำมีความสามารถพิเศษ ยุคนี้วิกฤติทุกอย่างจริงๆ เชื่อว่าไม่เกินเดือน มิ.ย.นี้ พล.อ.ประยุทธ์จะลาออก นี่คือข่าววงใน เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ข่มขืนใจพวกเรามานาน ยังอยากให้ พล.อ.ประยุทธ์อยู่ต่อหรือออกไป “อีโต้” บี้นายกฯขอโทษประชาชนนายธีระชัย แสนแก้ว สมาชิกพรรคเพื่อไทยหรืออีโต้อีสาน อดีต ส.ส.อุดรธานี พรรคไทยรักไทยกล่าวว่า ขอให้นายกฯขอโทษประชาชน โดยเฉพาะชาวแรงงานที่ไม่สามารถทำตามนโยบายหาเสียงพรรคพปชร.ที่ไปโม้ว่าจะทำค่าแรงขั้นต่ำ 400-425 บาท ปริญญาตรีเงินเดือน 2 หมื่นบาท และอาชีวะ 1.8 หมื่นบาท อยู่ในอำนาจ 3 ปีแล้วยังทำไม่ได้ ขึ้นเวทีหาเสียงพรรค พปชร.ในการเลือกตั้งปี 62 ปราศรัยขายฝันแต่ทำไม่ได้ การบริหารประเทศผิดพลาดของรัฐบาล ประชาชนเดือดร้อน วันแรงงาน 1 พ.คแทนที่จะผลักดันปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ แต่กลับประกาศขึ้นราคาน้ำมันซ้ำเติมแรงงานและคนยากจน ลูกเสือมีคติพจน์n“เสียชีพ อย่าเสียสัตย์” แต่วันนี้ พล.อ.ประยุทธ์นายทหารใหญ่ เคยเป็นหัวหน้าคณะรัฐประหาร เป็นหัวหน้าคณะรัฐบาลพรรค พปชร. หากทำตามที่พรรคหาเสียงไม่ได้ ควรยอมรับความจริงว่าทำไม่ได้ ไร้ฝีมือ ออกมาขอโทษประชาชน อย่าให้อายลูกเสือ“มาร์ค” หยัน พท.ก้าวไม่พ้น “ทักษิณ”วันเดียวกัน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯและอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ช่องยูทูบสภาที่ 3 ถึงกรณีหลายคนมองท่าทีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ชู น.ส.แพทองธาร ชินวัตรบุตรสาวขึ้นมาหวังจะเกิดแลนด์สไลด์จะเอานายทักษิณกลับบ้านอาจมีรัฐประหารอีกรอบว่า ความกังวลตรงนี้มีแน่นอน เพราะรู้สึกว่าในที่สุดพรรค พท.ยังก้าวไม่พ้นครอบครัวชินวัตร สมมติพรรค พท.ชนะเลือกตั้ง คนในครอบครัวมาดำรงตำแหน่งอีก ไม่เป็นไรถ้าประชาชนเลือก เพียงแต่อย่าย้อนกลับไปสู่พฤติกรรมหรือการกระทำลักษณะเอื้อประโยชน์ให้ครอบครัว ให้พวกพ้องหรือไปทำอะไรที่ฝืนกับหลักธรรมาภิบาล หลักกฎหมาย อาจรวมไปถึงแนวคิดการนิรโทษกรรมชี้ “บิ๊กตู่” ยังไม่เปิดใจให้คนรุ่นใหม่เมื่อถามถึงมุมมองคนรุ่นใหม่ท่าทีและการเคลื่อนไหวต่างๆเกี่ยวกับประชาธิปไตย อดีตนายกรัฐมนตรีตอบว่า เราต้องเข้าใจว่าคนรุ่นใหม่เติบโตมากับโลกที่เป็นโลกาภิวัตน์แล้ว ผู้มีอำนาจต้องเป็นฝ่ายเริ่มก่อน เป็นไปไม่ได้ที่จะเกิดพื้นที่ตรงกลาง ถ้าผู้มีอำนาจปฏิเสธ ตลอดหลายปียังไม่เคยเห็นสัญญาณใดๆทั้งสิ้นจากผู้มีอำนาจว่าพร้อมจะคุย พร้อมจะฟังความต้องการ ไม่ต้องพูดถึงสาระ แต่แค่ลองฟังน้ำเสียงของนายกฯ เวลาพูดถึงเด็กรุ่นใหม่ชัดเจนแล้วว่ายังไม่สามารถจะเปิดใจว่าคุยกันได้ หรือฟังเขาหน่อย ที่ผ่านมานายกฯจะใช้วิธีว่าเรื่องการเมืองเป็นเรื่องของพรรคการเมืองไป หรือเรื่องนั้นให้ไปอยู่ที่สภา แต่ความจริงมันไม่ใช่ เพราะข้อเรียกร้องและจุดที่เขาค้างคาใจหลายส่วนเกี่ยวกับตัวท่านโดยตรง นายกฯคิชิดะเข้าหารือ “บิ๊กตู่”ด้านสำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายฟุมิโอะ คิชิดะ นายกฯญี่ปุ่นมีกำหนดเข้าหารือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯที่ทำเนียบรัฐบาลวันที่ 2 พ.