ถึงแม้มีการคลายล็อกระยะ 4 ให้กิจการกิจกรรมต่างๆเปิดดำเนินการได้ถึง 95% แล้ว แต่บรรยากาศการค้าขายก็ยังไม่คึกคักเหมือนเก่า พิษร้ายจากโควิด-19 ทำให้คนทั้งประเทศรายได้ลดลง กำลังซื้อหดหาย หลายคนต้องตกงาน มีหนี้สินอีนุงตุงนัง เป็นปัญหาใหญ่ที่รอการแก้ไขจากรัฐบาลคุณธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดี และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เผยว่า ศูนย์เริ่มกังวลสถานการณ์ หนี้ครัวเรือน มากขึ้น เพราะอาจก่อให้เกิดวิกฤติหนี้ครัวเรือนได้หลังจากสัดส่วนหนี้ครัวเรือนไทยเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 79% ต่อจีดีพี และจะเกิน 80% ได้ในเร็วๆนี้ ถือว่าน่าเป็นห่วง อาจส่งผลกระทบให้เศรษฐกิจทรุดตัวในระยะกลางและยาวได้ ดังนั้นรัฐบาลต้องหามาตรการป้องกันไม่ให้ประชาชนกู้เงินนอกระบบที่มีอัตราดอกเบี้ยแพง เพราะจะทำให้เกิดปัญหาในระยะยาวตามมา ไม่ว่าจะเป็นปัญหาครอบครัว ปัญหาสังคมและเศรษฐกิจคุณธนวรรธน์กล่าวว่า ครัวเรือนรวมถึงธุรกิจรายเล็กรายย่อยจำนวนมากมีวงเงินขอสินเชื่อเต็มเพดานแล้ว แม้แต่การกู้เงินติดล้อก็ลำบาก เพราะไม่มีอะไรที่จะนำไปเป็นหลักทรัพย์ รัฐบาลต้องหาแนวทางให้ประชาชน หรือนักธุรกิจเข้าถึงสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำให้ได้ อย่างน้อยก็เพื่อให้ประคองครัวเรือนหรือกิจการได้ เช่น นำเงินไปชำระหนี้เงินกู้ที่มีดอกเบี้ยสูงกว่า หรือใช้จ่ายเพื่อประคองก่อนที่เศรษฐกิจจะกลับมาฟื้นตัว เพราะหากคนกลุ่มนี้เข้าไม่ถึงเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำคงแห่ไปกู้นอกระบบ ก็จะยิ่งทำให้เกิดปัญหาต่างๆตามมาก็แปลกดีรัฐบาลออกข่าวปาวๆ มีมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (ซอฟต์โลน) วงเงิน 1.5 แสนล้านบาท แต่ทำไมธุรกิจรายย่อยกับชาวบ้านรากหญ้าจึงเข้าถึงเงินกู้ก้อนนี้ได้ยากเย็นเหลือเกิน แล้วจะประคองตัวให้อยู่รอดได้อย่างไร ยังไม่นับ ปัญหาการว่างงาน ที่รอวันปะทุ รัฐบาลไม่มีแผนรับมือไว้เลย ผิดกับจีนที่ประกาศยกเลิกการกำหนดเป้าหมายการเติบโตของจีดีพี แต่หันมาใส่ใจตัวเลขคนว่างงานแทนการรับมือโควิด-19ในแง่ของสาธารณสุข การป้องกันรักษาโรค รัฐบาลสอบผ่านได้เกรดเอ แต่ในแง่ของเศรษฐกิจ การเยียวยาผลกระทบ ถือว่าล้มเหลวไม่เป็นท่า รัฐมนตรีกระทรวงเศรษฐกิจสอบตกทั้งแผงการจ่ายเงินเยียวยาของ กระทรวงการคลัง ทำกันมั่วซั่ว ไม่มีกรอบความคิด ขาดความรอบคอบ ก่อปัญหาต้องตามแก้รายวัน กระทรวงเกษตรฯ แค่เยียวยาเฉพาะกลุ่มเกษตรกร แต่กลับไม่แม่นหลักเกณฑ์ ทั้งยังเกิดปัญหารายชื่อซ้ำซ้อน เพราะรัฐมนตรีเอื่อยเฉื่อย ขาดความกระตือรือร้น รมว.แรงงาน ก็พอๆกันทำงานเชิงรุกไม่เป็น รมว.พาณิชย์ ถนัดแต่ออกอีเวนต์ แต่งานหลักเพิ่มช่องทางการค้าขายกลับทำไม่ค่อยเป็น หนำซ้ำปัญหาหน้ากากอนามัยยังคาใจประชาชนอยู่ ส่วน กระทรวงพลังงานที่ต้องช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายครัวเรือน ก็ออกมาตรการแบบขยักขย่อนวันนี้โจทย์ใหญ่ของรัฐบาลคือ การฟื้นฟูเศรษฐกิจ ดูแลปากท้องประชาชน แต่จะฝากความหวังกับรัฐมนตรีกระทรวงเศรษฐกิจเหล่านี้ได้อีกหรือ ลำพังแค่แจกเงินเยียวยายังทำกันห่วยแตกขนาดนี้ แล้วจะมีความสามารถพอที่จะฟื้นฟูประเทศได้อย่างไรไหนๆเดือนหน้าก็น่าจะมีการปรับ ครม.แล้ว ผมอยากให้นายกฯบิ๊กตู่ใช้ภาวะผู้นำกล้าตัดสินใจ ใครไม่เก่งจริงก็ปรับออกไปเถอะ โดยเฉพาะกลุ่ม 4 กุมารเป็นรัฐมนตรีมาหลายปี ดีแต่ขี้โม้ขายฝัน ทำไปทำมาเจ้าสัวยักษ์ใหญ่รวยเอาๆ แต่ชาวบ้านรากหญ้าจนลงๆ ส่วนรัฐมนตรีพรรคร่วมรัฐบาล ควรเจรจาสลับโควตากระทรวงไปเลย พรรคประชาธิปัตย์กับพรรครวมพลังประชาชาติไทยไม่กล้าถอนตัวหรอก หรือถ้าถอนตัวจริง ก็มีกลุ่ม ส.ส.งูเห่าพร้อมเสียบอยู่แล้ววิกฤติโควิด-19 กระทบทั้งโลก การประคับประคองและฟื้นฟูเศรษฐกิจครั้งนี้ยากที่สุด บิ๊กตู่ต้องตัดสินใจเพื่อคนไทยทั้งประเทศ ถึงเวลากำจัดจุดอ่อน ดึงคนเก่งจริงมาทำงานแทน.ลมกรด