หน้าแรกแกลเลอรี่

ไทยศึกษาโมเดล "โอลิมปิกเกมส์ 2020" ปรับใช้เป็นเจ้าภาพ "เอเชียนอินดอร์ฯ" ปีหน้า

ไทยศึกษาโมเดล "โอลิมปิกเกมส์ 2020" ปรับใช้เป็นเจ้าภาพ "เอเชียนอินดอร์ฯ" ปีหน้า

ไทยรัฐออนไลน์

4 ส.ค. 2564 17:15 น.

ไทยเตรียมศึกษาระบบการจัดการแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ 2020 ของญี่ปุ่น เพื่อปรับใช้ในเอเชียนอินดอร์และมาร์เชียลอาร์ตเกมส์ ที่จะเป็นเจ้าภาพในปีหน้า

วันที่ 4 ส.ค. 64 ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ได้เดินทางไปยังกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เพื่อให้กำลังใจนักกีฬาทีมชาติไทย และเข้าร่วมพิธีปิดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเกมส์ โตเกียว 2020 ได้เปิดเผยว่า การได้เข้าร่วมชมกีฬาโอลิมปิกเกมส์ในครั้งนี้ จะได้มีโอกาสศึกษาแนวทาง เรียนรู้ขั้นตอน ระบบการจัดการแข่งขันต่างๆ ของเจ้าภาพ เพื่อนำมาปรับใช้ในการจัดมหกรรมกีฬารายการต่างๆ ของไทยต่อไป โดย โอลิมปิกเกมส์ โตเกียว 2020 เป็นมหกรรมกีฬาที่ใหญ่ที่สุด ที่ต้องจัดท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

ทั้งนี้ เมื่อเดือนมกราคมปีนี้ ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันแบดมินตันรายการใหญ่ของสหพันธ์แบดมินตันโลก 3 รายการ ใน 3 สัปดาห์ ซึ่งเป็นรายการ เวิลด์ทัวร์ และเวิลด์ทัวร์ไฟนอลส์ ที่อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี มีนักแบดมินตันระดับโลกร่วมการแข่งขันจำนวนมาก ฝ่ายจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเกมส์ โตเกียว 2020 ก็ได้สอบถามรายละเอียดต่างๆ ในด้านการจัดการของประเทศไทยด้วยเช่นกัน

ผู้ว่าการ กกท. กล่าวต่อไปว่า ทุกครั้งที่มีการจัดกีฬารายการใหญ่ๆ แต่ละชาติก็จะได้เรียนรู้ซึ่งกันและกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการรับมือกับการมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 เกิดขึ้นตั้งแต่มาตรการการป้องกัน การคัดแยก และการจัดการด้านต่างๆ ทั้งหมดในกีฬาโอลิมปิกเกมส์ โตเกียว 2020 กกท. ก็จะได้รวบรวมข้อมูลนำมาเป็น “โมเดล” สำหรับการเตรียมการเป็นเจ้าภาพมหกรรมกีฬาของประเทศไทย ซึ่งในปี 2022 ไทยรับเป็นเจ้าภาพกีฬารายการสำคัญของทวีปเอเชีย ได้แก่ กีฬาเอเชียนอินดอร์และมาร์เชียลอาร์ตเกมส์ ครั้งที่ 6

สำหรับ กีฬาเอเชียนอินดอร์และมาร์เชียลอาร์ตเกมส์ ครั้งที่ 6 เป็นมหกรรมกีฬาใหญ่ที่สภาโอลิมปิกแห่งเอเชีย (โอซีเอ) มอบหมายให้ประเทศไทย เป็นเจ้าภาพ คาดว่าจะมีนักกีฬาจากเอเชีย และเอเชียโอเชียเนีย ร่วมการแข่งขันประมาณ 10,000 คน กำหนดแข่งขันวันที่ 10-19 มีนาคม 2565 ที่กรุงเทพฯ และ ชลบุรี มีการชิงชัย 29 กีฬา และ 2 กีฬาสาธิต รวม 309 เหรียญทอง ดังนี้

กรีฑาในร่ม 27 เหรียญทอง, บิลเลียดสปอร์ต 15 เหรียญทอง, โบว์ลิ่ง 8 เหรียญทอง, ลีลาศ 14 เหรียญทอง, หมากรุก 6 เหรียญทอง, ฟุตซอล 2 เหรียญทอง, โรลเลอร์สปอร์ต 12 เหรียญทอง, ปีนหน้าผา 6 เหรียญทอง, ว่ายน้ำระยะสั้น 30 เหรียญทอง, มวยไทย 20 เหรียญทอง, ยูยิตสู 20 เหรียญทอง, จักรยานบีเอ็มเอ็กซ์ 4 เหรียญทอง, ตะกร้อ (ลอดห่วง/เซปักตะกร้อ) 11 เหรียญทอง, คูราช 10 เหรียญทอง, ฟลอร์บอล 2 เหรียญทอง, เนตบอล 1 เหรียญทอง

เทควันโด 20 เหรียญทอง, ฮอกกี้ในร่ม 2 เหรียญทอง, คาราเต้ 13 เหรียญทอง, อีสปอร์ต 6 เหรียญทอง, แบดมินตัน 5 เหรียญทอง, ปันจักสีลัต 11 เหรียญทอง, เชียร์ลีดดิ้ง 4 เหรียญทอง, แซมโบ 8 เหรียญทอง, เรือพาย 10 เหรียญทอง, วอลเลย์บอล 2 เหรียญทอง, บาสเกตบอล (3×3) 2 เหรียญทอง, มวยปล้ำ 18 เหรียญทอง, ยิงปืน 5 เหรียญทอง และ คิกบ็อกซิ่ง 7 เหรียญทอง กีฬาสาธิต 2 ชนิด ได้แก่ เทคบอล 5 เหรียญทอง และ แอร์สปอร์ต (โดรนในร่ม) 3 เหรียญทอง

# แท็กที่เกี่ยวข้อง

โอลิมปิกโอลิมปิก 2020เอเชียนอินดอร์เกมส์เอเชียนอินดอร์ แอนด์ มาร์เชียลอาร์ตเกมส์โควิด-19ดร.ก้องศักด ยอดมณีก้องศักด ยอดมณีการกีฬาแห่งประเทศไทยกกท.เอเชียนอินดอร์และมาร์เชียลอาร์ตเกมส์olympic2020

คุณอาจสนใจข่าวนี้