ค. ระหว่างการเดินสายเยือนภูมิภาคอาเซียน ได้แก่ อินโดนีเซีย เวียดนาม และประเทศไทยก่อนมุ่งสู่ภูมิภาคยุโรปต่อไป การเดินสายครั้งนี้นายคิชิดะมีจุดยืนชัดเจนต้องการเรียกเสียงสนับสนุนต่อต้านสงครามยูเครน-รัสเซีย การส่งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ยูเครน จับตาการรุกคืบทางอิทธิพลของจีน ไปจนถึงเพิ่มความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุน ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 9 ปีที่ผู้นำญี่ปุ่นเยือนไทย ตรงกับกำหนดครบรอบ 135 ปีความสัมพันธ์ไทย-ญี่ปุ่นและ 10 ปี ความเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ไทย-ญี่ปุ่น นายคิชิดะยังเคยเข้าพบพล.อ.ประยุทธ์ระหว่างการเยือนไทยขณะดำรงตำแหน่ง รมว.ต่างประเทศญี่ปุ่น เมื่อปี 2559คนกรุงมีคำตอบแล้วชิงผู้ว่าฯ กทม.วันเดียวกัน นิด้าโพล เผยผลสำรวจ เรื่อง “สนามเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.65 รอบที่ 2” ระหว่างวันที่ 27-29 เม.ย.จากผู้มีสิทธิเลือกตั้งกรุงเทพฯ ทั้ง 50 เขต 1,357 หน่วยตัวอย่าง พบว่าร้อยละ 44.58 จะเลือกนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เพราะเป็นคนเก่ง มีความสามารถ มีวิสัยทัศน์ ตั้งใจทำงาน ร้อยละ 11.42 ยังไม่ตัดสินใจ ขอดูนโยบายและการแสดงวิสัยทัศน์ของผู้สมัครก่อน ร้อยละ 11.27 พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง เพราะมีประสบการณ์ บริหารงานเก่ง และสานต่องานได้ต่อเนื่อง ร้อยละ 8.99 นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ เพราะเป็นคนรุ่นใหม่ มีแนวคิดใหม่ๆ พัฒนาให้กรุงเทพฯเจริญก้าวหน้าเทียบเท่าต่างชาติได้ ร้อยละ 6.93 นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร เป็นคนรุ่นใหม่ มีอุดมการณ์ มุ่งมั่น ทำงาน และร้อยละ 5.75 ไปลงคะแนนไม่เลือกใคร เทียบกับผลรอบที่ 1 ผู้ยังไม่ตัดสินใจมีสัดส่วนลดลง ขณะผู้ที่จะเลือกนายชัชชาติ พล.ต.อ.อัศวิน นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ นายวิโรจน์ โหวตโน นายสกลธี ภัททิยกุล น.ต.ศิธา ทิวารี น.ส.รสนา โตสิตระกูล และจะไม่ไปลงคะแนนเสียงเลือกตั้งมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นผลโพลไม่มีผลต่อการกาเลือกใครขณะที่สวนดุสิตโพลเผยผลสำรวจเรื่อง การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ในสายตาคนกรุงเทพฯ จากผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 2,522 คน ในพื้นที่กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 12-28 เม.ย. พบว่า คนกรุงเทพฯ จะไปใช้สิทธิ เลือกตั้งแน่นอน ร้อยละ 82.20 ส่วนใหญ่ติดตามข้อมูลข่าวสารการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. จากโทรทัศน์ร้อยละ 63.56 รองลงมาคือ ป้ายโปสเตอร์ ป้ายประกาศ ป้ายหาเสียง ร้อยละ 56.82 โดยให้ความสนใจผู้สมัครอิสระ ร้อยละ 56.11 รองลงมาคือ ผู้สมัครที่สังกัดพรรคการเมือง ร้อยละ 29.58 ทั้งนี้ จะตัดสินใจเลือกผู้ว่าฯ จากนโยบาย ร้อยละ 58.37 รองลงมาคือขยัน ตั้งใจทำงาน ร้อยละ 50.32 การหาเสียงของผู้สมัครปัจจุบันมีผลต่อการตัดสินใจมาก ร้อยละ 43.54 ณ วันนี้ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ที่ชื่นชอบ คือ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ร้อยละ 39.94 ตามด้วย พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ร้อยละ 14.16 นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ร้อยละ 13.37 และมองว่าคะแนนนิยมจากการทำโพลสำนักต่างๆไม่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกผู้ว่าฯกทม.ร้อยละ 64.79