แฟนๆกำลังลุ้นกับความรักลึกซึ้งของ เจษ-เจษฎ์พิพัฒ ติละพรพัฒน์ กับสาว โม-มนชนก แสงฉายเพียงเพ็ญ คู่พระนางในละครเรื่อง “ชีวิตเพื่อฆ่า หัวใจเพื่อเธอ” ทางช่องวัน 31 ลุ้นไปลุ้นมาจนจิ้นอยากให้ความรักของทั้งคู่ทะลุนอกจอกลายเป็นความรักจริงขึ้นมา เพราะตอนนี้สาว โม ก็โสดแล้วแถมส่วนตัวก็สนิทกันมากด้วย เจอ เจษ เลยต้องแซะถามเผื่อมีลุ้นเจษ เผยว่า “มันเป็นเพื่อนกันไปตั้งแต่แรกแล้วครับ ช่วงนี้ก็เจอน้อยครับ มีแค่ซิตคอม เราเองก็เป็นเพื่อนกันอยู่แล้ว เลยสบายใจที่ได้เล่นด้วยกัน”ช่วงที่โมห่างกับบี้-สุกฤษฏิ์ คนก็ดึงเราไปเอี่ยวอยู่ดี ตอนนั้นรู้สึกยังไง?“คนก็คงคิดได้เพราะมันเป็นการเชื่อมโยงได้ว่าใครเกี่ยวข้องบ้าง ซึ่งเราก็ได้ตอบไปตามนั้นแล้ว ไม่คิดว่ามันจะมีผลอะไรกับภายภาคหน้าของแต่ละคน” มีมาคุยเคลียร์กันเรื่องข่าวมั้ย?“ก็มีนะ มีคุยกันที่กองช่วงข่าวหนักๆ แต่ก็ไม่ได้คุยมาก เพราะผมมองว่าเรื่องข่าวเป็นเรื่องเล็ก ถ้าเทียบกับเรื่องของความรู้สึกกับสิ่งที่เค้าเจอ เราเลยจัดการในส่วนของเราดีกว่า จะไปนั่งถามว่าเราต้องตอบว่ายังไงในช่วงที่เค้าไม่โอเคอยู่ ผมว่ามันก็ไม่สมควร”เหมือนว่านอกจอดูไม่มีลุ้นเท่าไหร่?“ใช่ครับ”หรือว่าเราไม่โสดแล้ว?“โสดอยู่ครับ”ยังมีอารมณ์เหงาๆเหมือนก่อนหน้านี้มั้ย?“ไม่ได้เหงาอยู่แล้ว ก็มีคนคุยบ้าง ก็เพิ่งจะมีครับ” เรียกว่าเป็นช่วงเริ่มมีคนคุย?“เพิ่งเริ่มช่วงหลังๆ นี่เอง”ตั้งกฎเกณฑ์เวลาจะมีความสัมพันธ์ใหม่มั้ย?“ก็คงดูมากขึ้น เลือกที่จะจริงจังมากขึ้น มันเลยทำให้โอกาสน้อยลงที่จะไปคุยกับคนได้บ่อยๆ เพราะเราไม่อยากเสียเวลาไปกับอะไรเรื่อยเปื่อย แบบที่ว่าลองดูไม่ใช่ไม่เป็นไรแบบนั้นไม่เอา เราจะดูก่อนแต่แรกเลยว่ามันจะเวิร์กมั้ยและทีท่ามันจะเป็นยังไง ดูเรื่องนิสัยว่าเข้ากันได้มั้ย ดูหลายๆอย่างด้วย พอเลือกเยอะขึ้นก็เลยเจอคนที่จะคบน้อยลง” แปลว่าคนที่คุยก็ได้เล็งมาแล้ว?“มันไม่ได้ผ่านแค่การเล็งของเรา ผ่านการเล็งของเค้าด้วย ไม่ใช่ว่าผ่านของเราแล้วเค้าไม่ให้ผ่านก็ไม่ได้ ต้องเจอคนที่มองในมุมเดียวกัน” เรียกว่าหัวใจก็มีอะไรชุ่มชื่นบ้าง?“ครับ ก็ดีขึ้นครับ”สาวในวงการรึเปล่า?“ไม่ใช่ครับ” ถ้ามั่นใจจะเปิดตัวมั้ย?“ถ้าใช่ ยินดีเปิดครับ” ยังหวงความโสดมั้ย?“ไม่นะ สำหรับผมสมัยนี้ผมว่าไม่เกี่ยวแล้วล่ะ ว่ามีแฟนหรือไม่มี คนจะชอบหรือไม่ชอบ” ถามเรื่องละคร เรื่องนี้เป็นละครดังในอดีต คนคาดหวังสูงเราอยากฝากอะไรมั้ย?“อยากให้ดูละครเรื่องเดิมที่คุณเคยดูพล็อตเดิม แต่ว่ามาตีความใหม่มีสีสันใหม่ๆใส่เข้าไป อะไรที่มันยังตราตรึงใจคนมันก็ยังอยู่นะ แต่ว่าบางอย่างที่ยุคสมัยควรจะเปลี่ยนละครก็เปลี่ยนไปตาม นักแสดงทุกคนมีน้ำหนักของตัวเอง มีเรื่องราวเยอะให้ติดตาม และผมก็ว่ามันสนุกอีกแบบนึง อยากให้เปิดใจดูครับ”.