หน้าแรกแกลเลอรี่

"โค้ชเช" วิเคราะห์โอกาสเทควันโดไทย "พาณิภัค-รามณรงค์" ลุ้นเหรียญทองโอลิมปิก

"โค้ชเช" วิเคราะห์โอกาสเทควันโดไทย "พาณิภัค-รามณรงค์" ลุ้นเหรียญทองโอลิมปิก

ไทยรัฐออนไลน์

23 ก.ค. 2564 20:30 น.

พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ-รามณรงค์ เสวกวิหารี ชั่งน้ำหนักผ่านฉลุยก่อนบู๊พรุ่งนี้ "โค้ชเช" วิเคราะห์โอกาสลุ้นเหรียญทองเทควันโด โอลิมปิกเกมส์ 2020

วันที่ 23 ก.ค. 64 ความเคลื่อนไหวการเก็บตัวฝึกซ้อมของ 2 นักกีฬาเทควันโดทีมชาติไทย ชุดสู้ศึกโอลิมปิกเกมส์ 2020 ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ทั้ง "เทนนิส" พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ จอมเตะเบอร์ 1 ของโลก ในรุ่น 49 กก. หญิง และ "จูเนียร์" รามณรงค์ เสวกวิหารี รุ่น 58 กก. ชาย เข้าสู่วันที่ 6 ของการฝึกซ้อม

ช่วงเช้า "เสี่ยบิ๊ก" ธนฑิตย์ รักตะบุตร ผู้จัดการทีม พร้อมด้วย "โค้ชเช" เช ยอง ซอก ได้นำนักกีฬาไปชั่งน้ำหนักก่อนการแข่งขัน 1 วัน ผลปรากฏว่า ทั้ง "เทนนิส" และ "จูเนียร์" ชั่งผ่านพิกัดของตัวเองสบาย โดย พาณิภัค หนัก 48.7 กก. และ รามณรงค์ 57.5 กก. ซึ่งทั้งคู่ต่ำกว่าพิกัดเล็กน้อย 

เช ยอง ซอก หัวหน้าผู้ฝึกสอนชาวเกาหลีใต้ กล่าวว่า วันนี้ทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว การชั่งน้ำหนักก็ผ่านไปด้วยดี นักกีฬาสามารถกินอาหารได้เต็มที่ เหลือแค่เพียงการแข่งขัน ซึ่งในช่วงบ่ายเราได้หาที่ฝึกซ้อมเบาๆ เพราะที่ เมกุโระ ยิมเนเซียม เซ็นเตอร์ ปิด เนื่องจากฝ่ายจัดต้องการให้นักกีฬาไปร่วมพิธีเปิดการแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ 2020 ทำให้เรามาฝึกซ้อมที่ฟิตเนสตรงข้ามที่พักนักกีฬา ซึ่งไม่ได้ฝึกหนักอะไรมาก เพียงแค่วอร์มร่างกาย และทบทวนเทคนิคต่างๆ ก่อนการแข่งขัน จากนั้นหลังทานอาหารเย็นจะให้นักกีฬามาคุยกันอีกครั้ง เพื่อร่วมแรงใจก่อนก้าวไปถึงเป้าหมาย

"โค้ชเช" ยังกล่าวต่ออีกว่า สำหรับสายการแข่งขัน เรารู้มาก่อนแล้วว่านักกีฬาไทยทั้ง 2 รุ่น จะอยู่สายบนหรือสายล่าง เพราะโอลิมปิกครั้งนี้จัดตามแรงกิ้งโลก แต่ในโอลิมปิกเกมส์ นอกจาก 6 อันดับแรกของโลกแล้ว ที่เหลือทุกคนที่มาจากทวีปต่างๆ ล้วนเป็นคนเก่งทั้งนั้น โดยในรุ่นของ "จูเนียร์" รอบแรก เจอ ออสเตรเลีย ซึ่งฝีมือไม่ธรรมดา เขาเคยแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ 3 ครั้งรวมครั้งนี้ โดยมีข้อดีคือรูปร่างสูงถึง 191 ซม. เทียบกับ "จูเนียร์" ถือว่าต่างกันมาก แต่ถึงอย่างไรน้ำหนักเราเท่ากัน เราศึกษาเขามาว่าเล่นอย่างไรถึงจะดีที่สุด และสิ่งที่สำคัญ "จูเนียร์" ถ้ามั่นใจก็มีโอกาส เพราะเทคนิค ความคล่องตัวเราดีกว่า

ส่วน "น้องเทนนิส" มีแรงกิ้งเป็นเบอร์ 1 ซึ่งในรุ่นนี้ อันดับ 16 กับ 17 ต้องเตะกันก่อน โดยคู่นี้ใครชนะจะเจอกับเรา ซึ่งเราก็ต้องดูเขาแข่งขันระหว่าง อิสราเอล กับ เปอร์โตริโก ซึ่งตนมองว่าน่าจะเป็น อิสราเอล โดยเราได้ศึกษาการเล่นของเขามาน่าจะชนะได้

