หน้าแรกแกลเลอรี่

เสร็จภารกิจ "พาราลิมปิกไทย" ชุดสุดท้ายเดินทางถึงไทยแล้วหลังจบศึกที่ญี่ปุ่น

เสร็จภารกิจ "พาราลิมปิกไทย" ชุดสุดท้ายเดินทางถึงไทยแล้วหลังจบศึกที่ญี่ปุ่น

ไทยรัฐออนไลน์

8 ก.ย. 2564 15:41 น.

ทัพพาราลิมปิกทีมชาติไทย ชุดสุดท้าย ลัดฟ้าถึงประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ภายหลังจากที่เสร็จสิ้นศึก "พาราลิมปิก 2020" ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น

วันที่ 8 ก.ย. 64 ความเคลื่อนไหวของทัพนักกีฬาคนพิการทีมชาติไทยที่เดินทางกลับจากการแข่งขันมหกรรมกีฬาพาราลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 16 โตเกียว 2020 ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น มาเข้าสู่การกักตัวที่จังหวัดภูเก็ตเป็นเวลา 14 วัน ภายใต้โครงการ "ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์" ที่ได้รับการสนับสนุนโดยกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ การกีฬาแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย จังหวัดภูเก็ต ซึ่งสามารถฝึกซ้อมร่างกายรวมทั้งทำกิจกรรมต่างๆ ภายในจังหวัดภูเก็ตได้เหมือนนักท่องเที่ยวทั่วไป

ล่าสุดทัพนักกีฬาคนพิการทีมชาติไทยทัพที่ 3 ซึ่งเป็นทัพสุดท้ายที่เสร็จสิ้นการแข่งขันพาราลิมปิกเกมส์แล้ว นำมาโดยนักกีฬาจาก 4 ชนิดกีฬา ประกอบด้วย บอคเซีย, แบดมินตัน, วีลแชร์เทนนิส และ ยิงปืน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ทีมกีฬาและเจ้าหน้าที่คณะกรรมการพาราลิมปิกแห่งประเทศไทย รวมทั้งสิ้นจำนวน 55 คน ก็ได้เดินทางมาถึงยังท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต ด้วยสายการบินสิงคโปร์แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ SQ726 เวลา 09.25 น. ซึ่งเมื่อทัพนักกีฬาที่ได้รับเหรียญรางวัลลงจากเครื่องก็ได้รับดอกไม้พระราชทานเป็นกำลังใจโดยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา

สำหรับนักกีฬาที่ได้รับเหรียญรางวัลที่เดินทางมาถึงยังโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ชุดสุดท้ายนี้ ประกอบด้วย วัชรพล วงษา 1 เหรียญทอง 1 เหรียญเงินบอคเซีย, วรวุฒิ แสงอำภา 1 เหรียญทองบอคเซีย, วิษณุ ฮวดประดิษฐ์ 1 เหรียญทองบอคเซีย, สุบิน ทิพย์มะณี 1 เหรียญทองบอคเซีย, พรโชค ลาภเย็น 1 เหรียญเงินบอคเซีย, สุจิรัตน์ ปุกคำ 1 เหรียญเงิน 1 เหรียญทองแดงแบดมินตัน และ อำนวย เวชวิฐาน 1 เหรียญทองแดงแบดมินตัน

พร้อมกันนี้ นายเขมพล อุ้ยตยะกุล เลขานุการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วย ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย, นายทนุเกียรติ จันทร์ชุม รองผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย ฝ่ายกีฬาอาชีพและกีฬามวย, นางโปรดปราน สมานมิตร รองผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย ฝ่ายยุทธศาสตร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ, นายอำนวย กลิ่นอยู่ รองประธานคณะกรรมการพาราลิมปิกแห่งประเทศไทย ปฏิบัติหน้าที่แทนประธานคณะกรรมการพาราลิมปิกแห่งประเทศไทย, พล.ต.โอสถ ภาวิไล หัวหน้าคณะนักกีฬาพาราลิมปิกไทย, พลเอกวิทยา ขันธอุบล ที่ปรึกษาสมาคมกีฬาคนตาบอดแห่งประเทศไทย และท่านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

วัชรพล วงษา เจ้าของผลงาน 1 เหรียญทอง 1 เหรียญเงิน กีฬาบอคเซีย พาราลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 16 โตเกียว 2020 ออกมากล่าวว่า "ขอบคุณชาวภูเก็ตมากๆ ที่ให้การต้อนรับทัพนักกีฬาเป็นอย่างดี และขอบคุณคนไทยทุกคนที่ร่วมส่งกำลังใจไปให้ตลอดระหว่างการแข่งขัน และขอบคุณกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ การกีฬาแห่งประเทศไทย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา คณะกรรมการพาราลิมปิกไทย และสมาคมกีฬาคนพิการทางสมองแห่งประเทศไทย ที่สนับสนุนทัพนักกีฬามาตลอด หลังจากนี้ตนก็อยากที่จะพักผ่อนเพราะสู้มาหนัก สู้มาเต็มที่ ตอนนี้ก็ถึงเวลาที่จะได้มีโอกาสพักเต็มที่บ้าง "

