คำไทยที่ใช้กันเป็นสำนวนแท้ๆ พจนานุกรมของกระทรวงศึกษาธิการ ฉบับเก่า ราว 60 ปีที่แล้ว มีคำแปลว่า “ถ้อยคำที่พลิ้วความ” ครับคือถ้าไม่พลิ้วความ พูดอย่างหนึ่ง แต่หมายถึงอีกอย่างหนึ่ง ก็ไม่ใช่สำนวนเรื่องของผู้นำคนใหม่ ในสถานการณ์การเมืองรุมเร้า ผมนึกถึงสำนวนไข่ในหิน แต่เปิดหนังสือสำนวนไทย (สำนักพิมพ์บำรุงสาส์น พิมพ์ครั้งที่ 3 พ.ศ.2522) หาไม่เจออ่านในคำนำ อาจารย์ กาญจนาคพันธุ์ รวบรวมสำนวนต่างชาติไว้มากมาย...ก็ลองอ่านไปเรื่อยๆสำนวนฮอลันดา แอปเปิ้ลในกระจาดเน่าผลเดียวพาให้ผลอื่นๆ พลอยเน่าไปด้วยสำนวนกรีก ถ้าท่านนั่งกับคนหรี่ตา ไม่ทันเย็บตาท่านก็จะเหมือนแมว หรือถ้าท่านนั่งกับคนขาเก ท่านก็จะพลอยขาเกไปด้วยอังกฤษ ฮอลันดา โปรตุเกส ใช้สำนวนเดียวกัน ใครอยู่กับคนง่อย ก็ต้องพลอยเป็นคนง่อยอังกฤษ แยกมาใช้สำนวนต่อไปนี้ประเทศเดียว ถ้าท่านนอนกับหมาหมัดก็จะติดท่านแขกบังกลา วัวศักดิ์สิทธิ์ ถ้าไปอยู่กับวัวโจร ก็จะต้องถูกจับจีน อยู่ใกล้ปลาเน่าท่านก็จะพลอยเหม็น อยู่ใกล้ดอกไม้ท่านก็จะพลอยหอม ไทย ปลาข้องเดียวกันตัวไหนเน่าก็พลอยตัวอื่นเหม็นอังกฤษ ใครเดินกับคนดีก็เป็นคนดี ใครถือเรียวหนาม หนามจะตำมือ ใครถือน้ำมันดิน มือก็จะดำเยอรมัน ใครถือน้ำมันดิน ตัวก็จะดำ ใครทำตัวเป็นหนู ก็จะถูกแมวกิน ฝรั่งเศส ใครอยู่ในกรงหมาป่าก็ต้องหอน อิตาลี ใครทำตัวเป็นนกพิราบ ก็จะถูกเหยี่ยวเฉี่ยวฮอลันดา เดนมาร์ก ใครไปคลุกคลีอยู่กับขี้ตะกอน ก็จะถูกหมูกินอาหรับ คนฉลาดมั่วสุมกับคนชั่ว ก็จะกลายเป็นคนโง่ หมาโง่ร่วมทางไปกับคนดี ก็จะกลายเป็นหมาฉลาดแขกอาฟฆาน ใครอยู่กับช่างเหล็ก ก็ต้องใส่เสื้อผ้าเป็นรอยไฟไหม้แขกกะเร็ง ใครคบคนชั่วจะวิบัติเหมือนดื่มนมใต้ต้นตาล (อธิบาย คือใครก็นึกว่าดื่มน้ำตาลเมา)แขกทมิฬ ลูกวัวเดินกับหมูจะกินอาจม ไทย คบคนพาลพาไปหาผิด คบบัณฑิตพาไปหาผลเหบรู แม่อย่างไร ลูกสาวก็อย่างนั้น อังกฤษ ไก่แก่ขันอย่างไร ไก่อ่อนก็ขันอย่างนั้น ฝรั่งเศส เกิดจากแม่ไก่ก็ย่อมชอบคุ้ยเขี่ยเยอรมัน เดนมาร์ก นกแก่พรอดจ้ออย่างไร ลูกนกก็จู๋จี๋อย่างนั้น กรีก กาชั่ว ไข่ก็ชั่ว อาหรับ ลูกเป็ดย่อมว่ายน้ำเก่ง ญี่ปุ่น ไก่กบ ก็ย่อมเป็นลูกกบแขกบังกลา ดูม้าดูที่หู ดูใจกว้างดูที่ของกำนัล ดูผู้ชายดูที่หัวเราะ ดูเพชรดูที่รุ้งพรายไทย ดูช้างดูที่หาง ดูนางดูที่แม่โปรตุเกส ผลไม้ดี ย่อมไม่เกิดจากต้นไม้เลว เปอร์เซีย ใครที่ปลูกไม้หนาม ไม่หมายความว่าจะได้ดอกกุหลาบทมิฬ ลูกเสือหรือจะไม่มีเล็บสำนวนสารพัดชาติ เท่าที่คัดลอกมา ล้วนแต่จงใจบอกว่า หากอยากจะคาดหวังมนุษย์คนไหน ก็ให้นึกถึงความเป็นไปเป็นมาของมนุษย์ใกล้ๆ พ่อแม่เป็นเช่นไร ลูกก็เป็นเช่นนั้นสมมติฐาน ไข่ในหินของผม ตอนแรกก็เผลอเข้าใจ ที่ว่ากำเนิดเกิดมาในหิน จะบ่มเพาะทะนุถนอมต่อไปจนได้เวลา แต่เมื่ออ่านสำนวนสารพัดชาติแล้ว ก็ต้องเปลี่ยนสมมติฐานใหม่ ของที่เกิดในหิน ยังไงๆก็ต้องเป็นหินก็ควรได้เวลาทดสอบกันให้ถึงแก่นแท้ เป็นหินชนิดไหน เป็นแค่หินผุ เป็นเพทาย โมรา บุษราคัม ฯลฯ หรือเป็นเพชรน้ำสวย.กิเลน ประลองเชิงคลิกอ่านคอลัมน์ “ชักธงรบ” เพิ่มเติม