จากนั้นรอบสอง เราน่าจะเจอเวียดนาม ซึ่งเขาเป็นเจ้าของเหรียญทองชิงแชมป์เอเชีย เมื่อเดือนที่แล้ว ซึ่งเราเคยเจอกันมาแล้วก็เอาชนะได้ ไม่น่ามีปัญหา ส่วนรอบรองชนะเลิศ โอกาสจะได้เจอระหว่าง ไชนีส ไทเป กับ เกาหลีใต้ ส่วนตัวมองว่า โอกาสชนะให้ไทเป 60% เกาหลีใต้ 40% ซึ่งถ้าเป็นใครเราก็ต้องศึกษาอีกทีหนึ่ง

สำหรับตอนนี้ เรื่องเทคนิคและความพร้อมของเรานับว่าเต็ม 100 เปอร์เซ็นต์ จิตใจเรามุ่งมั่นเต็มที่ ต้องดูว่าวันแข่งขันเป็นวันดี ไม่ตื่นเต้นเท่าไร ซึ่งตนพูดเสมอว่าครั้งนี้อย่าคิดว่าเป็นโอลิมปิก ให้คิดว่าเป็นการแข่งกรังด์ปรีซ์ หรือเทสอีเวนต์ และยิ่งไม่มีคนดูก็ยิ่งดี เนื่องจากบรรยากาศเงียบสงบ เมื่อบอกทั้งสองคนก็เข้าใจและรู้สึกดีขึ้น ส่วนตัวเชื่อมั่นในทั้ง 2 คนอย่างเต็มที่

เมื่อถูกถามถึงประเด็นที่สื่อต่างชาติยกให้ เกาหลีใต้ เป็นเต็งเหรียญทอง "โค้ชเช" กล่าวว่า ที่ผ่านมาเราเคยเตะกันมา 4-5 ครั้ง เราชนะมาได้หมด แต่กีฬาต่อสู้ มีแพ้ มีชนะ ซึ่งสไตล์การต่อสู้เราดีกว่าเยอะจริงๆ ส่วนตัวแล้วเป็นห่วงกับการเจอ ไชนีส ไทเป มากกว่า เพราะเขาเป็นนักกีฬารุ่น 53 กก. เคยได้เหรียญทองแดงเอเชียนเกมส์ เขาลดน้ำหนักลงมาแข่ง เราไม่เคยเจอ แต่ก็ยังมั่นใจ เรารอนานมาก รอ 1 ปีกว่า ขอให้คนไทยเชียร์กันดังๆ เราสู้ จะทำผลงานให้ดีที่สุด

"เสี่ยบิ๊ก" ผู้จัดการทีมเทควันโดไทย เปิดเผยว่า มาถึงตรงนี้คงไม่มีอะไรต้องห่วงอีกแล้ว เราเก็บตัวฝึกซ้อมกันมานาน เพื่อโอลิมปิกเกมส์ครั้งนี้ ที่ผ่านมา ผศ.พิมล ศรีวิกรม์ นายกสมาคมกีฬาเทควันโด ทำงานอย่างเต็มที่ ซึ่งในสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่หนักมาก ทำให้ต้องเปลี่ยนที่ฝึกซ้อม นายกฯ ก็ลงทุนไปดูแลด้วยตัวเอง ภรรยานายกฯ ต้องตื่นแต่เช้าทำอาหารให้นักกีฬาและโค้ชได้กินกันทุกวัน และการเดินทางยังอัปเกรดที่นั่งบนเครื่องบินให้เป็นบิสซิเนสคลาส เพื่อลดความเสี่ยงติดโควิด-19 ซึ่งทุกคนทำงานหนักเพื่อเป้าหมายเหรียญทองโอลิมปิกที่เรารอคอย และก็หวังว่าในวันแข่งขันเราจะก้าวสู่ความสำเร็จกับสิ่งที่รอคอย

ผู้จัดการเทควันโดทีมชาติไทย ยังเปิดเผยต่อว่า ตอนกลับที่พักนักกีฬาเราได้รับพัสดุไปรษณีย์ส่งมาให้ จากนายกเทศมนตรี จังหวัดคิตะคิวชู ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งจังหวัดนี้เราเคยมีแผนจะมาเก็บตัวฝึกซ้อมก่อนแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ เมื่อปีที่แล้วโดยเราได้ทำข้อตกลงร่วมกัน ทำให้ชาวจังหวัดคิตะคิวชู เตรียมให้การต้อนรับทีมเทควันโดไทย แต่สถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ทำให้เราต้องล้มเลิกแผนที่วางไว้

แต่สิ่งที่ไม่คาดคิด ก็คือ พัสดุที่เราได้รับเป็นของขวัญที่เยาวชนจังหวัดคิตะคิวชู ทำด้วยมือตัวเองส่งมาให้ ทั้งผ้าขนหนู ภาพการ์ตูนที่เหมือนกับ "เทนนิส", "จูเนียร์", "โค้ชเช" และ "โค้ชชิต" พร้อมด้วยการ์ดอวยพรที่เขียนเป็นภาษาไทย ส่งมาเป็นกำลังใจให้ไทยแลนด์สู้ๆ ซึ่งทำให้พวกเรายิ้มอย่างมีความสุขมากๆ เราประทับใจกับน้ำใจที่ทุกคนให้มา และขอขอบคุณชาวเมืองคิตะคิวชูทุกคน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

# แท็กที่เกี่ยวข้อง

คุณอาจสนใจข่าวนี้