"ส่วนเรื่องการเตรียมความพร้อมในพาราลิมปิกเกมส์ครั้งหน้า ปารีส 2024 นั้น วัชรพล กล่าวว่า ถือเป็นงานที่ยาก เพราะการป้องกันแชมป์ประเภททีม 3 สมัยว่ายากแล้ว การจะเป็นแชมป์ 4 สมัยติดให้ได้ย่อมยากขึ้นไปอีก ซึ่งคู่แข่งหลายๆ ชาติมีการพัฒนาความสามารถมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะญี่ปุ่นและจีน ที่เบียดๆ กันมากับไทยตลอดในระยะหลัง ผลัดกันแพ้ผลัดกันชนะ ยังไงก็จะตั้งใจฝึกซ้อมและสู้ให้ถึงที่สุดเพื่อคนไทยต่อไป"

ด้าน สุจิรัตน์ ปุกคำ นักแบดมินตันหญิงคนเก่งของไทย ดีกรี 1 เหรียญเงิน 1 เหรียญทองแดง พาราลิมปิกเกมส์ครั้งนี้ กล่าวว่า "ดีใจกับผลงานที่ตนทำได้และคิดว่าตนประสบความสำเร็จในระดับหนึ่งแล้ว แต่จริงๆ ในครั้งนี้ร่างกายตนยังไม่ค่อยสมบูรณ์เต็มร้อย ดังนั้นในพาราลิมปิกเกมส์อีก 3 ปีข้างหน้าก็จะพยายามพัฒนาร่างกายให้ดีขึ้นและสมบูรณ์มากที่สุด ส่วนการต้อนรับทัพนักกีฬาวันนี้เป็นอะไรที่รู้สึกอบอุ่นอย่างมาก ขอบคุณผู้ใหญ่ทุกหน่วยงานทุกฝ่ายที่ร่วมจัดการต้อนรับให้นักกีฬาวันนี้ นักกีฬาทุกคนดีใจมากๆ ส่วนเรื่องที่อยากทำตอนนี้จริงๆ อยากเจอครอบครัวเร็วๆ แต่ต้องกักตัวก่อนก็ยังดีที่เป็นที่ภูเก็ต ซึ่งจะช่วยให้ตนได้ผ่อนคลายความเหน็ดเหนื่อย และคาดว่าน่าจะมีความสุขตลอดช่วงที่อยู่ที่นี่จากที่เห็นการเตรียมต้อนรับวันนี้ของทุกๆ ฝ่าย"

ขณะที่ นายเขมพล อุ้ยตยะกุล เลขานุการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า "ต้องขอขอบคุณคนไทยทั้งประเทศที่ส่งแรงใจไปเชียร์ทัพนักกีฬาทั้งโอลิมปิกเกมส์และพาราลิมปิกเกมส์ ที่สำคัญวันนี้คนภูเก็ตให้การต้อนรับทัพนักกีฬาเป็นอย่างดีตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ที่เป็นชุดสุดท้าย นักกีฬาทุกคนกลับมากันอย่างปลอดภัยและนำความสุขความสำเร็จมาสู่ประเทศไทย ตนต้องขอขอบคุณกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ การกีฬาแห่งประเทศไทย และผู้บริหารสมาคมต่างๆ ที่ให้ความสำคัญและให้การสนับสนุนนักกีฬาทีมชาติไทยมาโดยตลอด วันนี้เราขาดคนใดคนหนึ่งไม่ได้ ไม่ว่าผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการ ผู้สนับสนุนหลัก หรือ ผู้สนับสนุนรอง วันนี้การกีฬาแห่งประเทศไทยให้ความสำคัญกับนักกีฬาทุกประเภท ทุกชนิดกีฬา วันนี้อาจพลาดเป้าไปบ้าง แต่ตนเชื่อว่าในอีก 3 ปีข้างหน้าหากทุกคนร่วมมือร่วมใจตั้งแต่วันนี้ ทัพนักกีฬาไทยจะต้องสร้างผลงานได้ยอดเยี่ยมยิ่งขึ้นไปอีกแน่นอน"

ด้าน ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย กล่าวถึงงานวันนี้ว่า "ต้องขอบคุณนักกีฬา ผู้ฝึกสอน และเจ้าหน้าทุกคนรวมแล้วมากกว่า 130 คนที่เดินทางไปทำหน้าที่อย่างสมศักดิ์ศรีและทำให้คนไทยมีความสุข ขอบคุณสมาคมกีฬาและคณะผู้บริหารของพาราลิมปิกไทยที่ได้ร่วมงานกับทางการกีฬาแห่งประเทศไทยเป็นอย่างดี ซึ่งถือว่าครั้งนี้ก็ได้บรรลุเป้าหมายตามที่ได้ตั้งเอาไว้นั่นคือการเป็นอันดับ 1 ของอาเซียนใน ด้านเหรียญรางวัลรวม ได้เป็นอันดับที่ 25 ของโลก และอยู่อันดับที่ 6 ของเอเชียซึ่งก็เป็นไปตามเป้าหมาย ส่วนแผนต่อไปก็จะต้องทำงานกันหนักต่อไปเพราะจากครั้งนี้ได้เห็นแล้วว่าหลายประเทศมีการพัฒนาขึ้นมาในระดับที่ดีมากๆ กว่าไทยจะได้เหรียญมาไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ต้องขอแสดงความยินดีกับนักกีฬาที่ได้เหรียญรางวัลอีกครั้ง ทุกคนคือฮีโร่ของคนไทย ก็อยากให้คนไทยได้ติดตามและสนใจกีฬาคนพิการมากขึ้น ทางการกีฬาฯ เองก็เป็นครั้งแรกที่ได้มีการถ่ายทอดสดการแข่งขันครั้งแรกในพาราลิมปิกเกมส์นี้ ซึ่งก็ได้เสียงตอบรับดี ตนยืนยันได้ว่ากีฬาคนพิการนั้นมีความสนุกตื่นเต้นไม่แพ้กีฬาของคนทั่วไป"

ส่วนในประเด็นของการช่วยผลักดันให้นักกีฬาคนพิการมีงานทำนั้น ดร.ก้องศักด กล่าวว่า ทางการกีฬาแห่งประเทศไทยได้รับมอบหมายนโยบายมาจาก ท่านพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งในขณะนี้ก็ได้มีฐานข้อมูลแล้วว่านักกีฬาแต่ละคนที่ผ่านการแข่งขันพาราลิมปิกทางหน่วยงานจะดูแลเป็นอย่างดี เพราะฉะนั้นนักกีฬาก็จะไม่มีความกังวลในเรื่องของอาชีพ สามารถฝึกซ้อมกีฬาเพื่อจะ
ทำผลงานให้แก่พี่น้องชาวไทยได้อย่างสุดความสามารถ

ทั้งนี้ในส่วนของเรื่องการเตรียมความพร้อมของทัพไทยในการแข่งขันพาราลิมปิกเกมส์ครั้งต่อไปครั้งที่ 17 "ปารีส 2024" ในอีก 3 ปีข้างหน้านั้น ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ในการแข่งขันครั้งหน้าจะมีการเตรียมตัวที่สั้นกว่าทุกครั้งด้วยเหตุของการเลื่อนจัดครั้งล่าสุดมาเพราะไวรัสโควิด ทำให้เหลือเวลาเตรียมตัวอีกเพียง 3 ปีเท่านั้น อีกทั้งเท่าที่ตนได้รับทราบมานั้นในการแข่งขันครั้งหน้าจะมีหลายชนิดกีฬาที่จะทำการเปลี่ยนกฎกติกาและอุปกรณ์ที่จะใช้แข่งขันใหม่โดยเฉพาะบรรดาชนิดกีฬาที่เป็นความหวังสูงสุดของไทยซึ่งได้รับเหรียญทองมาล่าสุดทั้งวีลแชร์เรซซิ่งและบอคเซีย"

"ตอนนี้ทางการกีฬาฯ ก็วางแผนเตรียมที่จะต้องปรับกลยุทธ์ต่างๆ เพื่อตามการเปลี่ยนแปลงใหม่ให้ทัน ซึ่งหลังจากนี้ก็คงจะต้อง เก็บตัวฝึกซ้อมกันทันทีในรูปแบบของศูนย์ฝึกกีฬาแห่งชาติซึ่งก็จะนำวิทยาศาสตร์การกีฬาเข้ามาใช้ให้มากยิ่งขึ้น รวมถึงเรื่องการดูแลอาการบาดเจ็บของนักกีฬาไม่ให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นอีกเหมือนกับกีฬาแบดมินตันหญิงเดี่ยวในนัดชิงที่มีอาการบาดเจ็บก่อนแข่งทำให้พลาดเหรียญทองไป ก็คงต้องมา
เน้นกันในเรื่องการดูแลรักษาร่างกายและใช้วิทยาศาสตร์การกีฬาให้มากขึ้น.

# แท็กที่เกี่ยวข้อง

พาราลิมปิกพาราลิมปิก 2020พาราลิมปิก 2021พาราลิมปิกเกมส์พาราลิมปิก ญี่ปุ่นพาราลิมปิกไทยดร.ก้องศักด ยอดมณีการกีฬาแห่งประเทศไทยเขมพล อุ้ยตยะกุลสุจิรัตน์ ปุกคำวัชรพล วงษา

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

คุณอาจสนใจข่าวนี้